สมาชิกล็อกอินที่นี่
เสาร์ 18 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.akaraonline.com
    อักขระบันเทิง
  • http://www.osotho.com/
    อสท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • http://www.chonniyom.co.th/
    ชนนิยม เราทำหนังสือมีชีวิต
  • http://http://www.krusala.com/
    กองทุนศิลปินครูบ้านป่า สลา คุณวุฒิ
  • http://www.thaipoet.net/
    สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
  • http://onopen.com/
    โอเพ่นออนไลน์
  • http://www.sakulthai.com/
    สกุลไทย
  • http://www.sarakadee.com
    นิตยสารสารคดี
  • http://bookgang.net/
    ก๊วนปาร์ตี้
  • http://www.winbookclub.com/
    วินทร์ เลียววาริณ

  • ฉันทลักษณ์ไม่ฉันทลักษณ์ --บทความของโกศล อนุสิม
    โพสต์โดย : mataree
    2010-09-15 15:12:40

    บทกวีฉันทลักษณ์หรือไม่ฉันทลักษณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมดาโลก
    ธรรมดาของสรรพสิ่งล้วนอยู่ใต้กฎพระไตรลักษณ์ที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้นั่นคือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีอะไรคงทนถาวร เพียงแต่ช้าเร็วกว่ากันเท่านั้น

    รางวัลซีไรต์ของวงการวรรณกรรมก็เช่นกัน เกิดขึ้นมาแล้ว ขณะนี้กำลังตั้งอยู่ ซึ่งขณะที่ตั้งอยู่ก็กำลังเดินไปสู่จุดแตกดับด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าจะดับเมื่อใดเท่านั้น อาจอีก 10 ปี 50 ปี 100 ปี หรือ 1,000 ปีก็ดับอยู่ดี (หรือมีใครรับประกันว่ารางวัลซีไรต์จะยืนยงอยู่ตราบนานเท่านานบ้าง?) เช่นเดียวกับรางวัลวรรณกรรมที่เกิดขึ้นมามากมาย หลายรางวัลก็ยังอยู่ หลายรางวัลก็ดับไปแล้ว แม้แต่ชื่อรางวัลก็ไม่มีใครจำได้

    ที่เขียนเรื่องเกิดดับนี้ก็เพราะเห็นมีคนจำนวนไม่น้อยแสดงความวิตก กังวล ร้อนใจ เรื่องการมอบรางวัลซีไรต์ให้แก่หนังสือบทกวี “ร้อยกรองอิสระ (free verse)” แทนหนังสือบทกวีแบบฉันทลักษณ์ที่เคยได้รับมาตลอด โดยเกรงว่าฉันทลักษณ์จะถูกลืมหรือถูกลดคุณค่าลงไป บางท่านก็ว่า ร้อยกรองอิสระ หรือที่รู้กันโดยทั่วไปว่ากลอนเปล่า นั้นไม่ใช่บทกวี หรือไม่งดงามเท่าบทกวีฉันทลักษณ์ เป็นต้น

    ขอฝากไปยังท่านทั้งหลายว่า ข้อที่ท่านห่วงใยว่าบทกวีฉันทลักษณ์จะถูกลืม ถูกลดคุณค่า ถูกกระทำย่ำยี หรือถูกฆาตกรรมไปเพราะคณะกรรมการรางวัลซีไรต์ ปี 2553 ตัดสินให้หนังสือบทกวีร้อยกรองอิสระได้รางวัล ดังที่วิพากษ์วิจารณ์กันอึงคะนึงในอินเตอร์เน็ตเวลานี้ หากพิจารณากันให้ถ่องแท้แล้วก็ไม่มีทางจะเป็นได้ ด้วยเหตุผลหลายประการ อาทิ

