สมาชิกล็อกอินที่นี่
พุธ 22 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.watcafe.com/
    วรรณวรรธน์ คาเฟ่
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.midnightuniv.org/
    มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
  • http://http://www.krusala.com/
    กองทุนศิลปินครูบ้านป่า สลา คุณวุฒิ
  • http://www.thaiwriterassociation.org/
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
  • http://onopen.com/
    โอเพ่นออนไลน์
  • http://www.winbookclub.com/
    วินทร์ เลียววาริณ
  • http://www.sarakadee.com
    นิตยสารสารคดี
  • http://www.si-am.com/
    si-am.com art space
  • http://www.magichappen.com/
    มหัศจรรย์แห่งหินบำบัด จุฑามาศ ณ สงขลา

  • นักเขียนอินเดียจากสถาบันวรรณกรรมแห่งชาติ เยี่ยมสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย 13 กค 2556
    โพสต์โดย : mataree
    2013-07-21 07:03:10


    นักเขียนอินเดียจากสถาบันวรรณกรรมแห่งชาติ ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยตามโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทย - อินเดีย โดยกระทรวงวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ ตามข้อตกลงปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๗ โดยนักเขียนชาวอินเดียที่เดินทางมาเยือนทั้ง ๔ ท่าน ได้แก่
    ๑. ดร.ศรีนิวาสะ เรา เลขาธิการสถาบันพัฒนาอักษร กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศอินเดีย
    ๒. ดร.ริต้า ชูคลา
    ๓. อาร์จัน เดโอ จารัน
    ๔. ศจ. ดร.ฮเรกฤษณะ สะตะภาธี

    โดยในวันเสาร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖ คุณนาถนิศา สุขจิตต์ ผู้บริหารสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ได้นำคณะบุคคลดังกล่าวมาเยี่ยมชมสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยมีนายเจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนฯ และเหล่าคณะกรรมการสมาคมให้การต้อนรับ รวมทั้งพาชมพิพิธภัณฑ์บ้านนักเขียน ส.บุญเสนอ ก่อนเลี้ยงรับรองอาหารกลางวันในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ทั้งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทัศนะต่อวงวรรณกรรมของทั้งสองประเทศอย่างน่าสนใจ
    นายเจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้รจนาบทกวีเป็นการต้อนรับเหล่านักเขียนจากดินแดนภารตะ ใจความดังนี้

    Dear Ladies and Gentlemen,
    Not to read is not at all a fatal deed
    The uncivilized and beasts 
    Neither learn, nor read, nor ever hold a pen
    Live lives in nature, without culture, without wisdom, 
    Without glory or civilization
    Without dreams, or aesthetical sense to light their way,
    No past and no future
    Dear Learned Ones,
    Our forefathers created a wealth of races, of cultures and of nations.
    Without literature to narrate and treasure the glory,
    All would have withered away with time.
    The identities of each of us in our regions,
    Inherited through words and writings,
    Tell fair legends, in hear-touch literatures
    To stand against time, and last ten thousands years.

    หนังสือ
    ท่านผู้มีเกียรติ ทั้งหลาย
    ไม่อ่านก็ไม่ตาย มิใช่หรือ
    คนป่าเขา หมู หมา โค กระบือ
    ไม่ได้เรียนหนังสือถือปากกา
    ก็อยู่อย่างส่ำสัตว์เดรัจฉาน
    มิสืบสานมิสำแดงแสวงหา
    มิสืบเสาะสั่งสมบ่มปัญญา
    มิสร้างอารยธรรมอันงามงด
    ไม่มีการประดิษฐ์คิดสิ่งใหม่
    มิสานต่อฝันใฝ่ให้ปรากฏ
    ทอนความรู้ความดีสุนทรียรส
    พิสัยแห่งอนาคตคงหมดวับ
    ท่านนักปราชญ์..
    ความเป็นชาติยิ่งใหญ่สิ่งใดประดับ
    หากขาดคำอธิบายขยายทับ
    ก็ร่วงโรยลาลับกับเวลา
    อัตลักษณ์ชาติเชื้อในเครือย่าน
    ได้สืบสานสำเนียงเสียงภาษา
    เล่าได้เข้ม เขียนได้ถึง ตรึงอุรา
    ย่อมเติบกล้าอายุยืนเป็นหมื่นปี

