สมาชิกล็อกอินที่นี่
อาทิตย์ 19 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.khaofang.com/
    ข้าวฟ่างสำนักพิมพ์
  • http://www.chonniyom.co.th/
    ชนนิยม เราทำหนังสือมีชีวิต
  • http://www.combangweb.com/
    สำนักพิมพ์คมบาง พิมพ์งานวรรณกรรม นวนิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมคลาสสิค งานเขียนของชมัยภร แสงกระจ่าง มีแกลเลอรี่ เว็บบอร์ดพูดคุยและคอลัมน์ดีๆ น่าอ่าน
  • http://www.thaipoet.net/
    สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
  • http://http://www.krusala.com/
    กองทุนศิลปินครูบ้านป่า สลา คุณวุฒิ
  • http://www.winbookclub.com/
    วินทร์ เลียววาริณ
  • http://www.sarakadee.com
    นิตยสารสารคดี
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.thaiwriter.net/
    thaiwriter.net
  • http://www.kledthaishopping.com/
    ร้านหนังสือเคล็ดไทย สั่งซื้อหนังสือออนไลน์

  • ผู้ส่งข่าว โดย ชาติ กอบจิตติ
    โพสต์โดย : suisia
    2009-11-13 09:29:40

    ถึงเพื่อนๆ

         เมื่อวันที่ ๑๓-๒๑ ตุลาฯไปฝรั่งเศสมา(เมือง EIX- EN-PROVENCE) เขาเชิญไปคล้ายกับว่าสัมนาพูดคุยกับนักเขียนอะไรทำนองนั้น มีมาจากหลายประเทศ(ในเอเซีย) จีน,เวียตนาม,เกาหลี,ญี่ปุ่น,ไต้หวัน,ไทย นักเขียนที่ไปทุกคนล้วนมีงานแปลที่ตีพิมพ์ในภาษาฝรั่งเศสทั้งนั้น มีเจ้าภาพร่วมกัน ที่เห็นก็คือ มหาวิทยาลัย,แล้วหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในเมืองนี้ และ สำนักพิมพ์ในฝรั่งเศส(มีหนังสือของทางสำนักพิมพ์มาขายด้วย) นักเขียนทั้งหมดมี ๙ คน จีนหนึ่งคน,เวียดนามสองคน,เกาหลีสองคน,ญี่ปุ่นสองคน,ไต้หวันหนึ่งคน,คนไทยครึ่งคน แต่งานนี้ก็ไม่ได้มีเฉพาะหนังสืออย่างเดียว เขามีแสดงภาพถ่าย และฉายภาพยนตร์ด้วย ของไทยมีงานของมานิตย์ชุด "มิสเตอร์พิงค์แมน" แสดงร่วมกับช่างภาพเวียดนาม ส่วนภาพยนตร์มีของเจ้ย เรื่อง "สัตว์ประหลาด"ร่วมฉายกับภาพยนตร์จากประเทศอื่นๆด้วย แต่ทั้งสองคน(ไทย)ไม่ได้มาร่วมงานด้วย  ผมจึงเมาได้สะดวกเพราะไม่มีใครเห็น (แล้วกลับมาฟ้องได้) 

