สมาชิกล็อกอินที่นี่
พุธ 22 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.sti.chula.ac.th/
    สถาบันภาษาไทยสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • http://www.praphansarn.com/
    ประพันธ์สาส์น สำนักพิมพ์ ชุมชนวรรณกรรม ทำเนียบนักเขียน
  • http://www.khaofang.com/
    ข้าวฟ่างสำนักพิมพ์
  • http://www.forwriter.com/
    เพื่อนักเขียนใหม่ และคนอยากเขียน
  • http://www.thaiwriternetwork.com/
    เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย รวมประวัตินักเขียน มีคอลัมน์และงานเขียนใหม่ๆ ให้อ่าน
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.thaiwriter.net/
    ไทยไรเตอร์ ชุมชนวรรณกรรม
  • http://www.tuneingarden.com/
    'รงค์ วงษ์สวรรค์
  • http://www.chonniyom.co.th/
    ชนนิยม เราทำหนังสือมีชีวิต
  • http://www.combangweb.com/
    สำนักพิมพ์คมบาง พิมพ์งานวรรณกรรม นวนิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมคลาสสิค งานเขียนของชมัยภร แสงกระจ่าง มีแกลเลอรี่ เว็บบอร์ดพูดคุยและคอลัมน์ดีๆ น่าอ่าน

  • เมื่อเรื่องสั้นของนักเขียน 'ถูกโจรกรรม' โดย : อัณณ์ อารัณยภาส:รายงาน
    โพสต์โดย : mataree
    2012-03-30 02:43:49

    ซุ่มเก็บตัวเงียบเพื่อเขียนนวนิยายเรื่องใหม่อยู่ดีๆ งานก็เข้านักเขียนหนุ่ม ‘จักษณ์ จันทร’ อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เมื่อผลงานเรื่องสั้นของเขาที่ไม่รู้ว่า ‘สุรวุฒิ ศรีมา’ หรือในนามปากกา ‘นายบัวบก’ ย่ำเท้าบนถนนสายวรรณกรรมมานานแค่ไหน แต่สิ่งที่ ‘สุรวุฒิ ศรีมา’ ควรรู้และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้คือการไม่ละเมิดผลงานของนักเขียนท่านอื่นตามอำเภอใจ ทั้งๆ ที่ชื่อของ ‘นายบัวบก’ ซึ่งปรากฏเป็นสมาชิกในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการเขียนเว็บไซต์หนึ่ง กลับไม่เคยผ่านตาบ้างเลยหรือไรกับเรื่องของลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมที่สมาชิกในเว็บไซต์ดังกล่าวมักนำมาโพสต์ไว้เพื่อเป็นวิทยาทานให้แก่นักหัดเขียน รวมถึงกระทู้ร้องเรียนต่อเว็บมาสเตอร์มากมายหลายกระทู้หลังมีการลอกเลียนงานเขียนเกิดขึ้นในเว็บไซต์แห่งนั้น 


      หรือในความเป็นจริงแล้ว ‘สุรวุฒิ ศรีมา’ ไม่มีวุฒิภาวะมากพอในการตีความคำว่า‘ดัดแปลง’  ให้แยกออกจากคำว่า ‘Copy and Paste’  ซึ่งย่อมแตกต่างจากคำว่า ‘ได้รับแรงบันดาลใจ’ จากการอ่านผลงานของนักเขียนที่ตนเองชื่นชอบอย่างสิ้นเชิง
     วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (2555) อธิบายสิ่งที่ให้คำนิยามว่า โจรกรรมทางวรรณกรรม หรือการขโมยความคิด (Plagiarism) ว่าหมายถึง การลอกงานเขียน ความคิดหรืองานสร้างสรรค์ดั้งเดิมทั้งหมดหรือบางส่วนที่เหมือนหรือเกือบเหมือนงานดั้งเดิมของผู้อื่นมาแอบอ้างเป็นงานดั้งเดิมของตนเอง สำหรับบุคคลทั่วไปที่ถูกจับได้ว่าทำโจรกรรมทางวรรณกรรมทางวิชาการหรือทางงานหนังสือพิมพ์มักอ้างว่าได้กระทำลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยลืมใส่อ้างอิง หรือใส่คำประกาศกิตติคุณ (citation) ที่เหมาะสมไว้ ปัญหาโจรกรรมทางวรรณกรรมเป็นปัญหาที่เกิดมานานนับศตวรรษมาแล้ว   
     บุษบา มาตระกูล (2551) สรุปรูปแบบ Plagiarism ไว้ 6 ข้อดังนี้  
