สมาชิกล็อกอินที่นี่
เสาร์ 18 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.magichappen.com/
    มหัศจรรย์แห่งหินบำบัด จุฑามาศ ณ สงขลา
  • http://www.watcafe.com/
    วรรณวรรธน์ คาเฟ่
  • http://www.winbookclub.com/
    วินทร์ เลียววาริณ
  • http://www.thaiwriternetwork.com/
    เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย รวมประวัตินักเขียน มีคอลัมน์และงานเขียนใหม่ๆ ให้อ่าน
  • http://www.kledthaishopping.com/
    ร้านหนังสือเคล็ดไทย สั่งซื้อหนังสือออนไลน์
  • http://www.thaipoet.net/
    สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
  • http://onopen.com/
    โอเพ่นออนไลน์
  • http://www.wordreference.com/
    ดิกฯ ภาษาอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส อังกฤษ
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/
    จุดประกายวรรณกรรม
  • http://www.praphansarn.com/
    ประพันธ์สาส์น สำนักพิมพ์ ชุมชนวรรณกรรม ทำเนียบนักเขียน

  • แผนกลยุทธ์และธุรกิจสำหรับพิพิธภัณฑ์และหอศิลปะ : นงลักษณ์ เหล่าวอ รายงาน
    โพสต์โดย : mataree
    2009-02-09 16:30:20

    ขึ้นพุทธศักราชและคริสตศักราชใหม่  ได้รับข่าวสารเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์จากบริติช เคาน์ซิล  เพื่อไปร่วมฟังการบรรยายเรื่องแผนกลยุทธ์และธุรกิจสำหรับพิพิธภัณฑ์และหอศิลปะ 

    สำหรับบริติชเคาน์ซิล  (ประเทศไทย)  มีการจัดบรรยายเรื่องพิพิธภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง  ฉันเข้าฟังการบรรยายทุกครั้งที่ได้รับจดหมายเชิญ  เท่าที่จำได้เคยไปฟังเรื่อง  Whose Museum?  ที่ระดมภัณฑารักษ์จำนวนมากจากอังกฤษมาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับภัณฑารักษ์ชาวไทย  รวมถึงมีการทำเวิร์คชอป  ถัดมาเป็นการบรรยายโดยภัณฑารักษ์จากอังกฤษ  จัดร่วมกับ TCDC  และล่าสุดคือวันที่  13  มกราคม  2552 ที่ผ่านมา 

    ผู้มาบรรยายครั้งนี้คือคุณไมเคิล เดย์  (Michael Day)  ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริหารของสำนักพระราชวังที่เป็นโบราณสถานแห่งสหราชอาณาจักร  ซึ่งต้องดูแลพระราชวังที่เป็นโบราณสถานที่สำคัญๆ ของอังกฤษ  อาทิเช่น  ทาวเวอร์ออฟลอนดอน  พระราชวังแฮมตัน  คอร์ท  พระราชวังเคนซิงตัน  เป็นต้น  ซึ่งพระราชวังที่เป็โบราณสถานเหล่านี้มีผู้เข้าเยี่ยมชมถึงปีละ 3 ล้านคน มีเจ้าหน้าที่ 670 คน และมีเงินรายได้ปีละ 53 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3 พันล้านบาท

    ประวัติของคุณไมเคิล เดย์
    ไมเคิล เดย์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยลีดส์ และเริ่มต้นทำงานในพิพิธภัณฑ์แห่งนอร์ฟอล์คในปี 1974 ก่อนที่จะย้ายไปประจำที่ พิพิธภัณฑ์ไอออน บริดจ์ จอร์จ ในฐานะภัณฑารักษ์ทางด้านประวัติศาสตร์สังคม ในปี 1987 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการของ เจอร์ซี เฮอริเทจ ทรัสต์ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบพิพิธภัณฑ์ 4 แห่ง และปราสาทอีก 2 แห่ง รวมทั้งหอประวัติศาสตร์แห่งชาติประจำเกาะเจอร์ซี  ซึ่งที่นี่เองเขาได้รับรางวัล พิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งปีของสหราชอาณาจักรถึง 2 ครั้งด้วยกัน
     
