สมาชิกล็อกอินที่นี่
เสาร์ 18 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/
    จุดประกายวรรณกรรม
  • http://www.napetch.com/
    ณ เพชร สำนักพิมพ์ / เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/
    เสาร์สวัสดี
  • http://www.sakulthai.com/
    สกุลไทย
  • http://www.typhoonbooks.com/
    สำนักหนังสือไต้ฝุ่น สำนักของปราบดา หยุ่น
  • http://www.midnightuniv.org/
    มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
  • http://www.sarakadee.com
    นิตยสารสารคดี
  • http://www.magichappen.com/
    มหัศจรรย์แห่งหินบำบัด จุฑามาศ ณ สงขลา
  • http://www.praphansarn.com/
    ประพันธ์สาส์น สำนักพิมพ์ ชุมชนวรรณกรรม ทำเนียบนักเขียน
  • http://www.osotho.com/
    อสท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

  • นวนิยายรางวัล สุภัทร สวัสดิรักษ์ บรรณาธิการแห่งความทรงจำโดย : พรชัย จันทโสก : รายงาน
    โพสต์โดย : midorikwa
    2009-04-27 22:04:28

    สุภัทร สวัสดิรักษ์ อดีตบรรณาธิการอาวุโสแห่งนิตยสารสกุลไทย ผู้ทำงานอย่างทุ่มเทตราบจนลมหายใจสุดท้าย

    เมื่อพูดถึงบรรณาธิการผู้ทำงานอย่างทุ่มเทตราบจนลมหายใจสุดท้าย และเป็นบุคคลที่นักเขียนทั่วฟ้าเมืองไทย ยกย่องให้ความเคารพนับถือมากที่สุดอีกคนหนึ่งในวงวรรณกรรมไทย คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก สุภัทร สวัสดิรักษ์ อดีตบรรณาธิการอาวุโสแห่งนิตยสารสกุลไทยนั่นเอง

    ครั้งยังมีชีวิตอยู่ สุภัทร สวัสดิรักษ์ นับว่าเป็นผู้มีคุณูปการเป็นอย่างยิ่งแก่วงการวรรณกรรมไทย โดยเฉพาะบทประพันธ์ นวนิยาย ถือว่ามีความโดดเด่นและสร้างนักเขียนใหม่ขึ้นมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มก่อตั้งนิตยสารเมื่อปี 2497 โดยจัดประกวดงานเขียนนวนิยายเพื่อเป็นเวทีต้อนรับนักเขียนใหม่ๆ และต่อมานักเขียนเหล่านั้นได้พัฒนาจนมีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับรางวัลระดับชาติเป็นจำนวนมาก

    นิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์จึงได้ริเริ่ม โครงการประกวดนวนิยายรางวัล "สุภัทร สวัสดิรักษ์" ครั้งที่ 1 ขึ้นในปี 2552 เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึง สุภัทร สวัสดิรักษ์ อดีตบรรณาธิการอาวุโส เพื่อเป็นเวทีสำหรับนักเขียนอีกเวทีหนึ่งและสนับสนุนผลงานคุณภาพโดยใช้ศิลปะในการเขียนถ่ายทอดสะท้อนความรู้สึกหรือจินตนาการในลักษณะนวนิยาย รวมทั้งเป็นการสืบสานการสร้างสรรค์วรรณกรรมอันเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ โดยจัดงานแถลงข่าวไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ณ สมาคมศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูถัมถ์

     

    ภายในงานมีทั้งนักเขียนชั้นครูที่สนิทสนมกับ สุภัทร สวัสดิรักษ์ และนักเขียนหลากรุ่นมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิเช่น กฤษณา อโศกสิน, ชมัยภร แสงกระจ่าง, รศ.ดร.คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์, ประยอม ซองทอง, คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ, นายา, ปิยะพร ศักดิ์เกษม, กิ่งฉัตร, กนกวลี พจนปกรณ์, นิเวศน์ กันไทยราษฎร์, เขมชาติ, เข็มพลอย, พงศกร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเล่าถึงมุมมองและความประทับใจของนักเขียนที่มีต่อบรรณาธิการอาวุโสท่านนี้

    เริ่มต้นจาก กฤษณา อโศกสิน เล่าถ่ายทอดความรู้สึกว่า "คุณสุภัทรเป็นสุภาพสตรีผู้มีอัธยาศัยสุภาพอ่อนโยน ถ่อมตน มีความเป็นมิตรอย่างยิ่ง พร้อมจะช่วยเหลือเอื้อเฟื้อทุกคนโดยไม่เลือกข้างเลือกค่ายเป็นผู้ไม่เคยทำลายน้ำใจของนักเขียน รวมทั้งมีมนุษยสัมพันธ์ที่สูงมากในการประสานความเข้าใจอันดีระหว่างบุคคล โดยเชิญชวนนักเขียนทั้งหญิงและชายให้เข้ามารวมกลุ่มรวมหมู่ทำกิจกรรมและสังสรรค์เสวนาในโอกาสพิเศษต่างๆ ทำให้นักเขียนสมัยนั้นสามัคคีกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างยากจะหาสมัยใดเสมอเหมือน