     1. Copy and Paste Plagiarism (การคัด ลอก-แปะ) เมื่อใดก็ตามที่มีการนำข้อความหรือประโยคมาจากต้นฉบับ  มาใช้ในงานเขียนของตนเองต้องเขียนไว้ในเครื่องหมายคำพูด “……” และเขียนอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล
     2. Word Switch Plagiarism (การเปลี่ยนคำ) เมื่อนำประโยคหรือข้อความ หรือทั้งย่อหน้ามาเขียนใหม่โดยการเปลี่ยนคำบางคำเสียใหม่ เช่นนี้ก็ยังต้องเขียนไว้ในเครื่องหมายคำพูด และอ้างอิง
     3. Metaphor Plagiarism (การอุปมา) งานเขียนบางข้อความมีการเขียนอุปมาเพื่ออธิบายสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเช่น   “….ระยิบระยับราวกับเพชร…” การอุปมาเป็นความคิดของผู้เขียนแต่ละคน เมื่อนำมาเขียนใหม่จึงควรใช้อุปมาอย่างอื่น ถ้าไม่สามารถทำได้ควรอ้างอิงด้วย
     4. Style Plagiarism (สำนวน) ถ้านำต้นฉบับของผู้อื่นมาเขียนใหม่ทุกประโยค ทุกย่อหน้า ถึงแม้ว่าการเรียงลำดับประโยค จะไม่เหมือนต้นฉบับเสียทีเดียวถือว่าเป็น plagiarism เช่นกัน เพราะงานเขียนแต่ละคนแสดงให้เห็นรูปแบบสำนวน และความคิดของคนนั้น หลีกเลี่ยง plagiarism โดยการอ่านให้ได้ใจความ และนำมาเขียนใหม่โดยคงแต่เนื้อหาที่สำคัญ 
     5. Idea Plagiarism (ความคิด) งานเขียนแต่ละคนเป็นความคิดหรือการวิเคราะห์ วิจารณ์ ของคนนั้น การเขียนความรู้ทั่วไป (Common knowledge) ที่ทราบกันดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องอ้างอิงเช่น นิทาน นิยายปรัมปรา เรื่องราวในประวัติศาสตร์ (ไม่ใช่บันทึกประวัติศาสตร์) แต่ถ้ามีการวิเคราะห์ โดยกล่าวถึงทฤษฎีต่างๆ เป็นความคิดของผู้เขียน ถ้าต้องการคัดลอกต้องอ้างอิงหรือมิฉะนั้นต้องเขียนทฤษฎีอื่น
     6. การกระทำอื่นๆ ที่ถือว่าเป็น Plagiarism เช่น
     6.1 การส่งผลงานชิ้นเดียวกันไปยังแหล่งพิมพ์ ๒ แห่ง (self plagiarism หรือ multiple submission)
     6.2 การส่งงานเขียนที่มีผู้เขียนร่วมไปตีพิมพ์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนร่วม
     6.3 นักศึกษาที่ลอกการบ้านของเพื่อนนักศึกษา ถึงแม้ว่าเพื่อนจะอนุญาตก็ตาม
     6.4 การ download บทความจากอินเทอร์เน็ตมาใช้โดยไม่อ้างอิง
     6.5 การนำสถิติ แผนภาพ รูปภาพ กราฟจากคนอื่น หรือแหล่งอื่นมาใช้โดยไม่อ้างอิง
     6.6 การนำคำกล่าวหรือสุนทรพจน์ของผู้อื่นมาใช้โดยไม่อ้างอิง
     เพื่อเป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับทราบเรื่องราวเหล่านี้มาก่อน ผู้เขียนขอยกตัวอย่าง Plagiarism แก่ผู้ที่กำลังคิดละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของผู้อื่นซึ่งถือได้ว่าเป็นการผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรงในอาชีพนักเขียนไว้เป็นอุทาหรณ์สักหนึ่งเรื่อง 
     เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2549 เกิดกระทู้ร้อนเกี่ยวกับลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมขึ้นในสังคม SOCAIL NETWORK ที่มีชื่อเสียงมานานอย่างบล็อกแก๊งซึ่งแตกแขนงมาจากเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เมื่อเจ้าของบล็อกผู้ใช้ชื่อว่า ‘ใบหม่อน’ นำข้อมูลในหัวข้อ ‘แรงบันดาลใจ-ลอก’ มาเผยแพร่เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนักเขียนนวนิยายชื่อดังอย่าง ‘กิ่งฉัตร’ เมื่อได้ทำการเปรียบเทียบย่อหน้าต่อย่อหน้าแล้วพบว่า นวนิยายเรื่อง ‘สืบลับ...สะดุดรัก’ ของ ‘ทรรศิกา’ นักเขียนหน้าใหม่ในเครือสำนักพิมพ์แจ่มใสจงใจลอกเลียนมาจากนวนิยายจำนวน 3 เรื่องของ ‘กิ่งฉัตร’ อันได้แก่ ‘ลางลิขิต’ , ‘ตามรักคืนใจ’ และ ‘สืบรักรหัสลับ’ จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วม 600 ความคิดเห็น ทั้งยังมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ ‘ทรรศิกา’ นำเรื่องราวดังกล่าวไปวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อนบนพื้นที่ส่วนตัวอย่าง oknation  exteen multiply รวมถึงบางเว็บไซต์ จนกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ณ ขณะนั้น  