    1. รางวัลซีไรต์ไม่ได้เป็นแม่แบบหรือกฎของการเขียนกวีนิพนธ์แต่อย่างใด การที่กวีไร้ฉันทลักษณ์ได้รับรางวัลในปีนี้ก็มิได้หมายความว่า บทกวีทั้งหลายจะต้องเขียนแบบไร้ฉันทลักษณ์จึงจะเป็นบทกวี เช่นเดียวกับในครั้งที่ผ่านมา ที่บทกวีฉันทลักษณ์ได้รับรางวัลมาตลอด ก็ไม่ได้หมายความว่า บทกวีจะต้องเป็นแบบฉันทลักษณ์เท่านั้น ดังนั้น บทกวีจึงมีทั้งแบบฉันทลักษณ์และแบบไม่มีฉันทลักษณ์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปอยู่แล้ว

    2.รางวัลซีไรต์ไม่ได้มีอิทธิพลมากมายถึงขนาดทำให้คนเขียน คนอ่านหันไปเอาดีตามรูปแบบกวีนิพนธ์ที่ได้รับรางวัล มิหนำซ้ำบทกวีที่ได้รับรางวัลก็อยู่ในความสนใจของสังคมวรรณกรรมเพียงแค่ชั่วหนึ่งปีหรือสองปีเป็นอย่างมาก เมื่อมีเรื่องใหม่ได้รับรางวัลในปีถัดไป คนส่วนมากก็ลืมเรื่องเก่าไปแล้ว

    3.คณะกรรมการรางวัลซีไรต์ไม่ใช่ผู้สร้างกฎ ผู้คุมกฎ หรือมีอำนาจในการกำหนดทิศทางของวรรณกรรม เพียงแต่พิจารณาและตัดสินหนังสือที่สมควรได้รับรางวัลในแต่ละปีเท่านั้น ผู้ที่เป็นกรรมการก็มิได้ผูกขาดประจำโดยคณะใดหรือคนใดคนหนึ่ง แต่มีหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปทุกปี แน่นอนว่าหลาย ๆ คนทำหน้าที่ติดต่อกันหลายปีบ้าง ก็เนื่องจากทำงานโดยตำแหน่ง เช่น นายกสมคมนักเขียนฯ นายกสมาคมภาษาและหนังสือฯ ที่มีวาระติดต่อกัน และคณะกรรมการแต่ละคณะก็มีอิสระในการพิจารณาตัดสิน ดังนั้น รางวัลบทกวีครั้งต่อไปอาจเป็นบทกวีฉันทลักษณ์หรือไม่ฉันทลักษณ์ก็แล้วแต่คณะกรรมการนั้น ๆ หาได้เกี่ยวกับคณะกรรมการที่ตัดสินในปีนี้ไม่

    4.รางวัลซีไรต์เป็นเพียงรางวัลวรรณกรรมรางวัลหนึ่งในหลาย ๆ รางวัลที่มีอยู่ในประเทศไทย ต่างก็เพียงแต่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนมากกว่ารางวัลอื่น ซึ่งมีเหตุปัจจัยหลายประการ เช่น อายุของรางวัลที่มีมายาวนาน จำนวนเงินรางวัล ขอบเขตของรางวัลที่อยู่ในระดับอาเซียน แม้จะมีอิทธิพลต่อคนอ่านอยู่มากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะชี้เป็นชี้ตายคนเขียนและรูปแบบการเขียนแบบใดแบบหนึ่ง เช่น ฉันทลักษณ์ให้ล้มหายตายจากไปได้

    ฉันทลักษณ์จะตายหรือไม่ตาย จะลดบทบาทลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคนเขียนและคนอ่านไม่ใช่คณะกรรมการซีไรต์หรือรางวัลซีไรต์แต่อย่างใด ตราบใดที่ยังมีคนเขียนบทกวีฉันทลักษณ์ ตราบนั้นก็ยังมีคนอ่าน ตราบใดที่คนเขียนบทกวีฉันทลักษณ์ เขียนถึง เขียนพร้อม สื่อสารกับคนอ่านได้รู้เรื่อง โดนใจ ตราบนั้นคนก็ชอบอ่าน ฉันทลักษณ์ก็ยังคงอยู่ แต่หากคนเขียน เขียนไม่งาม เขียนไม่ถึง เขียนแค่เอาคำมาเรียงกันให้ครบเพื่อจบตามแบบฉันทลักษณ์ เขียนเอามัน เขียนรู้เรื่องคนเดียว สื่อสารกับผู้อ่านไม่ได้ ต่อให้เขียนโดยใช้ฉันทลักษณ์ได้สมบูรณ์เพียงใด ถูกต้องตรงตามแบบแผนขนาดไหนก็ไม่ยั่งยืนเป็นแน่แท้