    ในปี 2003 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็น ประธานกรรมการบริหารของสำนักพระราชวังที่เป็นโบราณสถาน กองทุนสำหรับโปรแกรมการศึกษา และการอนุรักษ์ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ทาวเวอร์ออฟลอนดอน  พระราชวังแฮมตัน คอร์ท พระราชวังเคนซิงตัน พระราชวังคิว และแบงเคว็ตติ้งเฮาส์ (สถานที่จัดงานพระราชพิธีเลี้ยงรับรอง)ในไวท์ฮอลล์ ซึ่งสำนักพระราชวังที่เป็นโบราณสถานนี้มีผู้เข้าเยี่ยมชมถึงปีละ 3 ล้านคน มีเจ้าหน้าที่ 670 คน และมีเงินรายได้ปีละ 53 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3 พันล้านบาท
     
    ไมเคิลได้เข้าคอร์สที่ Getty Leadership Institute ใน Berkeley ในปี 1993 เขายังเป็น อาจารย์ สอนในหลักสูตร Leadership in Museum ที่มหาวิทยาลัย East Anglia ตั้งแต่ปี 1994 และเป็นผู้อำนวยการร่วมในหลักสูตรเดียวกันให้แก่ Nordic Museum ในเดนมาร์ก ตั้งแต่ปี 2001-2008 และยังเป็นอาจารย์พิเศษให้แก่ London Business School, Kingston University Business School, Cass Business School และ New York University  และยังเคยเป็นผู้ควบคุมโครงการให้แก่ กองทุนล็อตเตอรี่ สำหรับโครงการ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติMaritime แห่งใหม่ในคอร์นวอลล์ และบางครั้งก็เป็นที่ปรึกษาทางด้านการวางแผนกลยุทธ์ให้กับพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเขาได้รับเชิญไปบรรยายในการประชุมนานาชาติ ในประเทศต่างๆ อาทิเช่น บาร์เซโลนา มิลาน ปารีส เตหะราน เวียนนา และซูริค
     
    นอกจากนี้เขายังเป็น Campanion of the Chartered Management Institute, Fellow of the Museums Association และ the Royal Society of Arts รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการโครงการ Clore Cultural Leadership และเป็นคณะกรรมการตัดสินรางวัล Gulbenkian Prize ในปี 2005 และ 2006

    โดยส่วนตัวฉันสนใจเรื่องพิพิธภัณฑ์  เพราะเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่พาผู้ชมเข้าไปสู่อัตลักษณ์ของความเป็นชาติ  และพิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง  อดีต  ปัจจุบัน  และอนาคต  (แต่มีหลายพิพิธภัณฑ์เหมือนกัน  ที่ให้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริงตามอดีต  บิดเบือนปัจจุบัน  และสร้างความมืดบอดแก่อนาคต)

    เมื่อครั้งไปชมพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่สิงคโปร์ในปี  พ.ศ.  2547  (ค.ศ. 2004)   ตลอด  3  วันของการไปเยือน  ฉันเพลิดเพลินกับพิพิธภัณฑ์ทุกที่ที่ฉันไปเยือน  รวมทั้งหอศิลปะใน  National Art Museum  อาคารพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกในที่สิงคโปร์ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ 

    การจัดแสดงเรื่องราวในพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งที่สิงคโปร์นำเสนออย่างตื่นตาตื่นใจ  ชมไม่รู้เบื่อ  สร้างความรู้สึกให้อยากเข้าไปค้นหา  ทั้งๆ ที่สิงคโปร์ไม่มีประวัติศาสตร์อะไรมากมาย  แต่ความฉลาดในการนำเสนอของสิงคโปร์คือการเอาทีเด็ดประวัติศาสตร์ของเอเชียทั้งหมดไปใส่เอาไว้ให้ผู้เข้าชมได้ดู  ภัณฑารักษ์ถึงกับบอกว่า  เราไม่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย  แต่เราจะสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งรวมอัตลักษณ์  และนำเสนอความเป็นเอเชียสู่สายตานักท่องเที่ยวที่มาเยือน 