    ด้วยประสบการณ์อันยาวนานและวิจารณญาณที่เต็มเปี่ยมด้วยจุดยืนบวกกับความฉลาดเฉลียวเฉียบแหลมและระเบียบวินัยที่ไม่เป็นฝ่ายใด นอกจากฝ่ายหลักการ เพียงแต่อ่านงานไม่กี่หน้า เธอก็สามารถสัมผัสประกายอันงดงามของเพชรเม็ดใหม่เม็ดแล้วเม็ดเล่าได้ทันที นักเขียนผู้มีเนื้อหา สำนวนภาษาและลีลาของตนเองจึงทยอยกันเข้าสู่เวทีสกุลไทยไม่ขาดสาย ด้วยการคัดเฟ้นจากสายตาอันแหลมคมของบรรณาธิการผู้มีนามว่า สุภัทร สวัสดิรักษ์ นักเขียนทุกคนในสกุลไทยจึงเป็นนักเขียนคุณภาพที่ไม่เคยทำความผิดหวังให้ผู้อ่านนับแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน"

    ด้าน ชมัยภร แสงกระจ่าง มองเห็นลึกลงไปว่า "พี่สุภัทรเป็นนักเขียนนวนิยายเอง ดังนั้น จึงมองออกว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจแก่นักเขียนได้ และพี่เขาก็อ่านงานของนักเขียนเหล่านั้นอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมักนำเสนอหรือชี้แนะหรือปลุกเร้า ทำให้เกิดแรงบันดาลใจแก่นักเขียนได้ตลอดเวลา ประกอบกับพี่เขาเป็นผู้มีจิตใจกว้างขวาง จึงมักจะสามารถชี้แนะแง่มุมน่าสนใจได้ พี่สุภัทรเป็นนักวิจารณ์ที่แหลมคม มองเห็นข้อบกพร่องของนักเขียนชัดเจน แต่ไม่เคยเอ่ยตำหนิโดยตรง หากจะใช้วิธีการและวาจาที่นุ่มนวลไพเราะ ใช้ท่าทีถนอมน้ำใจ ทำให้ไม่เกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ในขณะเดียวกันก็ยอมรับไปโดยปริยาย"

    รศ.ดร.คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ เล่าบ้างว่า "คุณสุภัทรอยู่คู่สกุลไทยมาจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันที่แยกไม่ออก เป็นผู้มีคุณูปการต่อวงการประพันธ์ในหลายเรื่องทั้งเลือกสรรผลงานที่มีคุณภาพมาลงต่อเนื่องในหลายทศวรรษ ค้นพบนักเขียนใหม่ๆ ที่ต่อมาเป็นเพชรหลากสีประดับวงวรรณกรรม ตลอดจนติดตามความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ในวงการอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะลาลับไปแล้ว ชื่อเสียงและผลงานก็ยังอยู่ให้จดจำรำลึก จึงเป็นที่น่ายินดีว่ารางวัลสุภัทร สวัสดิรักษ์ จะเป็นเครื่องหมายที่ยืนยงในวงการเพื่อสานต่อความตั้งใจของคุณสุภัทรดังที่ทำมาตลอดชีวิตการทำงานให้ยั่งยืนต่อไปนานเท่านาน"

    ในมุมของนักวิชาการอย่าง คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ กล่าวว่า "แม้ว่าคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ จะมิได้ศึกษาวรรณคดีวิจารณ์ แต่การคัดเลือกนวนิยายนานนับหลายปีที่ผ่านมา ได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนแล้วว่านวนิยายทุกเรื่องที่คุณสุภัทรคัดเลือกนำลงตีพิมพ์เผยแพร่ ล้วนเป็นที่ชื่นชอบของผู้อ่าน และได้ส่งให้นักเขียนทั้งที่เคยมีผลงานเผยแพร่มานานและมีชื่อเสียงแล้ว ยิ่งมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น หรือนักเขียนมือใหม่ เพิ่งเขียนนวนิยายเรื่องแรกที่คุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ คัดเลือกนำลงพิมพ์ ในเวลาไม่ช้าต่อมาก็ได้รับความนิยมชื่นชมจากผู้อ่านและได้เป็นนักเขียนนวนิยายคุณภาพมีชื่อเสียงโด่งดัง

    การทำงานของคุณสุภัทรนั้น ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยหลักวิชาการทางวรรณคดีวิจารณ์ แต่ท่านผู้อ่านได้เป็นผู้ตัดสินอัจฉริยภาพของคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ ในการคัดเลือกนวนิยายอย่างชัดเจน ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น"

    ขณะที่ ประยอม ซองทอง กล่าวเช่นกันว่า "ในแง่ของบรรณาธิการคัดเลือกนวนิยายคุณภาพ เป็นคนที่เก็บประสบการณ์และเรียนรู้ทุกด้านในงานที่ทำ แม้ว่าเป็นคนที่รักษาแนวทาง มุมมองเก่าอย่างละเอียด แต่ก็ยอมรับแนวทางและมุมมองใหม่ๆ อย่างเปิดใจกว้าง ทำให้ตามทันโลกยุคใหม่เสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับบรรณาธิการนิตยสารที่มีอายุยาวนานที่สามารถตามทันโลกสมัยใหม่ ไม่ตกยุค สามารถปรับปรุงนิตยสารที่ดูแลให้ก้าวทันโลก

