สมาชิกล็อกอินที่นี่
พุธ 22 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.sarakadee.com
    นิตยสารสารคดี
  • http://www.seawrite.com/
    รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
  • http://www.makhampom.net/
    กลุ่มละครมะขามป้อม
  • http://www.thaiwriternetwork.com/
    เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย รวมประวัตินักเขียน มีคอลัมน์และงานเขียนใหม่ๆ ให้อ่าน
  • http://www.kwanruen.com/
    ขวัญเรือน
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/
    เสาร์สวัสดี
  • http://www.rd-bookclub.com/
    รหัสคดี สำนักพิมพ์ที่พิมพ์เรื่องแนวรหัสคดี
  • http://www.combangweb.com/
    สำนักพิมพ์คมบาง พิมพ์งานวรรณกรรม นวนิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมคลาสสิค งานเขียนของชมัยภร แสงกระจ่าง มีแกลเลอรี่ เว็บบอร์ดพูดคุยและคอลัมน์ดีๆ น่าอ่าน
  • http://www.praphansarn.com/
    ประพันธ์สาส์น สำนักพิมพ์ ชุมชนวรรณกรรม ทำเนียบนักเขียน
  • http://www.chonniyom.co.th/
    ชนนิยม เราทำหนังสือมีชีวิต

  • งานเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ 'เติมน้ำใจใส่หนังสือ'
    โพสต์โดย : mataree
    2011-12-17 13:38:47



    งานเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ 'เติมน้ำใจใส่หนังสือ'
    โดย : ปริญญา ชาวสมุน

    วันนี้...น้ำท่วมขังบางพื้นที่เริ่มลดระดับ บางพื้นที่แห้งแล้ว แต่ในอาณาจักรวรรณกรรมน้ำยังคงท่วมอยู่ ทว่าน้ำนั้นเป็นน้ำใจจากหมู่มวลมิตรน้ำหมึก
     สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยร่วมกับผู้สนับสนุนมากมาย อาทิ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ, สมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ฯลฯ เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อระดมทุนช่วยเหลือบรรดานักเขียนประสบอุทกภัย ซึ่งจากผลสำรวจของสมาคมนักเขียนฯ พบว่า มีมากถึง 300-400 ราย และมีแนวโน้มที่ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นด้วย

     กิจกรรมใหญ่ครั้งแรกนี้ คือ คอนเสิร์ตเติมน้ำใจใส่หนังสือ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 54 ที่ผ่านมา บริเวณลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งรวบรวมเหล่าศิลปินไว้กันหนาตา เมื่อรวมกับมิตรน้ำหมึกและแฟนคลับศิลปินแล้วช่างเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นยิ่งนัก

     ตามกำหนดการเดิมคอนเสิร์ตเล็กๆ นี้จะเริ่มต้นเมื่อ 15.00 น. และไปจบลงภายใน 2 ชั่วโมงเศษ ทว่าด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของศิลปินใจบุญหลายร้อยชีวิตที่ดาหน้ากันร่วมขึ้นเวทีโดยไม่คิดค่าตัวแม้แต่บาทเดียว ทำให้คอนเสิร์ตจริงดำเนินไปกระทั่งทะลุเวลาเดิมล่วงไปจนดึกดื่นค่อนคืน
     อาจด้วยวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน คือ รวมน้ำใจเพื่อจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือนักเขียนประสบอุทกภัย ซึ่งเดิมทีวงการหนังสือมักจะถูกทอดทิ้งเพียงลำพัง คนส่วนมากไม่ให้ความสำคัญต่อหนังสือแม้ว่าจะเป็นต้นธารของศิลปะแขนงต่างๆ ภาพยนตร์ ละคร เพลง ล้วนเริ่มต้นมาจากปลายปากกาของนักเขียนทั้งสิ้น หลายคนอ่านหนังสือแต่ไม่เคยนึกว่าตัวอักษรที่เรียงร้อยอยู่เบื้องหน้าสำคัญหรือมีคุณค่าเพียงใด งานเติมน้ำใจใส่หนังสือ จะสะกิดให้คนที่ละเลยคุณค่าแห่งวรรณกรรมได้เข้าใจว่าวรรณกรรมเป็นสิ่งที่ควรเก็บรักษาอย่างยิ่ง

     สำหรับนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เจน สงสมพันธุ์ พ่องานคนหนึ่ง สะท้อนใจต่อมหาอุทกภัยไว้ว่าเป็นพิบัติภัยมหาศาลต่อนักเขียน สำนักพิมพ์ สายส่ง ห้างร้าน ผลกระทบวงกว้างนี้ไม่ได้มีแค่ตัวบุคคล แต่หนังสือที่เสียหายไป ล้วนเป็นหนังสือหายาก บางเล่มเป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทย แต่น่าเสียดายที่คุณค่ามากมายไม่อาจส่องประกายสู่สายตาผู้มีอำนาจให้เหลือบมองได้

     "เนื่องจากวงการวรรณกรรมบ้านเรา เป็นงานที่อยู่ลำดับท้ายๆ ดังนั้นการช่วยเหลือปัจจุบันนี้ยังไม่ชัดเจน ไม่มีองค์กรสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม คนที่สะสมหนังสือคือคนที่มีความรัก ความเสียหายของบุคคลก็คือความเสียหายของส่วนรวม ถ้าหนังสือคือบันทึกภูมิปัญญา ผมคิดว่า ครั้งนี้เราต้องช่วยกัน แม้ว่าประเทศเราคิดว่าการอ่านมีน้อย แต่วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่เราจะสร้างสังคมการอ่านที่แข็งแรงจากการเติมน้ำใจใส่หนังสือ
     นักเขียนเป็นผู้ทำงานอิสระ นักเขียนไม่มีหลักประกันเรื่องความมั่นคง โดยส่วนใหญ่ เราต้องช่วยกันในลักษณะอย่างนี้ วันนี้เป็นโอกาสที่เราจะได้เห็นถึงความแข็งแรง มั่นคง ของสติปัญญาประเทศ"

     ฟากฝั่งคนดนตรีอย่าง เจนภพ จบกระบวนวรรณ ก็ต้องสลัดคราบเจ้าพ่อเสื้อลายดอกอย่างจำยอม เพราะเสื้อลายดอกในครอบครองจมอยู่ใต้บาดาลภายในบ้านของเขาย่านฝั่งธนเรียบร้อยแล้ว นอกจากบ้านของเขาต้องจมน้ำ พิพิธภัณฑ์เพลงลูกทุ่งและสถาบันวิชาไทยซึ่งเขาก่อตั้งและเฝ้าฟูมฟักมาก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือน้องน้ำเช่นกัน วันนี้ เขาจึงกลายเป็นเจ้าพ่อเสื้อลายพรางที่ติดตัวมาได้ครั้งหนีน้ำมา

     "วันที่ 2 พ.ย. รู้ว่าน้ำมา พอวันที่ 3 พิพิธภัณฑ์จมเลย วันที่ 4 ผมอยู่ใน 2 สถานะ คือผู้ประสบภัยและคนอพยพ ผมได้รับการแจ้งเตือนจากเขตบางกอกใหญ่ 2 วัน ท่วมจริงๆ ครับ" เขาเล่า

     ถึงแม้ว่าสมบัติพัสถานจะจมน้ำ แต่เขาไม่เคยท้อแท้แต่ประการใด เพราะเชื่อว่าไม่ว่าจะทรัพย์สินสิ่งใดล้วนหาใหม่ได้ จะตึกรามบ้านช่อง เสื้อลายดอก ที่นอนหมอนมุ้ง โทรทัศน์ ตู้เย็น เขาย้ำว่าหาได้ เพียงกลับมาสู้ ค่อยๆ อดทน มุมานะทำ แต่สำหรับคนวรรณกรรม เจนภพ ก็เห็นเช่นเดียวกับคนวรรณกรรมทั่วไปว่าหาคนเหลียวแลยากเสียเหลือเกิน

