สมาชิกล็อกอินที่นี่
พุธ 22 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.watcafe.com/
    วรรณวรรธน์ คาเฟ่
  • http://www.thaiwriternetwork.com/
    เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย รวมประวัตินักเขียน มีคอลัมน์และงานเขียนใหม่ๆ ให้อ่าน
  • http://www.khaofang.com/
    ข้าวฟ่างสำนักพิมพ์
  • http://www.sameskybooks.org/
    ฟ้าเดียวกัน
  • http://www.thaingo.org/
    สื่อทางเลือกเพื่องานพัฒนา
  • http://www.rd-bookclub.com/
    รหัสคดี สำนักพิมพ์ที่พิมพ์เรื่องแนวรหัสคดี
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.combangweb.com/
    สำนักพิมพ์คมบาง พิมพ์งานวรรณกรรม นวนิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมคลาสสิค งานเขียนของชมัยภร แสงกระจ่าง มีแกลเลอรี่ เว็บบอร์ดพูดคุยและคอลัมน์ดีๆ น่าอ่าน
  • http://onopen.com/
    โอเพ่นออนไลน์
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/
    เสาร์สวัสดี

  • ผลการพิจารณาคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ประจำปี 2554
    โพสต์โดย : mataree
    2011-07-20 13:48:23

    ผลการพิจารณาคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ประจำปี 2554

    คณะกรรมการคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ได้พิจารณาคัดเลือกหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดรางวัลวรรณกรรม สร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
    ประจำปี 2554 จำนวน 83 เล่มแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอหนังสือรวมเรื่องสั้น 7 เล่ม ดังมีรายชื่อซึ่งเรียงตามลำดับตัวอักษรของชื่อเรื่องต่อไปนี้ ให้คณะกรรมการตัดสินพิจารณาในวาระต่อไป
     
    1. 24 เรื่องสั้นของฟ้า  ​ของ  ฟ้า  พูลวรลักษณ์
    2. เรื่องของเรื่อง​ของ  พิเชษฐ์ศักดิ์  โพธิ์พยัคฆ์
    3. แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ​ของ  จเด็จ  กำจรเดช
    4. กระดูกของความลวง​ของ  เรวัตร์  พันธุ์พิพัฒน์
    5. นิมิตต์วิกาล ​ของ  อนุสรณ์  ติปยานนท์
    6. บันไดกระจก​ของ  วัฒน์ ยวงแก้ว
    7. ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำตลอดชีวิต​ของ  จักรพันธุ์ กังวาฬ
     
    ด้วยความเคารพอย่างสูง
     
    1. นายฐนธัช  กองทอง​              ประธานกรรมการคัดเลือก
    2. นายโตมร  ศุขปรีชา​              กรรมการ
    3. นางนรีภพ  จิระโพธิรัตน์ สวัสดิรักษ์    กรรมการ
    4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นัทธนัย ประสานนาม  กรรมการ
    5. รองศาสตราจารย์ประทีป เหมือนนิล     กรรมการ
    6. ดร.พิเชฐ  แสงทอง​              กรรมการ
    7. ดร.อารียา  หุตินทะ              กรรมการ
     
     
    ภาพรวมของเรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2554
     
    ​คณะกรรมการคัดเลือกได้ร่วมกันสรุปภาพรวมของเรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดรางวัลซีไรต์
    ประจำปี 2554  ดังนี้

    ​ เรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดมีเนื้อหาหลากหลาย ปัญหาของสังคมยังเป็นวัตถุดิบที่ทรงพลัง นักเขียนให้ความสนใจปรากฏการณ์ต่างๆ ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งที่เกิดจากความแตกต่างของคนในสังคม การพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยตามกระแสทุนนิยมเสรีโลกาภิวัตน์และสังคม เสมือน ซึ่งส่งผลต่อวิถีชีวิตดั้งเดิม โดยเฉพาะในด้านความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม และจริยธรรม อย่างไรก็ตาม การเสนอปัญหาของท้องถิ่นยังมิได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก 