          ดูโดยรวมของงานแล้วก็คงเน้นเรื่องวรรณกรรมเป็นแกนหลัก มีการอภิปรายในหัวข้อเกี่ยวกับการเขียนการอ่าน ตลอดงาน  ผมโดนไปสามรายการ (ไม่รวมวันเปิดงาน) และไม่รวมที่จะต้องไปนั่งเซ็นหนังสืออีกสองวัน(วันละชั่วโมง) เพื่อช่วยเขาขายหนังสือของเรา เขาคงคิดว่าต้องใช้มันให้คุ้มค่าข้าวค่าเครื่องบินเขา เพราะแต่ละคนก็โดนกันไม่ต่ำกว่าสองรายการ แต่ดูจาการจัดงานแล้วคิดว่าเขาคงใช้ค่าใช้จ่ายไม่น้อย  นักเขียนที่ร่วมอภิปรายจะมีล่ามส่วนตัวทุกคน นักเขียนแต่ละคนจะพูดภาษาของตัวเอง ระหว่างนั้นล่ามก็จะแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสให้ผู้ฟังที่อยู่ในห้องฟัง  และล่ามของเรา(ที่นั่งอยู่ในเงามืด)ก็จะแปลกลับมาเป็นภาษาไทยใส่หูฟังของเรา  เราก็จะรู้ว่าไอ้นักเขียนเวียดนามที่นั่งข้างเราคนนี้ มันพูดว่าอะไร โง่หรือฉลาด คืนนี้จะชวนมันกินเหล้าดีไหม อย่างนี้เป็นต้น เพราะเราฟังความคิดเขาได้ เราอ่านความคิดเขาออก  พูดถึงคนฟังก็สนใจกันดี ประมาณสองสามร้อยคน ซึ่งถือว่าไม่มากถ้าเทียบกับการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษ  แต่ก็อย่างว่า เรื่องวรรณกรรมที่ไหนๆ ก็เหมือนกัน คือคนสนใจน้อยอยู่แล้ว แต่ดูจากคำถาม ดูจากการตั้งใจฟังของเขา ก็ทำให้รู้ได้ว่าถึงจะน้อยแต่ก็มีคุณภาพ เป็นประเภทนักอ่านตัวจริง

         ส่วนคลิปที่แนบมานี้ เพื่อนคงรู้แล้วว่าไม่ใช่คลิปอย่างนั้น ที่มาของมันมีอยู่ว่า  วันไปถึงวันแรก(ก่อนเปิดงานหนึ่งวัน) ตอนเย็นเขาก็มีเลี้ยงไวน์เลี้ยงข้าวกัน ในระหว่างนั้นเขาก็ให้การบ้านมาว่า  พรุ่งนี้ตอนเปิดงาน นักเขียนทุกคนจะต้องตอบคำถามว่า "คาดหวังอะไรที่จะได้กลับไปจากงานนี้" โดยมีเวลาห้านาทีให้ตอบคำถาม (รวมทั้งแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสด้วย) โดยสรุปก็คือ เรามีเวลาพูดแค่สามนาที ที่นี้ เพื่อนก็คงรู้ว่า ผมเป็นคน คิดช้า ทำอะไรช้า พูดช้า ก็มาคิดว่า ถ้าจะให้พูดก็คงเริ่มต้นว่า..ผมคิดว่า..สิ่งที่จะพูด...ต่อไปนี้..ไม่น่าจะถูกต้อง..เสียทีเดียว..แต่เมื่อคิดใหม่อีกที..ก็น่าจะพูดได้ว่า..หมดเวลาแล้วครับ"  คืนนั้นก็เลยไม่ได้คิดเรื่องนี้ นั่งกินไวน์ดีกว่า-เพลินกว่าเยอะ

          วันรุ่งขึ้นตอนกินข้าวกลางวัน ผมเลยคิดว่า..เขียนไปอ่านดีกว่า (เพราะเวลามันน้อยเหลือเกิน) ตกเย็นก็เอาที่เขียน(ลายมือไปอ่าน-ล่ามก็แปลลายมือเหมือนกัน) อ่านแล้วก็มีคนชอบ นักเขียนเวียดนามขอฉบับแปลไปว่าจะลงในหนังสือพิมพ์ที่เวียดนาม วันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตีพิมพ์สิ่งที่ผมอ่าน รุ่งขึ้นเลยดังไปเลย(ไม่ตั้งใจจริงๆ)  ไม่รู้ว่ามันตื่นเต้นอะไรกันนักหนา เพราะสิ่งที่เราพูดทุกคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว มันก็รู้เหมือนกันนั่นแหละ ทำเป็นมารยาทดีกันไปได้  ถ้าไม่เชื่อ เพื่อนๆลองอ่านดู

