สมาชิกล็อกอินที่นี่
จันทร์ 21 เมษายน 2557
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
277 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่นและผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๖ (26 Jul 2013)
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)
ธรรมรำลึก ๑๐๐ ปี ชาตกาล ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ (17 Dec 2011)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.forwriter.com/
    เพื่อนักเขียนใหม่ และคนอยากเขียน
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/
    เสาร์สวัสดี
  • http://www.napetch.com/
    ณ เพชร สำนักพิมพ์ / เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
  • http://www.akaraonline.com
    อักขระบันเทิง
  • http://www.aldaily.com/
    Arts & Letters Daily
  • http://www.wordreference.com/
    ดิกฯ ภาษาอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส อังกฤษ
  • http://www.stc.chula.ac.th/
    ศูนย์ภาษาไทยสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • http://www.thaiwriternetwork.com/
    เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย รวมประวัตินักเขียน มีคอลัมน์และงานเขียนใหม่ๆ ให้อ่าน
  • http://www.thaingo.org/
    สื่อทางเลือกเพื่องานพัฒนา
  • http://www.sarakadee.com
    นิตยสารสารคดี

  • เปิดประตูวาระการอ่านแห่งชาติสู่ภาคอีสาน / / นิตยสารขวัญเรือน / / สุณิสา เจริญนา
    โพสต์โดย : suisia
    2010-01-15 10:06:01

    เปิดประตูวาระการอ่านแห่งชาติสู่ภาคอีสาน
    ร้อยหนังสือในดวงใจนักเขียน  ร้อยนักเขียนในดวงใจนักอ่าน
     
              สุณิสา  เจริญนา

     

    เมื่อวันที่  ๑๑  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๕๒  ที่ผ่านมา  สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  เดินทางไกลถึงมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  จ.มหาสารคาม  เพื่อจัด  การอภิปราย  “เปิดประตูสู่วาระการอ่านแห่งชาติ  :  อย่างไรคือหนังสือในดวงใจนักเขียน”  อภิปรายทั่วไป  “หนังสือที่อยู่ในดวงใจนักอ่าน”  และรายการพิเศษ   “ฟังนักเขียนอ่านหนังสือของนักเขียน”  เพื่อร่วมฉลองทศวรรษการอ่านแห่งชาติ  (๒๕๕๒ - ๒๕๖๑)  ตามคำประกาศของรัฐบาล  การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการจัดร่วมกันกับคณะกรรมการเซเว่นบุ๊คอวอร์ด  นิตยสารสกุลไทย  นิตยสารขวัญเรือน  นิตยสารโคโคโร  นิตยสารบางกอก  และตะวันสแควร์   ซึ่งเป็นการจัดต่อเนื่องจากครั้งที่  ๑  เมื่อวันที่  ๑๘  ตุลาคม  พ.ศ.  ๒๕๕๒  ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  กรุงเทพมหานคร  ในการอภิปรายทั้ง  ๒  รายการรวมทั้งรายการพิเศษที่จัดนั้น  มีวิทยากรร่วมเดินทางจากส่วนกลาง  ได้แก่  คุณชมัยภร  แสงกระจ่าง  /  คุณเจน  สงสมพันธุ์  /  คุณขจรฤทธิ์  รักษา  และคุณพินิจ  นิลรัตน์  มีวิทยากรที่เป็นนักเขียนท้องถิ่นแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมด้วย  ได้แก่  คุณไพวรินทร์  ขาวงาม  /  คุณชัชวาลย์  โคตรสงคราม  /  คุณไชยา  วรรณศรี  และ  “ทัศนาวดี” หรือคุณสุทัศน์  วงศ์กระบากถาวร  ภายหลังลงทะเบียนและรับแบบสำรวจชื่อหนังสือและนักเขียนในดวงใจแล้ว  การอภิปรายก็เริ่มขึ้น  โดยมีน้อง ๆ  จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามพร้อมทั้งคณะอาจารย์เข้าร่วมฟังการอภิปรายและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนแน่นหอประชุม 

    ผศ.  ดร.  ศุภชัย  สมัปปิโต  อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ขึ้นกล่าวต้อนรับคณะวิทยากร  และตามด้วยนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  คุณชมัยภร  แสงกระจ่าง  กล่าวถึงที่มาของโครงการ  โดยไม่ลืมที่จะอ่านบทกวี  “หนังสือในดวงใจ”  ที่ได้ประพันธ์ไว้ให้นิสิตและผู้ร่วมงานฟัง  ความส่วนหนึ่งว่า... 