    นักเขียนมุ่งเสนอภาพในมุมมองที่ขยายวงมากกว่าเดิม  กล่าวคือ นอกจากจะชี้ให้เห็นว่าชนบทเป็นผู้ถูกกระทำจากภายนอกอย่างไม่มีทางเลือกแล้ว ในบางกรณี ปัญหาของมนุษย์ก็เกิดจากคนที่อยู่ในชุมชนนั้นเอง ส่วนเนื้อหาที่มุ่งเสนอเรื่องราวของวิถีชีวิตสมัยใหม่ นักเขียนแสดงให้เห็นถึงความสับสนความแปรปรวนของชีวิต ภาวะของความเป็นมนุษย์ถูกลดทอนลงไป  ท่าทีในการแสดงออกต่อปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาในชนบทและวิถีชีวิตสมัยใหม่ มีทั้งการเสียดสียั่วล้อเพื่อกระตุกให้ผู้อ่านย้อนกลับมาหยั่งถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีนักเขียนที่แสดงความห่วงใยต่อสังคม และมีทั้งการเผชิญหน้าด้วยการตั้งคำถามถึงปรากฏการณ์ต่างๆ ของสังคมผ่าน “โลกภายใน” ของตัวละคร และน้ำเสียงของนักเขียน  อย่างไรก็ตามนักเขียนมีแนวโน้มขยายเรื่องราวของตนผ่านการข้ามพรมแดนไปสู่ โลกที่กว้างใหญ่ขึ้น ทั้งพรมแดนในด้านชาติพันธุ์  พรมแดนด้านรัฐชาติ พรมแดนด้านเพศ และพรมแดนด้านการเล่าเรื่อง

    ​เมื่อ พิจารณาในด้านกลวิธีการนำเสนอแล้ว พบว่านักเขียนส่วนหนึ่งยังคงนำเสนอเรื่องสั้นตามขนบ ​แบบที่นิยมกันมาเป็นเวลานาน ดังระบุไว้ในทฤษฎีการประพันธ์เรื่องสั้น  หากแต่ภายใต้โครงสร้างดังกล่าว นักเขียนได้สร้างความเข้มข้นและความซับซ้อนของเนื้อหาด้วยมุมมองหลากหลาย แม้ว่าปัญหาหลายอย่างที่เสนอในเรื่องสั้นจะเป็นภาพที่หยุดนิ่ง ไม่ต่างจากเรื่องสั้นก่อนหน้านี้  แต่ก็ยิ่งทำให้เห็นว่าปรากฏการณ์ของสังคมที่ถาโถมใส่มนุษย์มีความยิ่งใหญ่ เกินกว่าจะรับมือและต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงได้

    ​ ส่วนการนำเสนออีกรูปแบบหนึ่งนั้นนักเขียนได้พยายามทดลองนำเสนอเรื่องสั้นของ ตนด้วยกลวิธีต่างๆ โดยพยายามสร้างสรรค์แบบอย่างเฉพาะตนขึ้น เป็นการสร้างอัตลักษณ์การเขียนเรื่องสัั้นของตนขึ้นมา ลักษณะดังกล่าวเป็นการสร้างสีสันใหม่ๆ ให้แก่วงการประพันธ์เรื่องสั้นของไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มของการเขียนเรื่องสั้นไทยในอนาคต  กลวิธีการเขียนเรื่องสั้นที่เน้นอัตลักษณ์เฉพาะตนชวนให้ตื่นตาตื่นใจ ปลุกเร้าให้ขบคิดตีความ

    ​อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพของเรื่องสั้นโดยรวมแล้ว  พบว่าประพันธศิลป์เชิงสร้างสรรค์ทั้งด้านเนื้อหาและการนำเสนอนั้นยังอยู่ ระหว่างการแสวงหาลักษณะเฉพาะของยุคสมัยที่โน้มนำให้เชื่อว่ายังมีเส้นทาง ข้างหน้าอีกยาวไกล