     "แต่ผมอยากจะพูดแทนหัวใจของคนวรรณกรรม แทนหัวใจของคนวัฒนธรรมทั้งประเทศ ที่ไม่เคยได้รับการเหลียวแลเอาใจใส่เลยจากภาครัฐ นี่คือความจริงครับ คนวรรณกรรมเขียนไป เขียนกันเอง อ่านกันเอง ดูกันเอง นักเขียนทั้งแผ่นดินนี้ ไม่เคยได้รับสวัสดิการใดๆ จากภาครัฐ ตราบใดที่กระทรวงศึกษาธิการเรายังไม่ได้เป็นกระทรวงหมายเลขหนึ่งของประเทศ คนไทยก็เป็นอย่างนี้แหละครับ คือ ว้าเหว่ วังเวง ไร้ทิศทาง กระทรวงวัฒนธรรมเป็นกระทรวงแก้บน เอาวัฒนธรรมของชาติมาเป็นงานแก้บน มันก็เป็นอย่างนี้ครับ"

     เห็นได้ชัดว่าวันนี้เขาไม่ได้มาในฐานะคนดนตรี หรือนักจัดรายการวิทยุ แต่เขามาในฐานะคนเขียนหนังสือที่รู้สึกเดียวดายเมื่อมองขึ้นไปยังกลุ่มคนมียศมีตำแหน่ง นอกจากนี้เขายังเผื่อแผ่ความเห็นอกเห็นใจไปยังคนวรรณกรรมอื่นๆ อีก และเป็นกระบอกเสียงแทนบางคนที่มาร่วมงานไม่ได้ เพราะ คนกลุ่มนั้นยังต้องเผชิญกับน้ำท่วมอยู่

     "วันนี้ผมมาในฐานะคนเขียนหนังสือ ผมอยากให้เราคิดถึงครูบาอาจารย์ของเรา คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี หนังสือแค่หนึ่งเล่มในบ้านอาจารย์สุชาติ สวัสดิ์ศรี ทรงคุณค่ายิ่งกว่าหนังสือในหอสมุดแห่งชาติด้วยซ้ำไป ไม่ทราบจะมีใครไปเยียวยาอาจารย์สุชาติ สวัสดิ์ศรีบ้างหรือไม่"

     เท่าที่จำได้คำถามคล้ายๆ กันนี้ ถูกเอ่ยขึ้นจากปากหลายต่อหลายคน แต่คำตอบจากผู้สมควรตอบกลับไม่มีแม้เพียงเสี้ยวคำ

     นายกฯ เจน เสริมว่า "ความสูญเสียของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นความสูญเสียมากกว่าความเป็น สุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นกรณีตัวอย่างว่า คนที่ไม่เข้าใจงานศิลปะ งานวรรณกรรม เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องช่วยพี่สุชาติ"
     คุยกับ เจนภพ จบกระบวนวรรณ ทั้งที หากจะข้ามเรื่องเกี่ยวกับดนตรีไปคงไม่งาม แต่พิพิธภัณฑ์เพลงลูกทุ่งที่เคยให้ความรู้กับลูกหลานกำลังจมน้ำ สิ่งละอันพันละน้อยอันหาได้แต่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ย่อมถูกความเปียกชื้นแห่งสายน้ำทำลาย เขาจึงอยากจะพูดเพียงว่า วันนี้เขายังอยู่

     "ถึงพิพิธภัณฑ์เพลงลูกทุ่งจะล่มสลายไปแล้ว แต่ผู้ชายเสื้อลายดอกที่วันนี้เป็นผู้ชายเสื้อลายพรางยังอยู่ ยังสู้เสมอ"
     ก่อนจะผันตัวเองกลายเป็นผู้ร่วมงานโดยสมบูรณ์ เขาได้ฝากบทเพลงที่กลั่นกรองจากความรู้สึกเบื้องลึกในฐานะผู้อพยพและประสบภัย ที่วันนี้ 'อยากกลับบ้าน'