    ฉะนั้น ท่านทั้งหลายที่กังวลว่าฉันทลักษณ์จะพังทลายก็เลิกเสียเถิด และอย่าตกอกตกใจที่บทกวีร้อยกรองอิสระได้รับรางวัลในปีนี้ อย่าทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมไปเลย หรืออย่าทำเหมือนมนุษย์หินได้ยินเสียงฟ้าผ่าแล้วกลัวว่าจะเป็นอันตรายกับตน ส่วนผู้ที่ชื่นชอบบทกวีไม่มีฉันทลักษณ์ก็อย่าได้คิดว่าสิ่งที่ตนชอบจะยั่งยืนมั่นคงต่อไปไม่มีเสื่อม เพราะสิ่งทั้งหลายเกิดได้ก็ดับได้ อยู่ในกฎพระไตรลักษณ์ทั้งสิ้น ทั้งรางวัลซีไรต์ บทกวีและชีวิตของเรา

    ท่านรักกวีนิพนธ์แบบใดก็จงเขียนไปเถิด รางวัลซีไรต์ไม่ได้ทำให้บทกวีของท่านดีขึ้นหรือเลวลงหรอก หากมัวแต่กังวลเรื่องนี้อาจจะทำให้ปัญญาของท่านอ่อนแอลงได้

    ขอฝากกลอนที่ผมเขียนไว้ให้อ่านกันอีกครั้งหนึ่ง

    มนุษย์หินยินเสียงฟ้าผ่า

    แรกมนุษย์ยุคหินยินเสียงฟ้าผ่า
    หวาดสะทกตกใจในฤทธา
    ว่าผีสางเทวดาจะลงทัณฑ์

    จึงวิ่งหาสิ่งของมาบวงสรวง
    ตะลีตะลานพล่านป่วงตาเหลือกสั่น
    รักตัวกลัวตายวายชีวัน
    เพราะว่าปัญญานั้นยังมีน้อย

    แท้เป็นธรรมดาของธรรมชาติ
    มิใช่ของประหลาดเลยสักหน่อย
    สรรพสิ่งซับซ้อนทั้งซ่อนรอย
    ถึงคราวก็ค่อยปรากฏกาย

    “โลกนี้มิอยู่ด้วย มณี เดียวนา”
    ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ กล่าวมามีความหมาย
    โลกนี้ใช่เพียงเราอยู่เปล่าดาย
    ชีวิตอื่นมากมายได้ร่วมกัน

    อย่าเป็นมนุษย์หินยินเสียงฟ้าผ่า
    มิใช่เรื่องฤทธาภัยมหันต์
    เป็นเรื่องธรรมดาเสียทั้งนั้น
    อย่าเอามันมาผ่าหัวตัวเองเอย.

    โกศล อนุสิม
    ๘ กันยายน ๒๕๕๓

    อ่านจบแล้วก็สุดแต่จะตีความเทอญ.

    หมายเหตุ คำว่า “ร้อยกรองอิสระ” ที่คณะกรรมการตัดสินใช้ในคำแถลงนั้น เป็นศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิยสถาน มาจากคำภาษาอังกฤษว่า free verse ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของกวีนิพนธ์ของฝรั่ง และเรารู้จักกันโดยทั่วไปว่า กลอนเปล่า หรือ บทกวีไร้ฉันทลักษณ์ นั่นเอง

     

    ที่มา

    http://kosolanusim.org/poem-and-free-verse

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design