สมาชิกล็อกอินที่นี่
พุธ 22 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.khaofang.com/
    ข้าวฟ่างสำนักพิมพ์
  • http://www.typhoonbooks.com/
    สำนักหนังสือไต้ฝุ่น สำนักของปราบดา หยุ่น
  • http://www.kosolanusim.com/
    โกศล อนุสิม นักเขียน
  • http://onopen.com/
    โอเพ่นออนไลน์
  • http://www.kwanruen.com/
    ขวัญเรือน
  • http://www.napetch.com/
    ณ เพชร สำนักพิมพ์ / เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
  • http://www.praphansarn.com/
    ประพันธ์สาส์น สำนักพิมพ์ ชุมชนวรรณกรรม ทำเนียบนักเขียน
  • http://www.sarakadee.com
    นิตยสารสารคดี
  • http://www.thaipoet.net/
    สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/
    เสาร์สวัสดี

  • คาราวานท่องเที่ยว "เที่ยวไปบนเส้นทางสายนักเขียน"
    โพสต์โดย : suisia
    2010-03-19 13:26:14

    คาราวานท่องเที่ยว
    “เที่ยวไปบนเส้นทางสายนักเขียน”

                                                                                      สุณิสา  เจริญนา    
     

    นับจากปีที่ผ่าน ๆ  มา  สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการอ่านการเขียนอย่างต่อเนื่อง  ปีนี้สมาคมฯ  ก็เริ่มต้นรับปี  ๒๕๕๓  ด้วยกิจกรรมที่เรียกได้ว่าพิเศษไปกว่ากิจกรรมอื่น ๆ  ที่เคยจัด  นั่นคือการจัดคาราวานท่องเที่ยว  “เที่ยวไปบนเส้นทางสายนักเขียน”  ถึงแม้ว่ารูปแบบในการจัดกิจกรรมจะแปลกและแตกต่าง แต่วัตถุประสงค์ในการจัดงานและกลุ่มเป้าหมายของผู้ร่วมงานยังคงอยู่ที่เพื่อน ๆ  สมาชิกสมาคมฯ  เพื่อน ๆ  นักเขียน  นักอ่าน  และกลุ่มผู้ที่สนใจด้านการอ่านการเขียนอยู่นั่นเอง

    วัตถุประสงค์ของการจัดคาราวานท่องเที่ยว  “เที่ยวไปบนเส้นทางสายนักเขียน”   มีหลายประการด้วยกัน  คือ  เพื่อหารายได้เข้า  “กองทุนสวัสดิการนักเขียน  สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย”  เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการอ่านการเขียนของสมาคมฯ   เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ  อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสการเรียนรู้ชีวิตและผลงานของนักเขียนทั้งในอดีตและปัจจุบัน  การเดินทางครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่  ๒๗ - ๒๘  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๕๓  โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร  ผ่านจังหวัดสมุทรสงคราม   จังหวัดเพชรบุรี  เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ซึ่งเป็นเส้นทางการตามรอยนิราศเมืองเพชรของสุนทรภู่  เยี่ยมบ้านมนัส  จรรยงค์  ชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน  ฟังเรื่องราวพระราชนิพนธ์ล้นเกล้ารัชกาลที่  ๖  และพักผ่อนริมทะเลหัวหินซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง   

    กิจกรรมนี้สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหลาย ๆ  องค์กร  ได้แก่  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  /  บมจ.  ธนาคารกรุงไทย  /  บริษัท  โตโยต้า  มอเตอร์  ประเทศไทย  จำกัด  /  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  /  บริษัทสหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)  /  การประปานครหลวง  และบริษัทเรือเร็วลมพระยา  จำกัด 
      

