สมาชิกล็อกอินที่นี่
พุธ 22 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.sameskybooks.org/
    ฟ้าเดียวกัน
  • http://www.thaipoet.net/
    สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.napetch.com/
    ณ เพชร สำนักพิมพ์ / เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
  • http://www.osotho.com/
    อสท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • http://www.thaiwriterassociation.org/
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
  • http://www.makhampom.net/
    กลุ่มละครมะขามป้อม
  • http://www.watcafe.com/
    วรรณวรรธน์ คาเฟ่
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/
    จุดประกายวรรณกรรม
  • http://www.akaraonline.com
    อักขระบันเทิง

  • รงค์ วงษ์สวรรค์ อำลาพญาอินทรีย์นิรันดร์โดย : พรชัย จันทโสก : รายงาน
    โพสต์โดย : mataree
    2010-02-06 12:30:37


     ในความรัก, ทุกอย่างสดชื่น และเป็นความจริง มันจึงมีความผิดหวัง, เศร้า และระทม สว่างสไว และมืด เมฆ และภูเขาไร้ชีวิต, แต่มันยังมีเงาของความรัก

    นับเป็นความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ของครอบครัว "วงษ์สวรรค์" และแวดวงวรรณกรรมที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติ-นักเขียนนามอุโฆษเจ้าของ สำนวนเพรียวนม เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2553 ณ สุสานสันกู่เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีบรรดาญาติมิตรและเพื่อนฝูงวงการน้ำหมึกมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายกันอย่างคับคั่ง
     

    บรรยากาศภายในฌาปนสถานสันกู่เหล็กก่อนเริ่มพิธีดูเงียบสงัด แม้จะมีบทเพลงคลอให้เศร้าใจอาลัยยิ่งนัก ขณะนั้นร่างของพญาอินทรีทอดอยู่เหนือเมรุและด้านหน้ามีภาพวาดเมื่อครั้งยังหนุ่มของ อาปุ๊-รงค์ วงษ์สวรรค์ ขนาดใหญ่ โดยแขกผู้มีเกียรติและศิลปินมากหน้าหลายตาต่างทยอยกันมาด้วยการแต่งกายสุภาพเรียบร้อย และรับหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพของ รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้จากไปซึ่งมี 2 เล่มด้วยกัน คือเล่มขนาดกระทัดรัดสำหรับแขกทุกท่านที่มาร่วมงานและเล่มหนาสำหรับท่านที่ได้รับบัตรเชิญ โดยหน้าปกเป็นศิลปะผู้หญิงเปลื้องผ้าตามที่อาปุ๊เคยกล่าวไว้และยังมีข้อเขียนไว้อาลัยจากนักเขียนร่วมสมัยจำนวนมากปรากฏอยู่ในหนังสือที่ระลึก

    นอกจากนี้ภายในงานพระราชทานเพลิงศพ รงค์ วงษ์สวรรค์ ยังเนืองแน่นไปด้วยกลุ่มศิลปินในแวดวงวรรณกรรมและศิลปะทั้งนักคิด นักเขียน กวี และนักหนังสือพิมพ์หลากยุคทั้งจากเจ้าถิ่นภาคเหนือและทั่วประเทศมาร่วมพิธีไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ประภัสสร เสวิกุล สถาพร ศรีสัจจัง เทพศิริ สุขโสภา ช่วง มูลพินิจ ชมัยภร แสงกระจ่าง ชาติ กอบจิตติ สุรชัย จันทิมาธร พิบูลศักดิ์ ละครพล ไมตรี ลิมปิชาติ นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ กนกวลี พจนปกรณ์ ชุติมา เสวิกุล ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา อรสม สุทธิสาคร ชีวี ชีวา แสงดาว ศรัทธามั่น บินหลา สันกาลาคีรี ปกรณ์ พงศ์วราภา สีลม-อัมพร จักกะพาก อารี แท่นคำ โตมร ศุขปรีชา สุวิชานนท์ รัตนภิมล แพร จารุ คำ ผกา และอีกมากมาย
     

    พิธีการเริ่มต้นขึ้นโดย บินหลา สันกาลาคีรี กล่าวบทไว้อาลัยจากท่าน ว.วชิรเมธี และมีอาจารย์ประทีป หนองปลาหมอ (สุขโสภา) ขับเสภาอันไพเราะและตามด้วยบทกวีจากศิลปินแห่งชาติ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ จากนั้นพระสงฆ์พิธีทอดผ้าไตรบังสุกุลบนเมรุ 10 ไตรและทุกคนสงบนิ่งรอถึงหมายกำหนดการ 16.00 น.ที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาถึงและทรงประกอบพิธีทอดผ้าไตรพระราชทานจำนวน 5 ไตร และประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ จากนั้นแขกทยอยกันวางดอกไม้จันทน์หน้าร่างของ รงค์ วงษ์สวรรค์ ด้วยความกรักและอาลัยยิ่ง
     

    จากนั้นไม่นานควันไฟเหนือเมรุก็ปรากฏพวยพุ่งล่องลอยไปบนท้องฟ้า...พญาอินทรีโบยบินนิรันดร์กาล
     ด้านประวัติ รงค์ สวรรค์ หรือนายณรงค์ วงษ์สวรรค์ เกิดวันที่ 20 พฤษภาคม 2475 ที่ตำบลคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท บิดารับราชการเป็นวิศวกรกรมชลประทาน มารดาเป็นชาวสวน แต่เขามาเติบโตที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯเรียนโรงเรียนอำนวยศิลป์ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นนำของประเทศ แต่เขาถูกให้ออกเนื่องจากไปทะเลาะกับครู เขาใช้ชีวิตวัยหนุ่มอย่างโลดโผน เคยเป็นนายท้ายเรือโยง เป็นคนคุมปางไม้ทางภาคเหนือ เป็นนายแบบนิตยสาร และเป็นดาราภาพยนตร์ไทยระดับหมายเลข 2 ของเรื่อง พร้อมกันนั้นเขาก็สนใจเรื่องการถ่ายภาพและการเขียนหนังสืออย่างจริงจัง กระทั่งเข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ในปี 2497
     

