สมาชิกล็อกอินที่นี่
เสาร์ 18 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.midnightuniv.org/
    มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
  • http://www.watcafe.com/
    วรรณวรรธน์ คาเฟ่
  • http://http://www.krusala.com/
    กองทุนศิลปินครูบ้านป่า สลา คุณวุฒิ
  • http://www.typhoonbooks.com/
    สำนักหนังสือไต้ฝุ่น สำนักของปราบดา หยุ่น
  • http://www.wordreference.com/
    ดิกฯ ภาษาอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส อังกฤษ
  • http://www.sameskybooks.org/
    ฟ้าเดียวกัน
  • http://www.napetch.com/
    ณ เพชร สำนักพิมพ์ / เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
  • http://www.thaingo.org/
    สื่อทางเลือกเพื่องานพัฒนา
  • http://www.makhampom.net/
    กลุ่มละครมะขามป้อม
  • http://www.akaraonline.com
    อักขระบันเทิง

  • หน้า [1] 2 [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21]
    ข่าววรรณกรรม
    โครงการระลึกถึงคุณูปการสองศิลปินแห่งชาติ “สุวัฒน์ วรดิลก และ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี”
    (19 Jun 2014 16:18:02 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1984
    โครงการระลึกถึงคุณูปการสองศิลปินแห่งชาติ
     “สุวัฒน์ วรดิลก และ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี”
    และงาน “คิดถึง “เพ็ญศรี-รพีพร” “อ่านบทกวี เสวนา และร้องเพลง”
    มูลนิธิรพีพรเพื่อสวัสดิการนักเขียน สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
     มอบรางวัล “รพีพร” ครั้งที่ ๔
    และ สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ 
    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    วันอาทิตย์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗

    --------------

    ภาคเช้า ณ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

    ๙.๓๐ น. ลงทะเบียน
    ๑๐.๐๐ น. ทําบุญอุทิศส่วนกุศลแด่สุวัฒน์ วรดิลกและเพ็ญศรี พุ่มชูศรี
    และนักเขียนผู้ล่วงลับ
    ๑๑.๓๐ น รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

    ภาคบ่าย ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท ๕๕)
    ๑๓.๐๐ น ลงทะเบียน
    ๑๓.๓๐ น. วีดีทัศน์ “คิดถึงเพ็ญศรี-รพีพร”
    กล่าวรําลึก “เพ็ญศรี-รพีพร”
    กล่าวรําลึก “เพ็ญศรี-รพีพร”
    ๑๔.๐๐ น. พิธีมอบรางวัลรพีพร

    ประธานมูลนิธิรพีพรเพื่อสวัสดิการนักเขียน(ประยอม ซองทอง) 
    อุปนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย(บูรพา อารัมภีร) 
    นายกสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทยฯ(สุเทพ วงศ์กําแหง) 
    อ่านบทกวีระลึก “เพ็ญศรี-รพีพร”-ชมัยภร แสงกระจ่าง
    วีดีทัศน์ประกาศเกียรติผู้ได้รับรางวัล
    ประยอม ซองทอง วันจักร วรดิลก จีรวรรณ พนมยงค์ วรดิลก 
    และฉัตรชัย วรดิลก ร่วมมอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดี
    ดําเนินรายการโดยชมัยภร แสงกระจ่าง
    ๑๔.๓๐ น. เปิดใจ ผู้ได้รับรางวัล
    ๑๕.๐๐ น. “วงวรรณเสวนาหัวข้อ “หลากรสวรรณกรรมรพีพร สะท้อนสังคมอย่างไร”
    ดําเนินรายการโดย พินิจ นิลรัตน์
    ๑๖.๓๐ น. เพลงกวี “เพ็ญศรี –รพีพร” จากสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย 
    ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพ
    โดย นักเขียน/ตัวแทนผู้จัดทําละคร/จรูญพร ปรปักษ์ประลัย 
    รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นําโดย สุเทพ วงศ์กําแหง(๗ 
    ๑๗.๓๐ น. นายกสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทยฯ กล่าวปิดงาน

    พิธีกรตลอดงาน /ญาดา อารัมภีร/เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ

    ------------------------------------------
    อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    ขอความกรุณาเผยแพร่ข่าวรางวัล “รพีพร” ครั้งที่ ๔ และเชิญร่วมงานคิดถึงเพ็ญศรี-รพีพร ครั้งที่ ๗
    (19 Jun 2014 16:09:47 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1987
    ที่ รพพ๐๑/๒๕๕๗                                                          
    มูลนิธิรพีพรเพื่อสวัสดิการนักเขียน
    ๓๑  ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ๓๓
    บางซื่อ  กท.๑๐๘๐๐
    ๑๙ มิถุนายน   ๒๕๕๗