        “เขาเป็นหนึ่งในดวงใจที่ได้อ่าน เขาเป็นหนึ่งที่ได้ผ่านการดื่มด่ำ
      เขาเป็นหนึ่งที่ดำรงในทรงจำ   เขาเป็นหนึ่งที่ตอกย้ำความตรึงใจ
       เป็นหนึ่งในร้อยเล่มหนังสือดี  เป็นหนึ่งในศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่
      เป็นหนึ่งในลึกรักจากข้างใน   ที่ยิ่งนานเท่าไรก็ไม่เลือน”


    ในช่วงของการอภิปราย  “อย่างไรคือหนังสือในดวงใจนักเขียน”  คุณเจน  สงสมพันธุ์  ผู้ดำเนินรายการได้แนะนำวิทยากรบนเวทีก่อนนำเข้าสู่การอภิปราย  โดยวิทยากรท่านแรก  คุณไชยา  วรรณศรี  เจ้าของผลงาน  “โลกใบใหม่ของปอง”  นวนิยายที่เข้ารอบ  ๗  เล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี  ๒๕๕๒  เล่าว่า  ตลอดชีวิตของการอ่านนั้น  หนังสือทุกเล่มที่อ่านมีความชอบและประทับใจเกือบทั้งหมด  เพราะการอ่านหนังสือสามารถเปลี่ยนจากหัวใจที่เคยหยาบและแข็งกระด้างของตนให้มีความอ่อนโยนและอ่อนไหวมากขึ้น  คุณไชยาเลือกหนังสือในดวงใจ  ๓  เล่ม  คือ  ๑.  “ลูกอีสาน”  ของ  “คำพูน บุญทวี”  อ่านครั้งแรกก็ประทับใจเพราะเป็นช่วงที่ตนย้ายมาอยู่ภาคอีสานใหม่ ๆ  อ่านเล่มนี้เหมือนได้ศึกษา  เรียนรู้  และทำความเข้าใจ  ทำความรู้จักความเป็น  ‘อีสาน’  ได้อย่างชัดเจน  ๒.  “สร้อยทอง”  ของ  “นิมิตร  ภูมิถาวร”  เป็นเรื่องราวของชนบทแถบภาคอีสานเช่นกัน  แต่แฝงไปด้วยการถูกเอารัดเอาเปรียบของตัวละครที่ฉลาดกว่า  เก่งกว่า  จนสามารถจินตนาการได้ถึงความเจ็บปวด  การถูกข่มเหง  ที่อ่านแล้วสามารถสะท้อนให้เห็นสังคมในยุคนั้นได้ว่าเป็นอย่างไร  ๓.  “ม้าก้านกล้วย”  กวีนิพนธ์ของ  “ไพวรินทร์  ขาวงาม”  คุณไชยารู้จักและชื่นชอบผู้เขียนอยู่แล้ว  เพราะด้วยความที่เป็นคนอ่อนโยน  อบอุ่น  ละเมียดละไม  ทำให้สิ่งเหล่านี้เข้าไปอยู่ในทุกบรรทัดของงานเขียน  งานที่ออกมาจึงมีความลึก  งดงามทั้งภาษาและชัดเจนในวิธีคิด  ที่สามารถจินตนาการและเข้าถึงได้

    ท่านที่  ๒  คุณชมัยภร  แสงกระจ่าง  นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  ที่เป็นทั้งนักเขียน  นักวิจารณ์  นักกิจกรรม  และเติบโตมากับการอ่านนวนิยายรัก  ก็กล่าวคล้าย ๆ  กันกับคุณไชยาที่มีหนังสือมากมายเมื่ออ่านแล้วประทับใจ  คุณชมัยภรเลือกมาเป็นตัวอย่าง  ๓  กลุ่ม คือ  ๑.  กลุ่มนวนิยายรัก  คือเรื่อง  “นิจ”  ของ  “ดอกไม้สด”  เรื่องนี้ประทับใจในความมีคุณธรรมจริยธรรมของคู่พระ-นาง  ที่ถึงแม้จะไม่ได้รักกันแต่ก็ต้องแต่งงานกัน  เมื่อพระเอกต้องแยกจากกันก็ไม่สามารถตัดใจได้เพราะยังคิดถึงความดีงามของนางเอกอยู่  อีกเรื่องหนึ่ง  “เล่ห์เสน่หา”  ของ  “รพินทรนาถ  ฐากูร”  เล่มนี้ถึงแม้ว่าเมื่ออ่านแล้วจะค้นพบความเจ็บปวดและความซับซ้อนของบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่  แต่ก็สามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งเหล่านั้นก็เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงของเรา  ๒.  กลุ่มรวมเรื่องสั้น  เล่มแรกคือ  “ชั่วชีวิตหนึ่ง ”  ของ  “อ.อุดากร” (ตอนหลังรวมเล่มชื่อ ตึกกรอสส์)  เรื่องสั้นที่เต็มไปด้วยความเศร้า  อารมณ์  ความรู้สึกที่สุดขีดไปจนถึงโศกนาฏกรรม  เล่มที่สอง  คือ  “ทะเลร่ำ  ลมโศก”  ของ  “อัศศิริ  ธรรมโชติ”  เล่มนี้มีเรื่องสั้นหลายเรื่องที่อ่านแล้วต้องร้องไห้  ๓.  กลุ่มสารคดี  คือ  “เดินสู่อิสรภาพ”  ของ  “ประมวล  เพ็งจันทร์”  เล่มนี้ก็เช่นกันที่อ่านเมื่อใดก็ต้องร้องไห้ทุกครั้ง  ร้องไห้ให้กับความมีน้ำใจ  ความมีคุณธรรมและจริยธรรมของชาวบ้านที่  อ.ประมวลเดินทางผ่านหรือพบเจอ 