    นอกจากนี้ยังมีเพื่อน ๆ  พี่ ๆ  น้อง ๆ  นักเขียน  (หลายรุ่น)  รวมทั้งสื่อมวลชนสายวรรณกรรมร่วมเดินทางไปด้วย  อาทิ  คุณไมตรี  ลิมปิชาติ  /  คุณเนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์  /  คุณชมัยภร  แสงกระจ่าง  /  ดร.  ถนอมวงศ์   ล้ำยอดมรรคผล  /  คุณอัศศิริ  ธรรมโชติ  /  คุณวัชระ  สัจจะสารสิน  /   คุณชูเกียรติ  ฉาไธสง  /  ครอบครัวของ  “บุหลัน   รันตี”  /  ครอบครัวของคุณขจรฤทธิ์  รักษา  /  ครอบครัวของคุณเจน  สงสมพันธ์  /  ครอบครัวของคุณนิเวศน์ – คุณกนกวลี   กันไทยราษฎร์  /  คุณบูรพา –         คุณญาดา  อารัมภีร  /  คุณจเลิศ  เจษฎาวัลย์  /  “ปิยะพร  ศักดิ์เกษม”  /  คุณภูวนาถ  เผ่าจินดา  (พร้อมทีมงานออโต้บิลด์)  /  ครอบครัวของคุณจตุพล  บุญพรัด  /  คุณดล  ปิ่นเฉลียว  /  คุณสาโรจน์  มณีรัตน์  /  คุณนรีภพ  สวัสดิรักษ์  (นิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์)  /  คุณอาทร  เตชะธาดา  (สำนักพิมพ์ประพันสาส์น)  /  คุณพินิจ  นิลรัตน์  (หนังสือพิมพ์คมชัดลึก)  /  คุณสุธาทิพย์  โมราลาย  (นิตยสารกุลสตรี)  /  คุณสิรนันท์  ห่อหุ้ม  (สำนักพิมพ์มติชน)  /  คุณพรชัย  จันทโสก  (จุดประกายวรรณกรรม  หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)  /  คุณนันทพร  ไวศยะสุวรรณ์  (สถานีโทรทัศน์เนชั่นแชแนล)  /  คุณภาวินี    อินเทพ  (นิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์)  /  คุณวาสนา  ชูรัตน์  (นิตยสารโหวต)  /  คุณชินวัฒน์  ตั้งสุทธิจิต  (หนังสือพิมพ์สยามรัฐ)       และยังมีเพื่อนร่วมทางที่เป็นนักอ่านและผู้ที่สนใจเรื่องอ่านเรื่องเขียนอีกจำนวนหนึ่งที่เดินทางไปบนเส้นทางสายนักเขียนด้วยกัน 
      

    การเดินทางเริ่มขึ้นตอนเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่  ๒๗  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  คณะทั้งหมด     มารวมตัวกันที่ลานจอดรถด้านหน้าศูนย์การค้า  บิ๊กซี  ซุปเปอร์เซ็นเตอร์  สาขาพระรามสอง  เพื่อลงทะเบียน  รับสติกเกอร์ติดรถ  เสื้อยืด  อาหารเช้า  คู่มือการเดินทาง  และร่วมพิธีเปิดการจัดคาราวานท่องเที่ยวฯ  โดยมีคุณชมัยภร  แสงกระจ่าง  นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  และคุณชัยสงค์ ชูฤทธิ์  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเขตภาคกลาง  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ร่วมเป็นประธานกล่าวต้อนรับ   ผู้ร่วมเดินทางและทำการ “ปล่อยรถ”  ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นการเดินทางของคาราวานครั้งนี้  ที่มีผู้ร่วมเดินทางมากกว่าร้อยคน
      

    คณะคาราวานฯ  ออกเดินทางเป็นขบวนยาวเหยียดด้วยจำนวนรถที่เข้าร่วมนับกว่าสี่สิบคัน  โดยแวะพักและทำกิจกรรมร่วมกันเป็นจุด ๆ  คือ  จุดที่  ๑  อนุสาวรีย์ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  ดอนหอยหลอด  จังหวัดสมุทรสงคราม  จุดที่  ๒  วัดกุฎิ  จังหวัดเพชรบุรี  จุดที่  ๓  วัดพลับพลาชัย      จังหวัดเพชรบุรี  จุดที่  ๔  พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน  จังหวัดเพชรบุรี  และเข้าพักค้างคืน  ๑  คืน  ที่  Air  Force  Resident  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
      