     สิ้นเสียงเพลงจากใจ เจนภพ ผู้ใจบุญในและนอกวงการวรรณกรรมต่างพากันขึ้นมอบเงิน สมดังที่ตั้งเป้าประสงค์ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือนักเขียน ผู้มีจิตศรัทธามีมาก อาทิ มูลนิธิอมตะ มอบ 1 แสนบาท, สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ มอบ 1 แสนบาท, สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊ค มอบ 1 แสนบาท, ดนัย จันทร์เจ้าฉาย มอบ 1 แสนบาท, สุมาลี วงศสวรรค์ (ภรรยา รงค์' วงศ์สวรรค์) มอบ 5 พันบาท, ดลสิทธิ์ และ ชมัยภร บางคมบาง มอบ 2 หมื่นบาท  กาละแมร์-พัชรศรี เบ็ญจมาศ ช่วยเหลือ 3 หมื่นบาท ฯลฯ

     ดูเหมือนยอดบริจาคจะพุ่งทะยานหลายแสนบาทในเวลาอันน้อยนิด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนนักเขียนประสบภัย กลับไม่พอ

     เจน สงสมพันธุ์ เผยว่า "จากการสำรวจ นักเขียนที่ประสบภัยมี 300-400 คน เมื่อมาดูงบประมาณเงินสวัสดิการ เนื่องจากสมาคมนักเขียนได้เงินดำเนินงานทุกอย่างมาจากการบริจาค ซึ่งเราแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนการบริหารและสวัสดิการนักเขียน งานหลักคือ หาเงินเข้าสวัสดิการนักเขียนเวลานักเขียนเจ็บป่วย พอมาดูตัวเงินแล้วพบว่ามีนิดเดียว การช่วยเหลือจึงเป็นการลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ เวลาต่อมาเราได้คุยกับเนชั่นฯ ขอเรือ ขอถุงยังชีพ เป็นการบรรเทาเฉพาะหน้า ทางเนชั่นฯจึงบอกว่าน่าจะมีการจัดงานนะ ถ้าเราไม่มีเงินก็จัดงานระดมทุนขึ้นมา แต่เราไม่มีกำลังจัดงาน ก็ขอทางเนชั่นฯไป เนชั่นฯและเครือข่ายทั้งหมดก็เป็นแม่งานให้ ซึ่งสยามพารากอนก็ให้ใช้สถานที่แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะเป็นงานต่อเนื่องจากงานช่วยน้ำท่วมที่จบไปแล้ว ถือเป็นจังหวะดีที่หลายฝ่ายมาร่วมกัน วันนี้เราได้พันธมิตรต่างๆ มาช่วยมากมาย

     ยอดบริจาคพอเอามาเฉลี่ยกับนักเขียนประสบภัย ก็ยังไม่ทั่วถึงหรอกครับ เราจึงเปิดบัญชี ช่วยนักเขียนประสบอุทกภัย ธนาคารกรุงไทย สำนักงานนานาเหนือ เลขบัญชีสวยมาก 0000358789 จนถึงเดือนม.ค. เพราะเงินจำนวนนี้ยังไม่เพียงพอ เป้าประสงค์ของสมาคมฯ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง คือ ช่วยเหลือนักเขียนทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิกในขั้นต้น"