      บทสรุปของเรื่องดังกล่าว สำนักพิมพ์แจ่มใสผู้เป็นต้นสังกัดได้ชี้แจงผ่านทางเว็บไซต์พร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการเก็บนวนิยายเรื่อง ‘สืบลับ...สะดุดรัก’ จากร้านหนังสือทั่วประเทศก่อนนำมาทำลายทิ้งอย่างไม่เสียดายด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวคือไม่ต้องการสนับสนุนผลงานของนักเขียนที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาของผู้อื่น ทั้งยังมีข้อเสนอให้แก่นักอ่านที่ไม่พอใจในหนังสือเล่มดังกล่าวสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นหนังสือเล่มอื่นได้ภายใน 60 วันหลังคำประกาศ ขณะที่บทลงโทษนักเขียนผู้ไร้จรรยาบรรณในสายอาชีพนาม ‘ทรรศิกา’ ได้ถูกยกเลิกสถานภาพความเป็นนักเขียนของสำนักพิมพ์แจ่มใสเป็นระยะเวลา 5 ปี 
     เดชะบุญที่ทางนักเขียนชื่อดังอย่าง ‘กิ่งฉัตร’ เมตตา ไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ไม่เช่นนั้นนัก ‘Copy and Paste’ อย่าง ‘ทรรศิกา’ คงจะอ่วมอรทัยไม่น้อย เพราะพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ระบุไว้ชัดเจนว่านักเขียนจะได้รับความคุ้มครองอัตโนมัติจากกฎหมายลิขสิทธิ์ทันทีที่สร้างผลงานโดยไม่ต้องไปจดทะเบียน หรือไปจดแจ้งต่อหน่วยงานใด 
      หากผู้ใดนำไป "ทำซ้ำ" หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำ แม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนาหรือจากการโฆษณา ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้หมายความถึงคัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
     "ดัดแปลง" หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติม หรือจำลองงานต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
     (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูปวรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่
     "เผยแพร่ต่อสาธารณชน" หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น 
     ไม่ว่าผู้ละเมิดสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 "ทำซ้ำ" "ดัดแปลง" หรือ "เผยแพร่ต่อสาธารณชน" อย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 27 ให้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ โดยมีบทลงโทษตามมาตรา 69  คือ ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามมาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
     กรณีของ ‘จักษณ์ จันทร’ นักเขียนหนุ่มซึ่งผันตัวเองไปทำธุรกิจส่วนตัวควบคู่กับการทำงานเขียนที่เขาตั้งใจไว้ว่าอย่างน้อยต้องมีออกมาปีละหนึ่งเล่ม ไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย เรื่องสั้น หรือกวีนิพนธ์ก็ดี ได้สละเวลาให้สัมภาษณ์พร้อมแสดงทัศนะต่อเรื่องราวดังกล่าว  
     
     0คุณรู้สึกอย่างไรกับแวบแรกที่เห็นชื่อเรื่องสั้นของคุณบนปกหนังสือของคนอื่น?