    ประมาณเก้านาฬิกาเศษ ๆ  คณะคาราวานฯ  ก็เดินทางถึงจุดที่  ๑  คือ  อนุสาวรีย์  ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  เมื่อสมาชิกผู้ร่วมเดินทางแต่ละคน  แต่ละคัน  มาถึง  ต่างก็ตรงไปที่คณะกรรมการเพื่อลงเวลาซึ่งถือเป็นกติกาหนึ่งของการเล่นเกมกับคณะฯ  จากนั้นก็ขึ้นไปสักการะอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ  หรือ  “องค์พระบิดาแห่งกองทัพเรือ”  แล้วหาเพื่อนจากรถคันอื่น ๆ  แล้วถ่ายรูปสมาชิกทุกคนในทีม  ๒  รูป  โดยในรูปต้องมีฉากหลังเป็นศาลกรมหลวงชุมพร  และต้องมีหุ่นจำลองของกรมหลวงชุมพรในชุดเครื่องแบบทหารเรือสี  Navy  Blue   และเมื่อสมาชิกในทีมเสี่ยงเซียมซีก็ให้นำใบเซียมซีส่งให้กรรมการประจำจุด  เพื่อเก็บเป็นคะแนน  กิจกรรมต่าง ๆ  เหล่านี้จะมีทุก ๆ  จุดที่แวะพัก  ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกทุกคนในแต่ละทีมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน  และทำความรู้จัก  ทำความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมทางคนอื่น ๆ  ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมทางได้วิธีหนึ่ง
      

    เมื่อกิจกรรมต่าง ๆ  ณ  จุดที่  ๑  เสร็จสิ้นลง  คณะฯ  ก็ออกเดินทางไปยังจุดที่  ๒   คือ      วัดกุฎิ  ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายรัชสมัยรัชกาลที่  ๖  มีอุโบสถไม้สักทั้งหลัง  ที่กรมศิลปากร     ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๑๘  เพราะเป็นอุโบสไม้สักที่แกะสลักโดยรอบแห่งเดียวในประเทศไทย  ฝาผนังรอบนอกแกะสลักเป็นเรื่องราวของเทศน์มหาชาติและทศชาติชาดก  ฝาผนังด้านในแกะสลักเรื่องราวของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  บานประตูและหน้าต่างแกะสลักเป็นเรื่องราวของรามเกียรติ  ที่วัดแห่งนี้ยังมีมัคคุเทศก์น้อยที่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  เป็นผู้นำเที่ยวชมบริเวณโดยรอบของอุโบสถหลังนี้  สำหรับสมาชิกของคณะคาราวานฯ  เมื่อมาถึงก็ต้องลงเวลากับกรรมการก่อนเป็นสิ่งแรก  และทำกิจกรรมอื่น ๆ  ต่อไป  ถึงแม้ว่าอากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว  แต่เพื่อน ๆ  สมาชิกในคณะฯ  ต่างก็สนุกสนานและร่วมทำกิจกรรมกันด้วยความตั้งใจ
      

    คณะคาราวานฯ  มาถึงจุดแวะพักที่  ๓  ในเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาเศษ  ที่วัดพลับพลาชัย    ที่นี่นอกจากจะร่วมทำกิจกรรมที่กำหนดไว้แล้ว  ยังเป็นที่พักรับประทานอาหารกลางวันและร่วมฟังการบรรยายพิเศษจากอาจารย์ล้อม  เพ็งแก้ว  ในหัวข้อ  “เพชรบุรีกับสุนทรภู่”  จากนั้นฟังคุณทวีโรจน์   กล่ำกล่อมจิตต์  บรรยายในหัวข้อ  “นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นรุ่นใหม่”  และปิดท้ายการพูดคุยถึงประวัติของคุณมนัส  จรรยงค์  ราชาเรื่องสั้นของไทย  จากน้องชายคนเล็ก  ทนายสุทธยา  จรรยงค์  ภายหลังการพูดคุยและการบรรยายจบลง  สมาชิกฯ  ต่างก็แยกย้ายกันเดินชมพิพิธภัณฑ์ภาพตัวหนังใหญ่ภายในวัด  บางกลุ่มก็แยกไปชมอนุสรณ์สุนทรภู่ที่ประดิษฐานอยู่อีกด้านหนึ่งของวัด
      

    จุดแวะพักจุดสุดท้าย  คือ  พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน  สมาชิกคาราวานฯ  มาถึงที่นี่   ราว ๆ  สิบสี่นาฬิกาเศษ  และเมื่อรวมตัวกันบริเวณหน้าประตูทางเข้าพระราชนิเวศน์ฯ  แล้ว คณะคาราวานฯ  ก็เข้าไปด้านในพร้อม ๆ  กัน  แต่เนื่องด้วยเป็นวันเสาร์ที่มักจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมาก  คณะฯ  จึงหาที่พักเพื่อหลบแดดที่ร้อนระอุและหาที่นั่ง  (ที่นอน)  บริเวณสนามหญ้าด้านหน้าของบ้านพระยารามราฆพโดยใช้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่เป็นที่กำบังจากแสงแดด  แล้วล้อมวงฟังการบรรยายถึงความเป็นมาของพระราชนิเวศน์ฯ  แห่งนี้ก่อนที่จะเข้าไปเยี่ยมชมด้านใน
     

    พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน  เป็นพระตำหนักประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงร่างแผนผังการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ด้วยพระองค์เอง  ทรงเพิ่มพระตำหนัก  ฝ่ายใน  อาคารแบบไม้ชั้นเดียว  หลังคาทรงปั้นหยา  มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม  ใต้ถุนสูง  เทพื้นคอนกรีตตลอด  โดยที่พระตำหนักต่าง ๆ  ได้แบ่งกระจายกันอยู่เป็นหลัง ๆ  มีรูปทรงแบบเดียวกันหมด  แต่ทุกหลังจะมีระเบียงและบันได  ส่วนทางเดินจะมีลูกกรงและหลังคาเชื่อมติดต่อถึงกันตลอด  เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเดินติดต่อกันระหว่างพระตำหนักต่าง ๆ  ได้จัดวางห้องบรรทมอยู่ตรงกลางติดกับห้องแต่งพระองค์  มีห้องเสวยด้านหลัง  มีสะพานทอดออกไปทางด้านขวามือเป็นส่วนของฝ่ายใน  ด้านหน้ามีสะพานทอดยาวไปเป็นห้องทรงพระอักษรใกล้ชายหาด
     

    หลังจากฟังเจ้าหน้าที่ของพระราชนิเวศน์ฯ  เล่าถึงความเป็นมาแล้ว  คุณชมัยภร   แสงกระจ่าง  ก็ร่วมพูดคุยถึงเรื่องการประพันธ์ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่  ๖  ทรงมีพระอัจฉริยภาพ  พระองค์ทรงมีผลงานการประพันธ์มากกว่า  ๒๐๐  เล่ม  เช่น  สาวิตรี  มัทนะพาธา  สุภาษิตพระร่วงคำโคลง  จุดสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการเขียนการอ่านคือ  การพักผ่อนของพระองค์ท่านคือการอ่านหนังสือ  เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษได้ออกวารสารเป็นภาษาอังกฤษ  ที่จำหน่ายให้เพื่อน ๆ    ที่เรียนด้วยกันอ่าน  ตอนศึกษาอยู่ที่  Oxford  ก็เขียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ  และเมื่อเสด็จกลับกรุงเทพมหานคร  ทรงตั้งสโมสร ชื่อ  “ทวีปัญญาสโมสร”  และทำหนังสือชื่อว่า  “ทวีปัญญา”  และไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ใดก็มักจะมีพระราชนิพนธ์ออกมาโดยตลอด  จากนั้น มีพระราชนิพนธ์บทละครพูด  และยังตั้งคณะละครที่พระราชวังสราญรมย์  อีกทั้งยังตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งวรรณคดีสโมสรขึ้นอีกด้วย
      

    เมื่อการบรรยายจบลง  คณะฯ  ทั้งหมดก็แยกย้ายกันเดินทางไปยังที่หมายของการเดินทางในครั้งนี้  คือ  Air Force Resident  ที่พักติดชายทะเลหัวหิน  โดยภายหลังจากลงชื่อและรับกุญแจห้องพักกันแล้ว  คณะฯ  ลงมาพบกันอีกครั้งที่ห้องสัมมนา  มีพิธีกรบนเวที  คือ  คุณภูวนาถ  เผ่าจินดา  /  คุณนิเวศน์ กันไทยราษฎร์  และคุณบูรพา  อารัมภีร  เริ่มด้วยการฉายวีดิทัศน์แนะนำสมาคมฯ  ให้กับผู้ร่วมเดินทางได้รู้จักกับสมาคมฯ  มากขึ้นว่ามีความเป็นมาและมีภารกิจอย่างไร  จากนั้นจะเป็นการฉายภาพถ่ายตั้งแต่เช้าก่อนออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครที่เพื่อน ๆ  สมาชิกถ่ายภาพกิจกรรม  ถ่ายเพื่อนร่วมทาง  รวมถึงสถานที่ต่าง ๆ  ที่แวะพักเยี่ยมชม  ให้ทุก ๆ  คนได้ชมไปพร้อม ๆ  กัน  ในระหว่างการฉายภาพ  เพื่อน ๆ  สมาชิกต่างก็ร่วมรับประทานอาหารค่ำ  พูดคุยแลกเปลี่ยนและเสวนากันเองแบบสบาย ๆ  พร้อมกันนี้คุณเนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์  (ผิวขลุ่ย)  /  คุณชูเกียรติ  ฉาไทสง  (เล่นกีตาร์)  และน้องนัฐ  (เป่าฟลุ้ต)  ขึ้นเวทีร้องเพลงและผิวขลุ่ยเพลงกวีขับกล่อมมื้ออาหารให้มีสีสันและมีความเอร็ดอร่อยมากขึ้น
     