    พิพิธภัณฑ์ในสิงคโปร์นำเสนอทั้งภาพ  มัลติมีเดีย  วัสดุสิ่งของ  การปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าชมและหน้าจอคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส  ที่จะตอบคำถามและเล่นสนุกได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่  จำได้ว่า  บนเกาะเซนโทซ่า  มีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง  และมีห้องนำเสนอวิถีชีวิตของชาวมุสลิม  อาหรับ  จีน  แขกอินเดีย  บรรยากาศภายในทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในชุมชนของพวกเขาจริงๆ  ชุมชนที่มีแขกอาศัยอยู่  จะมีกลิ่นเครื่องเทศลอยมาเตะจมูกระหว่างเดินชม  ของชาวจีนก็ได้ความรู้สึกแบบไชน่าทาวน์  และอีกพิพิธภัณฑ์  (จำชื่อไม่ได้  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสิงคโปร์)  มีห้องให้ผู้เข้าชมชาวมุสลิมสามารถทำละหมาดได้ด้วย  ส่วนพิพิธภัณฑ์แสตมป์  ให้ความรู้สึกสนุกสนาน  ให้ความรู้เหมาะสำหรับเด็กและครอบครัว  พิพิธภัณฑ์ที่ติดแม่น้ำสิงคโปร์  ฉันชอบแก่นแกนในการนำเสนอที่ว่าด้วยเรื่อง  สันติภาพในความแตกต่างทางอัตลักษณ์ของมนุษย์ 

    กลับมาที่เนื้อหาของการบรรยาย  คุณไมเคิล  เดย์    ใช้เวลาประมาณ  3  ชั่วโมงในการบรรยายและทำให้ผู้เข้าฟังเห็นภาพกลยุทธ์  รวมถึงการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น  แม้เนื้อหาการวางแผนกลยุทธ์จะเกี่ยวกับเรื่องพิพิธภัณฑ์  แต่เนื้อหาทั้งหมดที่คุณเดย์นำเสนอ  สามารถนำไปปรับใช้ได้กับการทำธุรกิจในรูปแบบอื่นได้หมด 

    Historical  Royal Palace  เป็นของสำนักพระราชวัง  และมีรัฐบาลคอยกำกับดูแลก็จริง  แต่กลับไม่มีเงินอุดหนุนทั้งจากสำนักพระราชวังและรัฐบาล  สิ่งนี้ทำให้คุณเดย์และเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อทำให้พิพิธภัณฑ์มีผู้เข้าชมตามเป้า  ทำให้เกิดรายได้  เพื่อใช้สำหรับการบูรณะซ่อมแซมพิพิธภัณฑ์, เงินเดือนของเจ้าหน้าที่  ๖๗๐  ชีวิต  และการบริหารจัดการทั้งหมด

    คุณเดย์บอกว่า  พิพิธภัณฑ์ที่ดีต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีอุดมการณ์ในการนำเสนอ  อุดมการณ์ในการทำงานของผู้ร่วมงาน  พิพิธภัณฑ์คือสถาบันทางวัฒนธรรม  ที่จะขับเคลื่อนให้คนทุกระดับมาพบเจอกัน  เป็นแหล่งที่สร้างให้คนเข้าใจว่าอดีตมีผลเช่นไรกับปัจจุบัน  และเมื่อผู้เข้าชมตระหนักถึงอดีต  ปัจจุบัน  จะทำให้ผู้คนเกิดความตระหนักถึงคุณค่าและร่วมกันอนุรักษ์หวงแหนพิพิธภัณฑ์  ซึ่งนี่คือผลพวงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

    Historical  Royal Palace  จึงนำเสนอเรื่องราวสู่กลุ่มเป้าหมายด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน  ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกว่า  ราชวงศ์  ประชาชน  และสังคม  เป็นสามสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน  การเล่าเรื่องด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายแต่ทรงพลัง  จะตรึงผู้เข้าชมให้เกิดความรู้สึกร่วม 