    ท่านที่  ๓  คุณไพวรินทร์  ขาวงาม  เจ้าของรางวัลซีไรต์  ปี  ๒๕๓๘  -  กวีนิพนธ์  “ม้าก้านกล้วย”  คุณไพวรินทร์เล่าว่า  อ่านหนังสือมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก  เล่มแรกที่ได้อ่านคือหนังสือสวดมนต์ของพ่อเพราะพ่อเคยบวชเป็นพระ  ต่อมาการอ่านเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของแต่ละช่วงชีวิต  เช่น  อ่าน  “ลูกอีสาน”  ของ  “คำพูน  บุญทวี”  และ  “ฟ้าบ่กั้น”  ของ  “ลาว  คำหอม”  เมื่อตอนอยู่ภาคอีสาน  หรืออ่าน  “คนเจ้าบทเจ้ากลอน”  ของ  “ประจักษ์  ประภาพิทยากร”  สมัยเมื่อย้ายมาอยู่จ.อยุธยา     อ่านรวมเรื่องสั้น  “มือที่เปื้อนชอล์ค”  ของ  “นิมิตร  ภูมิถาวร”  เมื่อครั้งมาอยู่กรุงเทพฯ  และอ่าน  “คำหยาด”  ของ  “เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์”  /  “บทกวีแด่คนหนุ่มสาว”  และ  “ถนนสีแดง”  ของ  “พิบูลศักดิ์  ละครพล”  แต่มีอยู่เล่มหนึ่งที่ประทับใจมาก  คือ  ร้อยกรองเรื่อง  “ขุนช้างขุนแผน”  ที่อ่านแล้วตื่นเต้น  สนุกสนาน  มีทั้งเรื่อง  โลภ  โกรธ  หลง  สงคราม  และเรื่องรักซึ่งเป็นอมตะของความเป็นมนุษย์  

    ท่านสุดท้ายคือ  คุณชัชวาลย์  โคตรสงคราม  เจ้าของผลงาน  “ทะเลน้ำนม”  นวนิยาย  ๑  ใน  ๗  เล่มที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี  ๒๕๕๒  นี้  กล่าวว่า  ตอนเด็ก ๆ  อ่าน  “นิตยสารบางกอก”  ซึ่งสิ่งที่ได้จากการอ่านคือ  วิธีคิด  การดำเนินเรื่องที่กระชับฉับไว  และภาษาที่สั้นแต่ได้ใจความ  พอเติบโตขึ้นมาก็อ่าน  “สวนสัตว์”  ของ  “สุวรรณี  สุคนธา”  /  “ฟ้าบ่กั้น”  ของ    “ลาว  คำหอม”  /  “ตลิ่งสูงซุงหนัก”  ของ  “นิคม  รายยวา”  แต่ละเล่มเหล่านี้อ่านแล้วสามารถจินตนาการถึงฉาก  บรรยากาศ  สีสัน  และความละเมียดละไมของชีวิต  สำหรับรวมเรื่องสั้น  “ทะเลร่ำ ลมโศก”  ของ  “อัศศิริ  ธรรมโชติ”  เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกที่อ่านแล้วร้องไห้  นอกจากนี้ก็อ่านหนังสือแปลแนวปรัชญาชีวิตของ  คาลิล  ยิบราน  หรือวรรณกรรมแปลจากเวียดนามเรื่อง  “ปวดร้าวแห่งสงคราม”  แปลโดย  “วรวดี  วงศ์สง่า”  หรือ  “ความรื่นรมย์ครั้งสุดท้าย”  แปลโดย  “สุชาติ  สวัสดิ์ศรี” 