    ตลอดเลากว่า 50 ปีในวงการหนังสือนั้น เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนหมายเลขต้นของประเทศไทย เขาเขียนทั้งสารคดี บทความ เรื่องสั้น นวนิยาย ฯลฯ งานเขียนของของเขามีมากกว่า 100 เล่ม ได้รับความนิยมและตีพิมพ์ซ้ำ ตลอดจนดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ละครเวทีหลายเรื่องด้วยกัน เขาได้รับเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2538 โดยเนื้อความท่อนหนึ่งในคำประกาศเกียรติคุณดังนี้...
     

    "...เอกลักษณ์งานเขียนของเขาคือลีลาการใช้ภาษาที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ดังที่ หม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ นักวิชาการวรรณกรรมผู้มีชื่อเสียงเคยกล่าวไว้ว่า รงค์ วงษ์สวรรค์ ใช้ภาษาอย่างนักเลงภาษาจริงๆ จะใช้คำที่เคยใช้ในสภาพต่ำสุดในที่ที่สูงสุดก็ได้ จะใช้คำที่เคยใช้แต่โบราณในจังหวะที่เกี่ยวกับสมัยใหม่ที่สุดก็ได้ ลีลาการเขียนที่มีอิทธิพลต่อทั้งนักเขียนและนักอ่านนี้ มีรากฐานอยู่ที่ประสบการณ์ชีวิตของตนเองและความเข้าใจลึกซึ้งในประสบการณ์ของผู้ร่วมสังคม...

     ...โลกทัศน์อันอิสระและความจริงใจที่ถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์ทางวรรณศิลป์ ทำให้งานของ รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นบันทึกสังคมที่มีคุณค่า"
     

    ด้านชีวิตครอบครัว รงค์ วงษ์สวรรค์ สมรสกับนางสุมาลี ตระการไทย มีบุตรชายสองคน คือ นายวงดำเลิง กับนายสเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ หลังจากการสร้างสรรค์ผลงานมายาวนานตลอดชีวิต รงค์ วงษ์สวรรค์ ป่วยด้วยโรคไตเรื้อรัง และถึงแก่กรรมในวันที่ 15 มีนาคม 2552 สิริอายุ 77 ปี โดยทิ้งผลงานอันทรงคุณค่าไว้มากกว่า 100 เรื่อง อาทิเช่น หนาวผู้หญิง, เถ้าอารมณ์, ไฟอาย, สนิมสร้อย, บนถนนของความเป็นหนุ่ม, สนิมกรุงเทพ, ปักเป้ากับจุฬา, บางลำภูสแควร์, คืนรัก, ใต้ถุนป่าคอนกรีท, หอมดอกประดวน, นิราศดิบ, เสเพลบอยชาวไร่, หลงกลิ่นกัญชา, น้ำค้างเปื้อนแดด, แดง ระวี, หนามดอกไม้, ปีนตลิ่ง, ดลใจภุมริน, บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า, มาเฟียก้นซอย, ผู้ดีน้ำครำ, แสงแดดเป็นไข้, ไฉไลเป็นบ้า ฯลฯ
     

    การจากไปของพญาอินทรีแห่งสวนอักษรเป็นเพียงร่างกาย แต่ผลงานและจิตวิญญาณยังคงอยู่กับผืนแผ่นดินนี้ไปชั่วนิรันดร์ 0

    ---------------------------------

    หนังสือแจกงานศพ

    "หนังสือแจกงานศพผม นอกจากจะมีรูปผู้หญิงแก้ผ้าอย่างมีศิลปะของเงาและสีสันเป็นหน้าปกแล้วยังจะต้องบอกไว้ให้ชัดเจนด้วยว่าผมตายเมื่ออายุเพียงยี่สิบแปด" อาปุ๊เคยพูดไว้อย่างนั้น สำหรับหนังสือที่ระลึกจัดพิมพ์เป็นเล่มขนาดกะทัดรัดสำหรับบุคคลทั่วไป และเล่มหนาสำหรับผู้ได้รับบัตรเชิญ บรรณาธิการโดย บินหลา สันกาลาคีรี, พรชัย วิริยะประภานนท์ และวรพจน์ พันธุ์พงศ์ ส่วนแบบปกเป็นแรงบันดาลใจจากหนังสือรายเดือนมีนามสกุล เฟื่องนคร ภาพวาดลายเส้นบนปกโดย ช่วง มูลพินิจ เนื้อหาประกอบด้วยเรื่องราวชีวประวัติของ รงค์ วงษ์สวรรค์ แปลเป็นภาษาต่างๆ และรวมผลงานอันเป็นอมตะกว่า 100 เรื่อง รวมทั้งบทไว้อาลัยของผู้คนในแวดวงต่างๆ และผลงานชื่อ on the road จากคอลัมน์ รงค์ วงษ์สวรรค์ 2 นาที ในมติชนสุดสัปดาห์ ปี 2536 ได้รับการพิมพ์รวมเล่มเป็นครั้งแรกด้วย


    ที่มา

    กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

    http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/read-write/20100125/96966/รงค์-วงษ์สวรรค์-อำลาพญาอินทรีย์นิรันดร์.html

     

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design