    ชาติ(นี้)จริงๆ

    -----------------------------------------------

    ผู้ส่งข่าว
                 ผมมาที่นี่ เพื่อจะมาส่งข่าวถึงพวกคุณ  เปล่า ผมไม่ได้มาในฐานะตัวแทนของนักเขียนของประเทศของผม  แต่ผมมาในฐานะตัวแทนของตัวเอง มาเพื่อจะบอกกับพวกคุณว่า  ในประเทศของผมมีภาษา มีวัฒนธรรม มีศิลปะและวรรณกรรมเช่นเดียวกับประเทศของคุณ  ผิดเพียงแต่ว่า ประเทศของผมเป็นเพียงประเทศเล็กๆ  ที่กำลังพัฒนา  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง  คือประเทศโลกที่สาม
                   และเมื่อพูดถึงประเทศโลกที่สาม  เรามักจะได้รับการดูถูกดูแคลนจากประเทศโลกที่หนึ่งอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ศิลปะ  หรือแม้แต่นิสัยของผู้คนที่หยาบคาย  ไม่วายเว้นแม้แต่วรรณกรรมที่พวกเราอ่านกันอยู่
                    งานวรรณกรรมในสายตาของผมในความคิดของผม  มันมีคุณค่าไม่ต่างจากเสื้อผ้าที่เราสวมใส่กัน  แต่ละประเทศนั้นต่างมีชุดประจำชาติที่สวมใส่ ซึ่งขึ้นอยู่กับภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศของแต่ละพื้นถิ่น เพื่อให้คนได้อยู่อย่างอบอุ่นและสุขสบาย  ส่วนที่เกินมานั้น และเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของความเป็นมนุษย์ คือความสวยงาม ความพึงใจ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือศิลปะนั่นเอง
                 และทุกครั้งที่พวกคุณมองดูเสื้อผ้าของพวกเราที่สวมใส่อยู่  คุณมักจะตัดสินเราว่า  เสื้อผ้าของพวกเราไม่ทันสมัย การตัดเย็บยังไม่ประณีต  ไม่มีแฟชั่นที่หลากหลาย ไม่มีสไตล์ที่น่าสนใจ
                เช่นเดียวกัน เมื่อคุณมองวรรณกรรมของเรา  คุณมักจะตัดสินว่า วิธีการเขียนไม่ทันสมัย ไม่มีสไตล์ที่น่าตื่นเต้น  เรื่องราวเนื้อหายังวนเวียนกับเรื่องซ้ำซาก  ความยากจนของประชาชน นักการเมืองทุจริตคอรัปชั่น  การใช้แรงงานเด็ก  ปัญหาโสภิณี
                ผมมาที่นี่เพื่อจะส่งข่าวว่า  ถึงแม้ประเทศของผมจะไม่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นประเทศของพวกคุณ  แต่ผู้คนในประเทศของผมก็สวมใส่เสื้อผ้าเช่นเดียวกันกับผู้คนในประเทศของคุณ  ขอได้โปรดอย่าคิดว่าผู้คนในประเทศของผมไม่มีเสื้อผ้าให้สวมใส่เหมือนผู้คนในประเทศของคุณ
               และวันหนึ่ง เมื่อคุณเบื่อที่จะสวมใส่เสื้อผ้าของคุณ หรือเบื่อแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของคุณ  คุณอยากจะลองสวมใส่เสื้อผ้าที่แตกต่างจากที่คุณเคยชิน  ผมเพียงแต่หวังว่า วันหนึ่ง ในตู้เสื้อผ้าของพวกคุณอาจจะมีเสื้อผ้าของพวกเราชาวโลกที่สามเข้ามาปะปนให้คุณได้เลือกใส่บ้าง
               เช่นเดียวกัน ในตู้หนังสือของพวกคุณ ในชั้นหนังสือของพวกคุณ  ผมหวังว่าวันหนึ่งข้างหน้า อาจจะมีหนังสือของพวกเราเข้าไปปะปนบ้าง
               ผมมาที่นี่ เพียงทำหน้าที่ส่งข่าวเท่านั้นเอง  บางที ข่าวที่ผมนำมาส่งนี้อาจจะล่องลอยไปกับสายลม และผมไม่คาดหวังอะไรกับมันมากนัก  ผมมีหน้าที่เป็นเพียงผู้ส่งข่าว
               ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่มีส่วนทำให้ผมได้นำข่าวสารนี้มาฝากพวกคุณ  ขอบคุณครับ

    ชาติ กอบจิตติ
    ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒
    UNIVERSITY  DE PROVENCE

     

     

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design