    มาถึงช่วงของรายการพิเศษ  “ฟังนักเขียนอ่านหนังสือของนักเขียน”  ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่สมาคมฯ  จัดขึ้นที่นี่เป็นแห่งแรก  การให้นักเขียนอ่านหนังสือของตนเองนั้น  เรียกว่าเป็นการกระตุ้นการอ่านและพอให้ได้เห็นรสชาติ  ให้เกิดความสนใจในหนังสือ  โดยอ่านเพียงบทใดบทหนึ่ง ตอนใดตอนหนึ่ง  ที่นักเขียนคิดว่าเมื่ออ่านแล้วผู้ฟังจะสนใจและติดตามอ่านในเล่มต่อไป  นักเขียนที่อ่านหนังสือของตัวเองเป็นคนแรก  คือ  คุณไชยา  วรรณศรี  อ่านตอนแรกของนวนิยายเรื่อง  “โลกใบใหม่ของปอง”      คุณไพวรินทร์  ขาวงาม  อ่านเรื่องสั้น  (ที่ตนเองบอกว่าไม่ใช่เรื่องสั้น)  เรื่อง  “หนวด  ช่างรองเท้าเกษตรวิสัย”  จากหนังสือ  “หลายชีวิต  คิดถึงบ้าน”  คุณขจรฤทธิ์  รักษา  อ่านเรื่อง  “เมียของคนอื่น”  คุณชัชวาลย์  โคตรสงคราม  เลือกอ่านเรื่องสั้น  “โคม”  จากรวมเรื่องสั้น  “เสียงกลองน้ำ”  ส่วน  “ทัศนาวดี”  เลือกอ่านบทกวี  ๓  ชิ้น  ที่เขียนเกี่ยวกับ  พระ  /  นักการเมือง  และนักศึกษา  และส่งท้ายการอ่านด้วยนายกสมาคมฯ  คุณชมัยภร  แสงกระจ่าง  อ่านตอนที่  ๑  ของ  นวนิยายเยาวชนเรื่อง  “ขวัญสงฆ์”  

    รายการสุดท้ายของวันนี้เป็นการอภิปรายทั่วไป  “หนังสือที่อยู่ในดวงใจนักอ่าน”  ที่เปิดโอกาสให้นิสิตและนักเรียนที่มาร่วมฟังการอภิปรายได้แสดงความคิดเห็นว่ามีหนังสือเล่มใดที่อ่านแล้วประทับใจและอยู่ในดวงใจของตนเอง  โดยมีน้อง ๆ  นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามและนักเรียนจากโรงเรียนสาธิต  ร่วมแสดงความคิดเห็นหลายคน  เช่น น้องนิสิตปีสี่  คณะเภสัชศาสตร์  บอกว่าชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก  เริ่มอ่านนวนิยายและที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ  คือ  เรื่อง “บ่วงหงส์”  ของ  “กิ่งฉัตร”  และพัฒนาการอ่านของตนเองไปอ่านแนวอื่น ๆ  ด้วย  นิสิตคณะศึกษาศาสตร์  บอกว่านวนิยายเล่มแรกที่อ่านและประทับใจคือ       “บ้านทรายทอง”  ของ  “ก.สุรางคนางค์”  เรื่องนี้อ่านแล้วให้ข้อคิดและยังสะท้อนสภาพสังคมในหลาย ๆ  ด้านด้วย  น้องนิสิตปีหนึ่ง  คณะมนุษยศาสตร์ฯ  บอกว่าชอบ  “ข้างหลังภาพ”   ของ  “ศรีบูรพา” ที่มีความงดงามทางภาษา  ให้แนวคิดในเรื่องของความรักและสะท้อนสภาพสังคมในยุคก่อนให้เห็นได้อย่างชัดเจน  น้องนิสิตปี  ๒  สาขาวิชาภาษาไทย  บอกว่าเริ่มต้นการอ่านนวนิยายตั้งแต่เรียนชั้นประถม  ๖  แต่ที่ชื่นชอบที่สุด  คือเรื่อง  “ลอดลายมังกร”  ของ  “ประภัสสร  เสวิกุล”  และมีน้องนิสิตคนหนึ่งบอกว่าชอบ  “จดหมายถึงดวงดาว”  ของ  “ชมัยภร  แสงกระจ่าง”  มากเพราะอ่านแล้วร้องไห้เกือบทั้งเล่ม  อีกทั้งยังประทับใจในเนื้อหาที่กินใจและความรักของคนในครอบครัวที่มีให้กันอยู่ตลอดเวลา

     

    การอภิปรายในห้วข้อต่าง ๆ  ที่เกี่ยวเนื่องกับการอ่านการเขียนนั้นจบลงไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว  โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งนักเขียนและนักอ่าน  สมาคมฯ  ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายและอย่างต่อเนื่อง  ส่วนจะเป็นกิจกรรมอะไร  และจะจัดที่ใดนั้นคงต้องคอยติดตามกันต่อไป                   
       

    ที่มา :  รายงานวรรณกรรม / นิตยสารขวัญเรือน / ฉบับที่  ๙๑๔  ปักษ์หลังธันวาคม  ๒๕๕๒

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design