    คุณสุภัทรเป็นคนที่มีวิจารณญาณที่ดี เป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตัว-เกรงใจและให้เกียรติผู้อื่นมากๆ แม้ว่าผู้นั้นอ่อนวัยและอาวุโสกว่ามากก็ตาม แต่คุณสุภัทรก็ยินดีรับฟังทัศนะด้วยดียิ่ง เป็นคนที่ละเอียดในการพินิจพิจารณาทั้งการงานและมารยาทในสังคม นึกถึงผู้อื่นและผลประโยชน์ที่พึงเกิดแก่ส่วนรวมเสมอ หลายครั้งที่ทราบว่าคุณสุภัทรยอมเสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่องานของส่วนรวม แม้มีประสบการณ์มาก รู้สิ่งใดควรไม่ควรมาก เห็นอะไรที่เป็นสาระมากๆ แต่ไม่เคยแสดงตัวว่ารู้ดีกว่าใครๆ จึงเป็นที่รักและเกรงใจของทุกคนที่ได้คบใกล้ชิด"

    นอกจากนี้ นรีภพ สวัสดิรักษ์ บรรณาธิการนิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์ ยังได้กล่าวถึงแนวคิดการประกวดนวนิยายว่า "ทุกคนทราบกันดีว่าคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ เป็นบรรณาธิการนิตยสารสกุลไทยมาตั้งแต่ยุคแรกๆ และส่งเสริมนักเขียนมาตลอด และนิตยสารสกุลไทยมีจุดเด่นของหนังสือคือ นวนิยาย จะเห็นว่าจากยุคแรกมีนวนิยายเพียง 7-8 เรื่อง และค่อยๆ พัฒนามาเป็น 10-20 เรื่อง ท่านมีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือมีความประณีตในการคัดสรรนวนิยายเพื่อทำให้หนังสือมีนวนิยายที่มีคุณภาพและต้องการส่งเสริมนักเขียนใหม่ๆ ขึ้นมาด้วย สำหรับนักเขียนรุ่นเก่าๆ ของสกุลไทยเองได้พัฒนาขึ้นเป็นนักเขียนระดับชาติและได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติหลายท่าน

    เนื่องจากปี 2547 ท่านได้เสียชีวิตลง จริงๆ ท่านทำงานจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แม้กระทั่งอยู่โรงพยาบาลยังเอางานเข้าไปทำเอานิยายเข้าไปอ่านด้วย การจัดโครงการประกวดนวนิยายขึ้นมาเพื่อต้องการรำลึกถึงท่าน วัตถุประสงค์คือต้องการสร้างนักเขียนใหม่เพิ่มขึ้นอีกเวทีหนึ่งและเน้นผลงานคุณภาพด้วย สังเกตว่าจะมีทั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง คณะกรรมการคัดเลือก และคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ตัดสินรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นคณะกรรมที่สนิทสนมกับคุณสุภัทรและเป็นผู้มีทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิเป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชนทั่วไป"

    พร้อมทั้งกล่าวถึงผลงานที่ส่งเข้าประกวดด้วยว่า "ไม่เน้นว่าเป็นพล็อตเรื่องแนวไหน เปิดกว้างมาก แต่ต้องเป็นต้นฉบับและไม่เคยพิมพ์เป็นเล่มเผยแพร่มาก่อน ยกเว้นทางอินเทอร์เน็ตและหนังสือทำมือเพราะว่างานบางอย่างในพื้นที่เหล่านี้เป็นงานที่มีคุณภาพด้วยเช่นกัน เรื่องที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมและใช้วรรณศิลป์ที่เหมาะสม จะเน้นคุณสมบัติตรงนี้เพราะนิตยสารสกุลไทยขณะนี้มีความเป็นสังคมยุคใหม่มากขึ้น แต่ว่าผู้เขียนได้สะท้อนอะไรให้ผู้อ่านได้เห็นคือตรงนี้ต้องก้าวไปตามยุค

    ดังนั้นจึงขอเชิญชวนผู้รักการเขียนทุกท่านส่งเรื่องเข้ามาประกวดได้ เปิดรับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2552 ไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 และจะประกาศผลปีหน้าคือช่วงพฤศจิกายน 2553 และสิ่งที่น่าภูมิใจคือรางวัลชนะเลิศได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้รับการพิมพ์รวมเล่ม รวมทั้งได้ลงตีพิมพ์ในหน้านิตยสารเป็นตอนๆ ขอเชิญชวนผู้รักการเขียนทุกท่านส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อสืบสานสร้างสรรค์วรรณกรรมไทยต่อไป" นรีภพ กล่าว

    นี่จึงเป็นอีกเวทีหนึ่งเพื่อเฟ้นหาเพชรเม็ดงามขึ้นมาประดับวงการนวนิยายไทย 0

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design