     แต่สำหรับศิลปินที่แท้จริง เงินไม่ใช่สารัตถะแห่งชีวิต นักเขียนก็เช่นเดียวกัน เงินเป็นเพียงเครื่องหมายของน้ำใจไมตรียามต้องช่วยเหลือกัน
     "เงินไม่ใช่ปัจจัยหลักของความเป็นมนุษย์ แต่ให้มันเป็นเครื่องหมายของการช่วยเหลือกัน เครื่องหมายให้เรามีกำลังใจสู้กับอุปสรรคต่างๆ และอยากจะให้นักเขียนเป็นแบบอย่างในสังคมที่เข้มแข็ง นักเขียนไม่ว่าจะอยู่ในภาวะอย่างไร ยิ่งวิกฤติยิ่งเป็นผู้นำพาคนอื่นได้ด้วย" นายกฯ เจน กล่าว
     บนเวที...ศิลปินมากมายจากหลายค่ายทั้งน้อยใหญ่ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีมอบความสุขผ่านบทเพลงหลากแนวแก่ผู้ชม อาทิ หงา คาราวาน, แคท รัตติกาล, อี๊ด ฟุตบาท และครอบครัว, เอิร์น เดอะสตาร์, ศิลปินจาก AF, เตชินท์, หนูนา หนึ่งธิดา, สิงโตนำโชค, วงเดอะจั๊กส์ ฯลฯ

     สุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน หนึ่งในศิลปินที่ร่วมบรรเลงความสุข ก็เป็นผู้ประสบภัยแต่เขาบอกว่านี่เพียงเล็กน้อย
     "ที่โดน โดนกันถ้วนหน้า หลายส่วน หลายฝ่าย ผมรู้สึกว่าเรื่องของเรามันเล็กน้อย ของเรามันท่วมนิดเดียว ที่อื่นเขาหนักกว่าเราเยอะ"

     ด้านพิธีกรอาสามาด้วยใจอย่าง คมสัน นันทจิต ซึ่งคลุกคลีวงการวรรณกรรมมายาวนาน จึงได้เห็นความจริงว่า บรรณพิภพเสียหายมหาศาล
     "คิดเล่นๆ นะ หนังสือน่าจะหายไปเป็นล้านเล่ม แค่บ้านคุณสุชาติคนเดียวก็ไม่รู้เท่าไร วันก่อนก็คุณนิวัติ กองเพียร หนังสือพวกนั้นบางทีก็ไม่รู้จะหาได้จากไหน จะมีการขาดหายตกหล่นทางประวัติศาสตร์ไป"
     ซึ่งในแง่ของธุรกิจสิ่งพิมพ์ ความเสียหายแผ่เป็นวงกว้าง ตั้งแต่น้ำเริ่มมาก็เห็นผลกระทบได้ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ผ่านมาแล้วว่าคนน้อยเพียงใด แต่เบื้องลึก นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ วรพันธ์ โลกิตสถาพร เล่าว่า กระทบไปถึงเรื่องการขนส่งหนังสือยังภูมิภาคต่างๆ ด้วย

     "ก่อนหน้านี้พื้นที่ภาคกลางน้ำท่วม ร้านหนังสือปิด ขายไม่ได้ สอง เส้นทางส่งหนังสือไปทางเหนือถูกตัดขาด หมายถึงว่า จังหวัดทางเหนือไม่ท่วมแต่ไปไม่ได้ มาถึงตอนนี้ กรุงเทพฯ ท่วม เส้นทางเปิดได้แต่กรุงเทพฯ เปิดไม่ได้ ทำให้ปัญหาครั้งนี้กินเวลากว่าปกติ ปัญหามันเปลี่ยนที่ไป กระบวนการกระจายสินค้ามันทำไม่ได้ มูลค่าทางธุรกิจปีนี้ก็คงจะตก"
     สำหรับ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ แม้จะไหวตัวทัน ขนหนังสือส่วนตัวไปพักพิงที่ จ.กาญจนบุรี เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีไม่พ้นอุทกภัยในหัวใจ เขาเห็นเพื่อนพ้องต้องทุกข์ระทม ใจเขาจึงระทมไม่แตกต่างกัน
     "ผมว่าสมบัติที่มีค่าที่สุดของนักเขียนก็คือหนังสือ แต่ละคนจะมีหนังสือของตัว นอกจากของตัว อาจจะมีหนังสือที่ตัวเองรัก หายาก บางทีห้องสมุดก็อาจจะไม่มี สมบัติเหล่านี้ผมว่าเป็นภูมิปัญญาของแผ่นดิน สมบัติของแผ่นดินซึ่งมันสูญเสีย สูญหายไปยับเยิน ทำให้เราต้องมาช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางที่จะมีหลักประกันให้กับงานดีๆ เหล่านี้ เช่น สมาคมนักเขียนเอง หรือตัวนักเขียนเอง น่าจะมาคุยกันว่าใครมีหนังสือดีๆ ควรจะมาขึ้นทะเบียนกันเอาไว้ นั่นเป็นประการหนึ่ง