    พิพิธภัณฑ์ยังต้องบอกเล่าเรื่องราวทุกระดับชั้นของเวลาในสังคมที่เกิดขึ้นในอดีต  ปัจจุบัน  และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  ความท้าทายในการทำพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบันคือ  จะทำเช่นไรเพื่อให้ความรู้และภูมิปัญญาไปสู่ผู้ชมได้มากที่สุด  ปัจจุบันนี้ข้อมูลข่าวสารในแต่ละวันมีจำนวนมาก  แต่ระดับทางภูมิปัญญากลับลดน้อยลง 

    คุณเดย์มักจะยกตัวอย่างให้มองเห็นภาพเชิงเปรียบเทียบอย่างง่ายๆ  ทุกครั้งที่นำเสนอกลยุทธ์ในการบริหาร  และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ตัวอย่างที่ทำให้ฉันมองเห็นภาพอย่างชัดเจนคือ  คุณเดย์กล่าวว่า...ปัจจุบันมนุษย์มีปัญหาเรื่องการจัดการเวลา  ปัจจุบันพวกเรารู้สึกว่ามีเวลาในชีวิตน้อยลง  สืบเนื่องจากการเสียเวลากับตัวเลือกหลายอย่างในชีวิตที่มีมากขึ้น  สมัยก่อนเมื่อเราอยากซื้ออะไรสักอย่าง  เราจะตรงไปที่ร้านขายของชนิดนั้น เช่น  ผมอยากซื้อเครื่องปิ้งขนมปัง  ผมไปที่ร้านและใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาทีในการเลือกและชำระเงิน แต่ปัจจุบันนี้  เมื่อเราอยากซื้อเครื่องปิ้งขนมปังสักเครื่อง เราต้องไปที่ห้างสรรพสินค้า  ต้องพบกับพนักงานขายที่นำเสนอถึงประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องปิ้งขนมหลากหลายยี่ห้อ ที่ระรานตา  คุณเดย์ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงในการเลือกซื้อเครื่องปิ้งขนมปัง...

    ประสบการณ์ตรงนี้  ทำให้เกิดความท้าทายว่า  เมื่อมนุษย์มีเวลาในชีวิตน้อยลง  แล้วพิพิธภัณฑ์จะทำเช่นไรเพื่อให้ผู้คนมาที่พิพิธภัณฑ์ของตัวเอง  ในเมื่อพวกเขามีทางเลือกตั้งมากมาย  พิพิธภัณฑ์ต้องมีกลยุทธ์ในการดึงผู้ชมเข้ามาสู่พิพิธภัณฑ์ของตัวเอง  ตัวแปรคือ  เวลาที่เหลือน้อยลงของผู้เข้าชม  ผู้เข้าชมมีทางเลือกอื่นอีกมากมาย  และคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์  โรงภาพยนตร์  ละครเวที  เป็นต้น

    คุณเดย์ชี้ให้เห็นข้อมูลด้านสถิติและกึ่งผลการวิจัยเกี่ยวกับอุปสงค์และอุปทานของผู้คนว่า  เมื่อ  ๕๐  ปี  มนุษย์อยากได้สิ่งของ  แต่ปัจจุบันมนุษย์อยากได้ประสบการณ์ที่เติมเต็มความรู้สึก  การได้มีความรู้สำคัญกว่าการมีฐานะร่ำรวย    ผลการสำรวจชาวอังกฤษที่มีอายุ  ๒๑  ปีขึ้นไป  พวกเขาอยากมีประสบการณ์มากขึ้นและต้องการวัตถุน้อยลง  (แต่เด็กที่อายุต่ำกว่า  ๒๑  ปี อยากมีฐานะร่ำรวย)  และการชอปปิ้งในปัจจุบันไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่เป็นประสบการณ์ชนิดหนึ่งด้วย 