     
    24 เรื่องสั้นของฟ้า ของ ฟ้า พูลวรลักษณ์

     
    ​ ‘ที่ว่าง’ และ ‘ระยะห่าง’ คือกลวิธีสำคัญในเรื่องสั้นของฟ้า พูลวรลักษณ์ งานของเขามีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านวิธีคิด การใช้ตรรกะแบบนักปรัชญา และภาษาที่เรียบง่ายลงตัว แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้คือการทิ้งระยะห่าง เล่นล้อกับพื้นที่ ความว่างเปล่า ความใกล้ไกลของเวลา ตั้งคำถามกับความจริง-ลวง และการดำรงอยู่ของมนุษย์
    ​กล่าวอีก อย่างหนึ่งได้ว่า งานรวมเรื่องสั้นของฟ้า ไม่มุ่งแสวงหาความเป็นไปในวิถีทางโลก ไม่มุ่งวิพากษ์สังคมร่วมสมัยอย่างที่เป็นอยู่ แม้ทุกเรื่องจะเป็นเรื่องสั้นที่เล่าถึงมนุษย์ แต่เรากลับรู้สึกคล้ายสัมผัสจับต้องผู้คนเหล่านั้นไม่ได้ในลักษณะอาการปกติ แต่ละเรื่องจึงฉายภาพความ ‘อปกติ’ ของมนุษย์ด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ สะท้อนถึงวิธีคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ของผู้เขียน
    ​นอกจากนี้ กลวิธีการสร้างความรู้สึกว่างเปล่าเหินห่างในเล่ม ยังแสดงถึงความพยายามในการตอบคำถามเชิงอภิปรัชญาอันยิ่งใหญ่เวิ้งว้างและไร้ คำตอบ โดยอิงอยู่กับปรัชญาหลายแขนง ทั้งปรัชญาจากโลกตะวันออก ปรัชญาจากโลกตะวันตก และกระทั่งปรัชญาทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งแสดงถึงคลังความรู้ภายในตัวผู้เขียน เรื่องสั้นของเขาอาจมีรสไม่คุ้นชินสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานเขียนตามขนบของ เรื่องสั้น แต่ให้รสแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว



    ​เรื่องของเรื่อง ของ พิเชษฐ์ศักดิ์ โพธิ์พยัคฆ์
     

    นำ เสนอปัญหาของชุมชนมากกว่าการเพ่งเล็งที่ปัญหาของปัจเจกบุคคลแต่ถ่ายเดียว ผู้เขียนนำเสนอภาพชีวิตของมนุษย์ที่รวมกลุ่มกันอยู่ภายใต้โครงสร้างความ สัมพันธ์ที่ถูกกำกับด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น ความเชื่อ ความทรงจำ และค่านิยมที่สืบต่อกันมาและไหลเวียนซึมซ่านอยู่ในชีวิตทางสังคมของเขาเหล่า นั้น ทั้งนี้ ผู้เขียนได้แสดงให้เห็นว่าศรัทธาและความเชื่อเป็นพลังสำคัญที่ผลักดันความ คิดและการแสดงออกของมนุษย์ โดยที่ศรัทธาและความเชื่อดังกล่าวยังเข้ามามีส่วนในกระบวนการก่อร่างอัต ลักษณ์ทั้งในระดับสถาบัน ชุมชน และปัจเจกบุคคลที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลผลิตทางประวัติศาสตร์ของจิตสำนึก ร่วมทั้งในตัวบทและในบริบท
    ​ความโดดเด่นของเนื้อหาในรวมเรื่อง สั้นชุดนี้ยังอยู่ที่การนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่ดำรงอยู่ภายใต้แรงเหวี่ยงอัน ผันผวนปรวนแปรของสังคมสมัยใหม่กอปรกับการกดทับของความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ระหว่างคนกลุ่มต่างๆ ในสังคม โดยชี้ให้เห็นว่าชีวิตที่ดิ้นรนและเป็นไปในชนบทมีสาเหตุจากความเชื่อและความ ปรารถนาของมนุษย์ที่ชวนให้มีความหวังหรืออดสูสังเวชไม่ต่างกับเรื่องเล่า เกี่ยวกับเมืองใหญ่ที่พบมากในวรรณกรรมไทยในทศวรรษหลังนี้
    ​ในแง่ ศิลปะการประพันธ์ เรื่องของเรื่อง แสดงให้เห็นศักยภาพของเรื่องเล่าในการนำเสนอความรู้สึกนึกเห็นของตัวละคร การก่อรูปของเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งอันมีฐานมาจากเรื่องเล่าเรื่องอื่นๆ ทั้งยังนำเสนอภาพและความคิดอันกลมกลืนผ่านจังหวะของการนำเสนอที่เหมาะสม ชวนให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์คล้อยตามและใช้ความครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง



    ​แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะจิบกาแฟ ของ จเด็จ กำจรเดช 


    เป็น รวมเรื่องสั้น 12 เรื่อง ที่ทำให้เรามองสิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยดวงตาที่เปลี่ยนไป เรื่องสั้นเหล่านี้แม้จะดูหนักหน่วงมีมิติที่ทับซ้อน มีมุมมองที่แปลกต่าง หากแต่มีความหมายอันน่าพินิจ

    ​นักเขียนเน้นการ เล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง อย่างซ่อนเงื่อนซ่อนปม กำกับบทบาทความคิดอย่างมีศิลปะในการเรียงร้อยและจัดวางจังหวะถ้อยคำและข้อ ความ เรื่องราวที่มีลีลาเชิงอุปลักษณ์ ประชดประชัน ยั่วล้อ การละเล่นกับความแปลกประหลาด ความชำรุดของสังคมและปรัชญาที่แฝงอยู่ ลงไปถึงรายละเอียดของอารมณ์มนุษย์ ภายหลังเผชิญความโศกเศร้าและหายนะ เผชิญชะตากรรมที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ภาพย่อยในเนื้อหาแต่ละเรื่อง เรียกอารมณ์ และวิธีการมองโลก กระตุ้นให้คิดตามและคิดต่อ

    ​ กล่าวได้ว่า รวมเรื่องสั้นชุดนี้โดดเด่นด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องในแบบเฉพาะตน ฝีมือในเชิงการประพันธ์ มีสีสันในแง่ของการนำเสนอโลกทัศน์ ต่อชีวิต สังคมและโลกที่ลุ่มลึก พร้อมทั้งกลวิธีทางวรรณศิลป์ที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เข้มข้นด้วยอารมณ์อย่างน่าสนใจ เป็นเรื่องสั้นชุดหนึ่งที่ท้าทายจิตสำนึกของคนในสังคมได้เป็นอย่างดี



    กระดูกของความลวง ของ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ 


    คือ รวมเรื่องสั้น 12 เรื่องที่จำลองโลกของความลวงไว้ได้อย่างมีเอกภาพ สอดคล้องกับบางถ้อยคำในบางเรื่องที่ว่า “เป็นประวัติศาสตร์มหึมาที่ประกอบด้วยความลวง” โดยตีแผ่ความเปราะบางของมนุษย์ในสังคมรอบข้างไว้หลายแง่มุม ทั้งจิตใจด้านมืดที่เต็มไปด้วยการฉกฉวยทำลาย การเมินเฉยต่อความเลวร้ายเบื้องหน้า การบิดเบือนความเป็นจริง ความโง่เขลาต่อสรรพสิ่ง และการยึดมั่นกับการมองสิ่งต่างๆ จากภาพลักษณ์ภายนอกมากกว่าความดีงามภายใน เพื่อสะท้อนความแปรปรวนอันน่าสะทกสะเทือน และด้วยคำถามที่ว่า “โลกเราจะสงบสุขเพียงใดหากไม่ตัดสินชีวิตผู้อื่นด้วยอคติและอวิชชาทั้งหลาย ทั้งปวง”

    ​ผู้ประพันธ์เลือกกลวิธีนำเสนอ ด้วยชั้นเชิงทางวรรณศิลป์หลากหลายรูปแบบ โดยซ่อนสัญลักษณ์ให้ตีความได้อย่างแนบเนียน และด้วยภาษากวีอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว  



    นิมิตต์วิกาล ของ อนุสรณ์ ติปยานนท์ 

    โลก แห่งเหตุผลและตรรกะแบบวิทยาศาสตร์คือสิ่งที่ได้รับการประเมินว่าควรค่าและมี ความหมายสูงสุดในการดำเนินชีวิตของมนุษย์   หากแต่เรื่องสั้นทั้งแปดเรื่องใน “นิมิตต์วิกาล” ของอนุสรณ์ ติปยานนท์ ตั้งคำถามกับโลกใบนั้นและพาเราข้ามเส้นแบ่งพรมแดนหลากมิติ  ไม่ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะเป็น ญี่ปุ่น เขมร จีน ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส หรืออื่นๆ ตามการแบ่งของรัฐชาติสมัยใหม่ ไม่ว่าเขาจะเป็นพุทธ คริสต์  ชายหรือหญิง แต่วิกฤติของชีวิตเป็นสิ่งที่เกิดกับมนุษย์ทุกผู้นามโดยไม่เลือกสัญชาติ ศาสนา หรือเพศ
     