     อีกประการหนึ่ง โดยปกติแล้วนักเขียนดูแลกันเอง ไม่ได้หวังพึ่งพาทางการเท่าไร ต่อไปนี้ต้องคิดด้วยจิตสำนึกใหม่ ทำอย่างไรถึงจะให้นักเขียนได้ทำงานที่มีคุณค่า สร้างสรรค์จิตสำนึกใหม่ วัฒนธรรมใหม่ สังคมใหม่ ให้กับผู้คน เพราะคนที่จะคิดได้อย่างนี้ ก็มีแต่ศิลปินเท่านั้นแหละ เพราะถ้าร่วมกันคิด มันจะเป็นวิทยาศาสตร์ และมีจินตนาการด้วย เหมือนที่ไอสไตน์บอกว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ นักวิชาการเขาจะรู้เฉพาะด้าน ส่วนมากจะขาดจินตนาการ ก็มีแต่นักเขียนเท่านั้นแหละที่มีจินตนาการ วันนี้นักเขียนได้พบแล้ว ที่เป็นจริงคืออะไร สังคมมันเน่าอย่างไร น้ำครั้งนี้มาสอน และมันจะมาช่วยล้างขยะปฏิกูลที่เป็นความคิดสังคมเน่าๆ ออกไป เราต้องช่วยกัน

     งานครั้งนี้เป็นการให้กำลังใจและทำให้ปรากฏว่านักเขียนก็ดูแลกันเองและมีบทบาทสำคัญอย่างไรในสังคมนี้ เพราะความสูญเสียหนังสือที่มีค่า มันไม่ใช่ความสูญเสียเฉพาะตัว มันเป็นความสูญเสียของสังคมด้วย"



     ด้านนายกฯ วรพันธ์ กล่าวถึงงานเติมน้ำในใส่หนังสือว่า "งานนี้เป็นงานที่ดีนะ ที่คนในวงการได้มีส่วนร่วม เพราะนักเขียนถือเป็นต้นน้ำของงานวรรณกรรม ถ้าเขาเดือดร้อน เขาย่อมขาดกำลังใจ ถ้าเรามีส่วนร่วมช่วยเหลือ อย่างน้อย จิตใจได้แล้ว เขาจะมีกำลังใจทำงานต่อได้... ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของคนไทย คือ ความมีน้ำใจเอื้ออารีต่อกัน เวลามีปัญหาอะไรคนไทยจะจับมือกัน"

     บนเวที... สิ้นเสียงเมโลดี้สุดท้าย พ่องานแม่งานพากันขึ้นไปขอบคุณและสรุปยอดบริจาค เหลือเชื่อที่งานเล็กๆ เพียงค่อนวันจะระดมทุนที่เป็นเงินได้มากถึง 695,628 บาท และยิ่งน่าดีใจกว่า คือ เสียงเล็กๆ ในงานเล็กๆ ดังไปถึงภาครัฐแล้ว เพราะมีสายตรงถึงผู้จัดงานว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จะช่วยเหลือเป็นเงิน 2 แสนบาท โดยจะเบิกจ่ายให้ภายหลัง
     หากมองในแง่วัฒนธรรม งานเติมน้ำใจใส่หนังสือ จึงเป็นงานเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่

    ที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
    http://www.bangkokbiznews.com/

    Life Style : Read & Write
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 10:43
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design