    ส่วนแนวโน้มของผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในศตวรรษที่  ๒๑  คุณเดย์ให้ความเห็นว่า  ผู้คนมีฐานะทางการศึกษามากขึ้น  เพศหญิงมีจำนวนมากกว่าเพศชาย  สามีภรรยามีลูกน้อยลงและเป็นครอบครัวแบบแยกกันอยู่  คนมีความสุขน้อยลง  มีอายุมากขึ้นและรู้คุณค่าของชีวิตมากขึ้น  มีความคาดหวังในชีวิตมากขึ้น  การเมืองในประเทศส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์และการเปลี่ยนแปลงด้านอื่นในพิพิธภัณฑ์ 

    อย่างการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน  เช่น  มีการวางระเบิดหลายจุดในลอนดอนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา  เหตุการณ์  ๙/๑๑  หรือการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า  ล้วนเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ต้องรับมือกับการจัดการแก้ไขปัญหา 

    การวางระเบิดหลายแห่งในกรุงลอนดอน  ทำให้ยอดผู้เข้าชม  Historical  Royal Palace  ลดฮวบเป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน  เหตุการณ์  ๙/๑๑  แม้จะเกิดในสหรัฐอเมริกา  แต่ส่งผลต่อยอดนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาชม  Historical  Royal Palace  เพราะกระแสผู้ก่อการร้ายระบาดอย่างหนัก  และอังกฤษก็ร่วมถือหางสหรัฐในสงครามอิรัก  หรืออย่างกรณีการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า  มีประชาชนนำดอกไม้ไปวางภายในบริเวณ  Historical  Royal Palace  จำนวนมากมายมหาศาล  สุดลูกหูลูกตา  เจ้าหน้าที่ต้องรับมือกับการจัดการดอกไม้จำนวนมหาศาลเหล่านั้น  เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับผู้ที่ประสงค์เข้าชม  Historical  Royal Palace 

    ส่วนวิกฤติเศรษฐกิจการเงินที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลกขณะนี้  คุณเดย์และเจ้าหน้าที่มีการวางแผนและติดตามเฝ้าระวัง  ประเมินรายได้สัปดาห์ต่อสัปดาห์  เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเงิน  (โดยเฉพาะรายรับ)  โดยปกติแล้วการเงินของที่นี่จะมีการวางแผนล่วงหน้าเป็นปี    มีการเปรียบเทียบรายรับ-รายจ่ายกับปีก่อนๆ ที่ผ่านมา  เพื่อประกอบการประเมินสถานการณ์  หากวิกฤติส่อเค้าไม่ดี  โครงการเล็กๆ  ที่จะดำเนินการในแต่ละปีต้องตัดออก  ส่วนโครงการใหญ่ๆ  ที่มีระยะเวลาการทำงานในระยะยาว  ยังจะต้องดำเนินการต่อไป  ส่วนวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมาซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก  กลับเป็นผลดีแก่  Historical  Royal Palace  เนื่องจากค่าเงินปอนด์ลดลง  ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเข้าชม  Historical  Royal Palace  เป็นจำนวนมากขึ้น  จึงทำให้ช่วงปลายปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดในรอบ  ๗  ปี  เข้าข่ายวิกฤติการเงินสหรัฐเป็นโอกาสของ  Historical  Royal Palace  ในกรุงลอนดอน

    คุณเดย์สรุปตอนท้ายว่า  พิพิธภัณฑ์เป็นสถานที่ซึ่งตอบสนองความต้องการของสังคม  ดังนั้นการสร้างมรดกทางวัฒนธรรมแห่งนี้จึงจำเป็นต้องผสานกับคนในชุมชน เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์หวงแหน  ดังนั้นหัวใจหลักในการทำพิพิธภัณฑ์คือ 