    แต่ละเรื่องเล่าในปกรณัมส่วนบุคคลขยาย ความไปถึงปัญหาของมวลมนุษยชาติ  รอยไหม้ในแผ่นหนังกวางจึงเป็นได้ทั้งประจักษ์พยานเรื่องมนุษย์เบียดเบียน สัตว์ หรือหมายถึงมนุษย์เข่นฆ่ากันเองในสงครามโลกครั้งที่สอง เฉกเช่นเดียวกับการตามหายาฉีดเพื่อรักษาเพื่อนนำไปพบสงครามฆ่าล้างเผ่า พันธุ์ในเขมร  หรือความเศร้าหลังการตายของแม่เร่งเร้าให้ตัวละครออกเดินทางและได้สัมผัส พลังศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าแม้ความตายจะคุกคามเบื้องหน้า  กล่าวได้ว่า การเดินทางจากเรื่องส่วนตัวไปสู่การรับรู้ปัญหาของมนุษย์ร่วมโลกในดินแดน อื่นเป็นอีกหนึ่งพรมแดนที่ผู้เขียนพาผู้อ่านก้าวข้ามไป
     
    ลีลา การเล่าที่เริ่มต้นด้วยปัญหาในโลกแห่งความจริงเชิงประจักษ์ซึ่งพรั่งพร้อม ด้วยข้อมูลอันน่าเชื่อและปล่อยให้เรื่องราวไหลเคลื่อนไปสู่เรื่องเล่าที่ เกินจริง ลึกลับ เพื่อไขปริศนาหรือคลี่คลายปัญหาที่รุมเร้าตัวละคร  เป็นการท้าทายชุดเรื่องเล่าแนวสัจนิยมที่โดดเด่น  ความเหนือจริงที่ปรากฏในเรื่องสั้นทั้งแปดเรื่องมีเพื่อยืนยันว่า  เหตุผลไม่อาจเป็นเพียงเครื่องมือเดียวที่อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆที่มนุษย์ ประสบ ในหลายๆครั้ง  การฟังเสียงของความเชื่อ และศรัทธาในโลกแห่งจิตวิญญาณอาจนำเราไปสู่คำตอบอีกชุดหนึ่งซึ่งมีความหมาย ต่อชีวิตมากกว่า ศูนย์กลางของเรื่องเล่า ณ แดน บูรพทิศ ความสำคัญของอดีต ความทรงจำ และการดำรงอยู่ของตำนานในโลกสมัยใหม่เพิ่มกลิ่นอายของความเป็นเรื่องเล่าแนว หลังอาณานิคมที่ท้าทายชุดเรื่องเล่ากระแสหลักในปัจจุบัน