     
    ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นแค่ความบังเอิญ เพราะชื่อเรื่องมันอาจจะซ้ำกันได้ แต่มันก็มีแรงดึงดูดมากพอให้เราหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาดู พอพลิกดูคำโปรยด้านหลังเราก็รู้ได้ทันทีว่าชัวร์ เพราะคัดลอกเรื่องที่เราเขียนไว้ในตอนจบมาทั้งดุ้น
    0คุณทำอย่างไรต่อจากนั้น?
    เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราก็อุดหนุนผลงานเล่มนี้ทันทีหนึ่งเล่ม จากนั้นจึงโทร.ไปปรึกษากับนักเขียนรุ่นพี่ ว่าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้นะเราจะดำเนินการอย่างไรกับคู่กรณี แล้วนำต้นฉบับและสำเนาเข้าไปให้พี่เชาช่วยตรวจสอบอีกที  ซึ่งตอนแรกจะโทร.ไปคุยกับเจ้าของสำนักพิมพ์เลย แต่ก็คิดว่าเรื่องแบบนี้น่าจะปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนดีกว่า 
    0 เจ้าของสำนักพิมพ์ว่าอย่างไร? 
    เขาจะว่ายังไง ในเบื้องต้นเขาก็ต้องบอกว่าไม่รู้เรื่องน่ะสิครับ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เราเดาได้อยู่แล้วว่าเขาต้องพูดแบบนี้ มีข้อความในหนังสือของสำนักพิมพ์ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ถ้าใครนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปคัดลอกหรือตีพิมพ์ จำหน่าย หรือแม้แต่เพื่อนำไปแจก โดยไม่ได้รับอนุญาตเขาจะถือว่าผิดกฎหมายตามที่บัญญัติไว้สูงสุด  เราก็ถามเขากลับไปว่า “ในกรณีที่สำนักพิมพ์ของคุณเป็นฝ่ายละเมิดงานของผม คุณจะให้ผมทำยังไงกับคุณ” เขาบอกให้เราเป็นฝ่ายไปหาเขาที่ออฟฟิศ ซึ่งเราถือว่าเขาไม่ให้เกียรติ จึงตอบปฏิเสธ แต่ไอ้ที่จะไปหาเขาที่ออฟฟิศน่าจะเป็นหมายศาลมากกว่าไม่ใช่เรา เพราะเราพร้อมจะดำเนินการทางกฎหมายทันที เขาก็ออกตัวว่าเรื่องนี้น่าจะคุยกันได้ แล้วเสนอตัวเลขให้จำนวนหนึ่ง 
    0คุณพอใจกับข้อเสนอของสำนักพิมพ์แค่ไหน? 
     เราบอกตัวเลขแค่นี้คุณเก็บเอาไว้เถอะเราไม่เอา แต่เขาบอกว่ามันเป็นตัวเลขที่เยอะมากแล้วนะ มากกว่าค่าลิขสิทธิ์ที่เค้าจ่ายให้ไอ้คนที่มันลอกงานเราอีก จากนั้นเราก็บอกตัวเลขที่เราโอเคไป แต่เค้าไม่โอเค เขาว่ามันมากเกินกว่าที่เขาจะจ่ายได้ ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่ได้ซีเรียสอะไรกับตัวเลขที่เรียกไปนักหรอก แต่เราต้องการบอกให้รู้ว่า อาชีพนักเขียนเป็นอาชีพที่มีเกียรติ งานเขียนเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคุณค่าและมูลค่าจริงๆ ไม่ใช่เรื่องเอาไว้พูดเท่ๆ มันเป็นสิทธิ์ที่ต้องพึงรักษา คุยกันอยู่หลายรอบจนเราเบื่อที่จะฟังเพราะมันเริ่มจะวนไปวนมา เราก็บอกตัวเลขไปอีกครั้งและบอกให้สำนักพิมพ์ของเขาเรียกเก็บหนังสือออกจากแผงทันที พอช่วงเย็นสายส่งโทร.มาแจ้งเรื่องการเรียกเก็บหนังสือคืน ในเบื้องต้นก็ถือว่าโอเค
    0 ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ คุณคิดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป? 
     ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ แต่ท้ายที่สุดกระบวนการก็จะนำไปสู่การไกล่เกลี่ยอยู่ดี จึงจะเข้าสู่ชั้นศาล ซึ่งมันจะทำให้เราเสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย
    0ทางเจ้าของสำนักพิมพ์บอกคุณหรือไม่ว่าหลังจากเก็บหนังสือแล้ว เขามีมาตรการจัดการกับนักเขียนของเขาอย่างไร?
     เขาพูดแค่ว่า ต่อไปคงจะไม่รับงานของนายสุรวุฒิ ศรีมา หรือนายบัวบกอีก แต่หลังจากนั้นเขาจะไปเช็คบิลกันยังไงก็แล้วแต่เขา แต่เราว่าเรื่องที่เขาต้องคิดมากกว่าเรื่องเช็คบิลก็คือ เรื่องสั้นอีกเก้าเรื่องที่เหลือ นักเขียนของเขาเขียนขึ้นเองหรือไปลอกของใครมาอีกหรือเปล่า อันนี้ต้องไปตรวจสอบกันเอาเอง 
    0โดยส่วนตัวแล้ว คุณอยากเจอนักเขียนที่ใช้นามปากกานายบัวบกหรือไม่ หรือหากมีโอกาสได้เจอคุณจะบอกเขาว่าอย่างไร?
    คนแบบนายบัวบกมีให้เห็นทุกวัน ไม่งั้นแผ่นผีซีดีเถื่อนทั้งเพลงและภาพยนตร์ไม่เกลื่อนเมืองอย่างนี้หรอก แต่มันอาจเพิ่งจะลุกลามเข้ามาในวงการนักเขียนอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับนายบัวบกเราว่านายสร้างงานเองดีกว่า ถึงมันจะยังไม่เวิร์คในเบื้องต้นแต่เราว่ายังไงมันก็ยังเท่กว่าการไปลอกงานของคนอื่น เพราะงานเขียนเป็นงานสร้างสรรค์ไม่ใช่งานรีโปรดักท์
     0คุณมีผลงานตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 2544 ถือเป็นโชคดีในรอบกว่าทศวรรษของการเขียนหนังสือได้หรือเปล่า ที่มีคนปลาบปลื้มผลงานของคุณจนเกิดการก๊อบปี้?
    การที่มีคนชอบงานของเราถือว่าเป็นเรื่องดี แต่อย่าชอบจนถึงขั้นก๊อบปี้กันแบบนี้เลย เพราะมันไม่เป็นผลดีกับตัวเอง ใช้เป็นแนวทางน่าจะดีกว่า 
    0คุณรู้สึกอย่างไรกับเรื่องสั้นเรื่องนี้ และคำว่าวรรณกรรมสร้างสรรค์?
     จริงๆ แล้วเรื่องสั้นเรื่องนี้ยังไม่ใช่งานที่สมบูรณ์ ไม่ใช่เรื่องรายละเอียดนะ แต่เป็นเรื่องของความรู้สึกของเราเองที่มองเห็นในบางจังหวะของเรื่อง เพราะสไตล์งานเขียนที่ผ่านมาของเราส่วนใหญ่เขียนด้วยความรู้สึกแบบอิมเพรสชั่นนิสต์ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย เรื่องสั้น หรือบทกวี เคยพูดคุยกับอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นทั้งกรรมการฯ และผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านบอกว่า “เวลาคุณเขียนงานทำไมคุณไม่เก็บรายละเอียด” แต่เราไม่โทษท่านหรอกที่ท่านไม่เข้าใจเรื่องทีแปรง เพราะท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทย งานอิมเพรสชั่นนิสต์ไม่ใช่งานเรียลลิสติกเพียงแต่มีโครงสร้างบางอย่างที่คล้ายกัน นักวิชาการหรือนักวิจารณ์ต้องตามนักสร้างสรรค์ให้ทันตีโจทย์ให้แตก ศิลปะเป็นเรื่องของวิธีการไม่ใช่หลักการ สำหรับเราหลักการเป็นเหมือนคอก นักสร้างสรรค์ไม่ใช่สัตว์ในคอก แต่คนเลี้ยงส่วนใหญ่มักจะชอบเพราะมันเชื่องและว่านอนสอนง่าย 
    0คุณคิดจะนำเรื่องสั้นซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้มารวมเล่มบ้างหรือไม่?