    จากนั้นเป็นการเสวนากับนักเขียนชาวหัวหิน  คุณอัศศิริ  ธรรมโชติ  ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องสนุก ๆ และเกร็ดน่ารู้ของท้องถิ่น  รวมทั้งเรื่องราวของ  “โผน  กิ่งเพชร”  ให้เพื่อน ๆ  สมาชิกได้ฟังกันในท่วงทำนองที่ละเมียดละไม  นุ่มนวล  น่าฟังและสนุกสนาน  โดยสลับกับการตั้งคำถามให้สมาชิกได้ร่วมสนุก  และรับหนังสือเป็นของรางวัล  และเมื่อการเสวนาจบลงก็เป็นการร่วมสนุกกับเพื่อนสมาชิกที่เดินทางร่วมกันมาตลอดทั้งวัน  โดยการให้ออกมาร้องเพลง  และต่อด้วยการประกาศรายชื่อผู้ที่ชนะการส่งบทกวีเข้าประกวดที่แต่งกันสด ๆ  ระหว่างเดินทาง   และยังประกาศรายชื่อเพื่อนสมาชิกที่ชนะการร่วมสนุกในการแวะพักและทำกิจกรรมของแต่ละจุด  โดยมีหนังสือเป็นของรางวัลอีกเช่นกัน 
      

    สังสรรค์กันจนถึงเวลาปิดห้องสัมมนา  ต่างคนต่างแยกย้ายกันพักผ่อน  บางคนบางกลุ่มยังดื่มด่ำกับบรรยากาศทะเลหัวหินไม่หนำใจ  ก็แยกไปนั่งล้อมวงกันต่อที่ริมหาด  แต่บางคนบางกลุ่มก็เลือกที่จะออกไปตลาดหัวหินเพื่อสัมผัสอีกบรรยากาศของหัวหินยามค่ำคืน  และสำหรับบางคนที่เหนื่อยกับการเดินทางก็เลือกที่จะพักผ่อนอยู่ในห้องพักเพื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของอีกเช้าจะได้สดชื่นสดใสกว่าเดิม
     

    เช้าวันอาทิตย์ที่  ๒๘  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  ตรงกับวันขึ้น  ๑๕  ค่ำ  เดือน  ๓  ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา  ทางทีมงานจึงจัดให้เพื่อนสมาชิกที่เดินทางด้วยกันในครั้งนี้ร่วมทำบุญตักบาตรอาหารแห้ง    ที่บริเวณด้านหน้าของโรงแรมที่พัก  จากนั้นจึงรับประทานอาหารร่วมกันก่อนที่จะแยกย้ายกันเดินทางกลับ 

     การเดินทางบนเส้นทางสายนักเขียนครั้งนี้ที่มีทั้งนักเขียน  นักอ่าน  บรรณาธิการ  สื่อมวลชน  และผู้ที่รัก  ผู้ที่ชื่นชอบ  และผู้ที่สนใจด้านการอ่านการเขียนมาเดินทางร่วมกัน  ถึงแม้ว่าจะเป็นการพบกันในช่วงเวลาสั้น ๆ  แต่มิตรภาพ  รอยยิ้ม  เสียงหัวเราะ  ที่เกิดขึ้นนั้นก็ล้วนเกิดขึ้นจากใจของคนที่รักในงานวรรณกรรมด้วยกันทั้งสิ้น  และถึงแม้ว่าการเดินทางจะจบลงไปแล้ว  แต่กิจกรรมส่งเสริมการอ่านการเขียนของสมาคมฯ  ยังมีอยู่และยังคงจัดอย่างต่อเนื่องต่อไป  จะเป็นการเดินทางไปบนเส้นทางสายนักเขียนสายใดอีกหรือไม่  หรือว่าจะจัดกิจกรรมในรูปแบบใดนั้น  คงต้องติดตามกันต่อไป


    --------------------------------------

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design