    บันไดกระจก ของ วัฒน์ ยวงแก้ว 

    ​ รวมเรื่องสั้นชุด “บันไดกระจก” ของวัฒน์ ยวงแก้ว ประกอบด้วยเรื่องสั้นทั้งขนาดยาวและขนาดสั้นจำนวน 10 เรื่อง ทั้งหมดมีจุดเด่นที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
    ประการแรก ผู้เขียนสามารถสร้างสรรค์เรื่องได้หลากหลายแนว เช่น แนวสร้างสรรค์ แนวแฟนตาซี แนวครอบครัว แนวจิตวิทยา บางเรื่องก็ผสมผสานระหว่างแนวที่หลากหลาย ทำให้เกิดรสชาติในการอ่านที่ไม่จำเจ ประกอบกับความสามารถของผู้เขียนในการสร้างโครงเรื่องที่ซับซ้อน เรื่องสั้นจึงมีมิติตื้น-ลึก-หนา-บางที่เร้าอารมณ์ ความรู้สึก และความสนใจของผู้อ่านเป็นอย่างยิ่ง
    ​ประการต่อมา การสร้างเรื่องในลักษณะข้างต้น สอดรับกับเนื้อหาและแนวคิดของเรื่องที่มุ่งฉายภาพสังคมทั้งในระดับจุลภาคและ มหภาค ทั้งในสังคมชนบท สังคมกึ่งเมืองกึ่งชนบท สังคมเมือง และสังคมไทยโดยรวม ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนซ่อนเงื่อน รวมเรื่องสั้นชุดนี้ทำหน้าที่สะกิดเตือนผู้อ่านถึงปรากฏการณ์ในชีวิตของคน และสังคม ที่ไม่อาจตัดสินชี้ถูกชี้ผิดกันอย่างง่ายๆ อันถือเป็นหน้าที่และเสียงเรียกร้องของวรรณกรรมที่ดีที่พึงมีต่อสังคม
    ​ ประการสุดท้าย รวมเรื่องสั้นชุดนี้ แสดงให้เห็นถึงขนบวิธีของการเขียนเรื่องสั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นขนาดสั้นหรือขนาดยาว หากนักเขียนมีความตั้งใจและความสามารถมากพอ ก็อาจสร้างเรื่องให้มีความแตกต่างจากขนบทั่วไปได้ กล่าวคือ เรามักจะคุ้นเคยกันว่าเรื่องสั้นต้องเกิดจากโครงเรื่องเดียว แต่ “บันไดกระจก” ทำให้เห็นว่านักเขียนสามารถสร้างความซับซ้อนให้กับเรื่องเล่าของตนได้ด้วยกล การวางโครงเรื่องที่ซับซ้อน สอดรับ หรือคู่ขนานกันได้อย่างเป็นระบบ


    ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำตลอดชีวิต ของ จักรพันธุ์ กังวาฬ
     
    ​ คำโปรยด้านหลังของหนังสือกล่าวว่าผู้เขียนเป็นทั้งนักเขียนและคนทำสารคดี รวมเรื่องสั้นเล่มนี้จึงเป็นการคลี่คลายคลังข้อมูลในงานสารคดีอันเป็น ‘เรื่องจริง’ จนกลายมาเป็น ‘เรื่องแต่ง’ ในรูปของเรื่องสั้นจำนวน 8 เรื่อง

    ​ คลังข้อมูลที่หลากหลายนั้น ไม่ได้มาจากการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียว ทว่ายังมาจากการครุ่นคิดถึงทั้งข้อมูลที่ได้รับจากภายนอกและอารมณ์ความ รู้สึกที่เกิดขึ้นภายในตัวของผู้เขียนเมื่อต้องปะทะกับข้อมูลเหล่านั้นด้วย ที่สุดจึงเกิดเป็น ‘เรื่องเล่า’ อันทรงพลัง และหลากหลายเข้มข้นด้วยรูปแบบที่แตกต่างกันไปในแต่ละเรื่อง บางเรื่องมีลักษณะแบบสัจนิยมที่ให้รายละเอียดผสานไปกับการวิพากษ์สังคมอย่าง แหลมคม พร้อมกับล้อเลียนลักษณะแบบสัจนิยมไปด้วยในตัว บางเรื่องใช้วิธีเล่าเรื่องซ้อนเรื่องเพื่อแสดงให้ผู้อ่านเห็นถึงทวิลักษณ์ ทางความคิดอันขัดแย้งลักลั่น และบางเรื่องก็มีกลิ่นอายของเรื่องเหนือธรรมชาติเพื่อเชื่อมโยงเมืองกับชนบท และเครื่องจักรกับมนุษย์ แต่โดยรวมแล้ว ทุกเรื่องล้วนเป็นไปเพื่อ ‘สนทนา’ กับผู้อ่านในประเด็นที่จริงจังของสังคม
    ​แม้เรื่องสั้นแต่ละ เรื่องจะไม่ได้ตั้งคำถามออกมาอย่างเด่นชัด ทว่าคำถามเหล่านั้นซ่อนตัวอยู่ใต้เรื่องเล่าต่างๆ และทำให้ผู้อ่านต้องฉุกคิดและฉงนฉงายต่อความเป็นไปในสังคมรอบตัวที่หลายคน มองว่าเป็นเรื่องสามัญธรรมดา แต่แท้แล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design