    1.พิพิธภัณฑ์ต้องมีอุดมการณ์หรือเป้าหมายหลักในการดำเนินงาน
    2.พิพิธภัณฑ์เป็นของจริง  นำเสนอผ่านวัฒนธรรมโดยใช้วัฒนธรรมให้เป็นประโยชน์มากที่สุด  มีการตั้งคำถามว่า  ในขณะที่ร้านกาแฟสตาร์บัคส์และร้านแมคโดนัลด์ขยายกิจการทุกวัน  ดังนั้นภัณฑารักษ์จะทำเช่นไรเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกได้เปิดโลกทัศน์เมื่อเข้ามาชมพิพิธภัณฑ์?
    3.การเล่าเรื่องในพิพิธภัณฑ์เป็นหัวใจสำคัญที่สุดและทรงอิทธิพลมาก  เนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์มีความอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวของคนอื่น  การเล่าเรื่องที่มีชีวิตชีวา  สะเทือนอารมณ์และความรู้สึกของผู้ชมจะให้พวกเขาประทับใจ  รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดแก่ผู้ชม  หากเรื่องที่นำเสนอไม่กระทบอารมณ์,  ความรู้สึกผู้ชม  พวกเขาจะไม่กลับมาที่พิพิธภัณฑ์อีก
    4.ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอ  เพราะพิพิธภัณฑ์ยังมีสื่ออีกหลายแขนงที่เป็นคู่แข่งในการแย่งจำนวนผู้เข้าชม  สื่อเหล่านั้นคือ  ภาพยนตร์,  คอนเสิร์ต,  ละครเวที  เป็นต้น  หากการเล่าเรื่องในพิพิธภัณฑ์จืดชืด  จะมีผลกระทบต่อคนดู  การสร้างงานนิทรรศการต่างๆ  ในห้องจัดแสดงต้องตอบสนองความต้องการของคนดู
    5.ทุกจุดในการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มีความสำคัญเท่ากันหมด  ตั้งแต่พนักต้อนรับ  จุดขายบัตรเข้าชม  ซุ้มขายของที่ระลึก  เหล่านี้ล้วนมีความหมายและสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชม
    6.การลงทุนในเว็บไซต์สำคัญมากต่อจำนวนผู้เข้าชม  สื่ออินเทอร์เน็ตต้องดำเนินควบคู่ไปกับพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดง  ดังนั้นเมื่อลงทุนทำพิพิธภัณฑ์ต้องลงทุนด้านเว็บไซต์พร้อมกันไปด้วย  เพราะเว็บไซต์จะเป็นสื่อที่ดึงดูดให้ผู้ชมทั้งในและต่างประเทศอยากมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์
    7.สร้างแรงจูงใจให้คนในชุมชนรู้สึกมีส่วนร่วมหรือรู้สึกเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์  เพื่อให้คนในชุมชนตระหนักว่าพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่ตั้งอยู่  และพวกเขาจะช่วยกันบำรุงรักษาให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในอนาคต 
    8.พิพิธภัณฑ์ต้องแข็งแกร่งในเรื่องการบริหารจัดการ  เพื่อรับมือกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง  มองการณ์ไกล  ทั้งต้องทนต่อแรงกดดันเฉพาะหน้าและในอนาคต
    9.การทำงานในองค์กรมีความสำคัญและต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการวิเคราะห์สถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อองค์กร  ความหลากหลายและมิติทางความคิดที่มากมายในองค์กรย่อมเป็นผลดีแก่การบริหารงานและผลักดันให้พิพิธภัณฑ์มีความเป็นชีวิต 

    ตราบใดที่พิพิธภัณฑ์มีเป้าหมายที่ชัดเจน  และตระหนักถึงผู้มาเยี่ยมชม  ผู้เข้าชมจะไม่มีวันลดจำนวนลงอย่างแน่นอน

    เหล่านี้คือกลยุทธ์ทั้งหมดที่คุณไมเคิล เดย์  นำเสนอแก่ผู้เข้าร่วมฟังการบรรยาย  ณ  สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ  (มิวเซียมสยาม)  เมื่อวันที่  13  มกราคม  2552

    เรื่องโดย นงค์ลักษณ์  เหล่าวอ ผู้เข้าฟังการบรรยาย

     

    จาก http://www.oknation.net/blog/nonglakspace/2009/01/20/entry-1

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design