    บทกวีข้างต้นเป็นบทแปลของบทกวีที่ชื่อว่า “หนังสือ” ซึ่ง เจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้ใช้เพื่อต้อนรับคณะนักเขียนจากประเทศอินเดีย ซึ่งนำทีมมาโดย ดร. ศรีนิวาสเรา (Dr. K. Sreenivasarao) เลขาธิการสถาบันอักษรสฮิตยา (Sahitya Letter Academy) กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศอินเดีย
    การเดินทางมาเยือนประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2556 ณ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย 


    โครงการแลกเปลี่ยนวรรณกรรมในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อตกลง (MOU) ที่ทำขึ้นระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมของประเทศไทยกับกระทรวงวัฒนธรรมของประเทศอินเดีย คณะที่มาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้มีทั้งหมด 4 คน คือ ดร. ศรีนิวาสเรา หัวหน้าคณะ พร้อมด้วยนักเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายชื่อดังที่เป็นสตรีคนเดียวในคณะคือ ดร.ริต้า เชือขลา (Dr. Rita Chukla) นักเขียนบทละคร ดร. อารยัน จรัญ (Dr. Arjun Deo Charan) และกวีผู้ทำหน้าที่เป็นผู้นำการแลกเปลี่ยนคือ ศาสตราจารย์ ดร. ฮาเร กฤษณะ สตาปะตี (Prof. Dr. Harekrishna Satapathy)

    ดร. สตาปะตี ได้แสดงความประทับใจในภาษาและวัฒนธรรมไทย ซึ่งไม่ได้ต่างไปจากอินเดีย โดยเฉพาะมรดกทางวรรณกรรมที่มีต้นกำเนิดจากรามายณะ หรือภควัทคีตา โดยมีรูปรอบภาษามาจากสันสกฤต และบาลี บทกวีที่มาจากสันสกฤต ซึ่งเป็นภาษาเก่าแก่ในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน จึงมีท่วงทำนองที่คนทั้งสองประเทศคุ้นเคย เช่น ภาษาสวด ..พุทธัง สรณัง คัจฉามิ..


    ส่งท้าย เพื่อให้เห็นท่วงทำนองบทกวีที่ร่ายด้วยภาษาที่คล้ายคลึงกัน ดร. สตาปะตี ได้เขียนบทกวีความประทับใจเป็นบทกวีที่สรรเสริญประเทศไทย 3 ประการ คือ
     1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
    2. สุนทรภู่ จินตกวีที่รังสรรค์ผลงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ 
    และ 3. ผู้คนที่เขาได้พบเจอรอยยิ้ม ซึ่งเป็นดินแดนยิ้มสยาม 
    อ่านเป็นทำนองโคลงของอินเดีย จนนราวดี (เพ็ญศรี เคียงศิริ) อดีตนายกสมาคมนักเขียนฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมแลกเปลี่ยน ต้องถามย้ำว่าคุณอ่านบทกวีหรือร้องเพลง ดร. สตาปะตี บอกว่านี่คือการอ่านบทกวีที่มาจากสันสกฤต

    เจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จึงเขียนบทกวีและขับเสภาแลกเปลี่ยนในเดี๋ยวนั้น สร้างเสียงปรบมือดังสนั่นเวทีแลกเปลี่ยน ว่านี่คือการตอบโต้กันด้วยปฏิภาณกวี ที่ทำให้การแลกเปลี่ยนวันนี้ระทึกใจและประทับใจ บทกวีบทดังกล่าวมีว่า

    เออ.. เอิง... เอย...
    ขอให้มิตรภาพอันซาบซึ้ง ได้ตราตรึงร้อยรักด้วยอักษร
    ไทย-อินเดีย มีสายใยให้นิวรณ์ เพื่อสะท้อนความเป็นมิตร.. สนิทนาน..ฯ

    ภาพและข้อมูลจาก http://www.facebook.com/pk.whooppy
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design