    นั่นคงเป็นเรื่องของอนาคต 
    0คุณพอจะบอกได้ไหม เกี่ยวกับผลงานชิ้นต่อไป?
    นิยายเรื่องใหม่นี้เขียนเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ เพราะต้องแบ่งเวลาว่างจากธุรกิจที่ทำอยู่มาเขียน ธุรกิจมันยังไม่อยู่ตัว เมื่อก่อนไม่มีลูกก็มีเวลาทำงานเขียนเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องรายรับรายจ่าย ชีวิตไม่ต้องแพลนอะไรมาก สบายๆ พอตื่นขึ้นมาก็เขียนหนังสือได้เลย จังหวะชีวิตมันเปลี่ยนไป มีผลต่อท่วงทำนองการเล่าเรื่องเหมือนกันนะ ลีลาเรื่องนิยายใหม่นี้เหมือนผู้ชายวัยสี่สิบกำลังเมคเลิฟกับสาววัยเบญจเพส อยากรู้เรื่องราวเป็นยังไงต้องคอยติดตาม
    0สุดท้าย คุณคิดว่ามาตรการของสำนักพิมพ์ควรปรับเปลี่ยนไปในทิศทางใดเพื่อป้องปรามนักเขียนหน้าใหม่ที่มักมีข่าวในเรื่องของการละเมิดสิทธิ์?
    สำนักพิมพ์ต้องร่างสัญญาให้รัดกุมเพื่อป้องกันตนเอง ถ้าพิสูจน์ชัดได้ว่าผลงานที่นักเขียนนำมาเสนอเป็นการคัดลอก นักเขียนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างเช่น นอกจากไม่ได้ค่าลิขสิทธิ์แล้วควรต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่สำนักพิมพ์ กี่เปอร์เซ็นต์แล้วแต่ระบุในสัญญา ในส่วนของกระบวนการผลิตหลังจากหนังสือถูกเรียกเก็บออกจากแผง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับสำนักพิมพ์ที่ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจกับการละเมิด เราว่ามันน่าจะคล้ายๆ กับนิตยสารที่มักจะเขียนเอาไว้ว่า ข้อเขียนเป็นเรื่องของนักเขียนไม่เกี่ยวกับนิตยสารอะไรประมาณนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้หลักการมาล้อมคอก สำนักพิมพ์ควรหันหน้าปรึกษานักวิชาการและนักกฎหมายให้ได้บทสรุปที่ชัดเจน แล้วนำมาใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
     ...............................................................................
      เรื่องการละเมิดผลงานของ ‘จักษณ์ จันทร’ น่าจะเป็นกรณีศึกษาได้อีกกรณีหนึ่ง เหมือนดังที่นักเขียนหนุ่มได้ทิ้งท้ายไว้ สำนักพิมพ์ควรร่างสัญญาให้รัดกุมพร้อมระบุบทลงโทษที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อขจัดปัญหาเรื้อรังนี้ให้หมดไปจากแวดวงวรรณกรรม หรือหากบรรณาธิการต้องการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตว่างานเขียนที่ได้รับการพิจารณาลอกเลียนผู้อื่นมาหรือไม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพเราะ เบญจกุล (2552) ระบุว่าสามารถตรวจสอบได้จากแหล่งสืบค้นเหล่านี้http://www.Plagiarism.orghttp://www.Plagiarism.com และ <http://www.turnitin.com>

    บรรณานุกรม
    กรมทรัพย์สินทางปัญญา. “พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537” [Online].  <<
    http://www.ipthailand.go.th/ipthailand/index.php?option=com_docman&task=cat_view&gid=213&Itemid=470>> (8 มีนาคม 2555)
    บุษบา มาตระกูล. Plagiarism โจรกรรมทางวรรณกรรม. ก้าวทันโลกวิทยาศาสตร์. 8,2. (2551) : 7-10.&nbs

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design