    เรื่อง      ขอความกรุณาเผยแพร่ข่าวรางวัล “รพีพร” ครั้งที่ ๔ และเชิญร่วมงานคิดถึงเพ็ญศรี-รพีพร ครั้งที่ ๗ 
    เรียน     ท่านสื่อมวลชน
    สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑.ประวัตินักเขียน
                            ๒.ความเป็นมาและหลักการรางวัลรพีพร
                            ๓.กำหนดการงาน คิดถึง “เพ็ญศรี-รพีพร”  ครั้งที่ ๔  (ปี ๒๕๕๗)
     
              ด้วยมูลนิธิรพีพรเพื่อสวัสดิการนักเขียน    ร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย   ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกนักเขียนเพื่อรับรางวัล “รพีพร”  ตามหลักการรางวัลรพีพร ๔ ข้อ คือ
                ๑.เป็นนักเขียนอิสระ
                ๒.มีผลงานคุณภาพ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการพอสมควร
                ๓.เป็นผู้สร้างสรรค์งานเพื่อสังคม  ในแนวทางเดียวกับสุวัฒน์ วรดิลก
                ๔.ยังมีชีวิตอยู่ และยังสร้างสรรค์งานอยู่ในปัจจุบัน
                คณะกรรมการเห็นสมควรให้มอบรางวัลรพีพร  ครั้งที่ ๔ แด่ นางศศิวิมล  นทธี สุรเดชชะมงคล  เจ้าของนามปากกา “นทธี ศศิวิมล”  ความละเอียดสิ่งที่ส่งมาด้วย ๑   ๒ และ ๓   โดยกำหนดจัดงานคิดถึง “เพ็ญศรี-รพีพร” เพื่อระลึกถึงสองศิลปินแห่งชาติ   “สุวัฒน์ วรดิลก และ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี” และงานมอบรางวัล “รพีพร” ครั้งที่ ๔  ในวันอาทิตย์ที่  ๑๓  กรกฎาคม  ๒๕๕๗  ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยสุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) กทม. ความละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ๔
                มูลนิธิฯ จึงขอเรียนเชิญท่านเผยแพร่ข่าว  และเชิญเข้าร่วมงานเพื่อทำข่าวเพื่อเผยแพร่  ตามวันและเวลาดังกล่าวด้วย  จักเป็นพระคุณยิ่ง
     
                                                                            ขอแสดงความนับถือ                                          
     
                                                                           (นายประยอม  ซองทอง)
                                                                ประธานมูลนิธิรพีพรเพื่อสวัสดิการนักเขียน
    อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    วรรณกรรมแม่น้ำโขง: สายสัมพันธ์เพื่อนบ้านผ่านตัวหนังสือ
    (28 May 2014 17:36:39 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1984
    วรรณกรรมแม่น้ำโขง: สายสัมพันธ์เพื่อนบ้านผ่านตัวหนังสือ
    ตัวหนังสือของแต่ละชนชาติ สามารถเป็นสะพานแห่งมิตรภาพได้

    นับเป็นเรื่องน่ายินดีและน่าภาคภูมิใจไม่น้อยที่ปีนี้วงการวรรณกรรมของไทยได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในเจ้าของรางวัลแม่น้ำโขงอวอร์ด หรือชื่อสากลว่า The Mekong Literature Award ซึ่งทางสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยได้ส่งนักเขียนไปรับรางวัลถึงสามท่านด้วยกันคือ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กฤษณา อโศกสิน และธีรภาพ โลหิตกุล ทั้งสามถือเป็นตัวแทนนักเขียนไทยที่คับแน่นด้วยคุณภาพ สมศักดิ์ศรีกับรางวัลนานาชาติในครั้งนี้เช่นเดียวกัน

    เมื่อเห็นว่าสบโอกาสที่จะให้แวดวงวรรณกรรมไทยได้รับรู้และรู้จักวรรรกรรมแม่น้ำโขงในวงกว้าง ทางสมาคมนักเขียนฯจึงได้จัดให้มีการเสวนาวรรณกรรมอุษาคเนย์ขึ้นในวันนักเขียน 5 พฤษภา 57 ณ สมาคมนักเขียนฯ โดยได้เชิญนักเขียนที่ได้รับรางวัลสองท่านคือ กฤษณา อโศกสิน และธีรภาพ โลหิตกุล พร้อมเจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ขึ้นเวทีเสวนา โดยมีชมัยภร แสงกระจ่าง เป็นผู้ดำเนินรายการ

    สำหรับรางวัลแม่น้ำโขงอวอร์ดนี้ เริ่มก่อตั้งขึ้นโดยการร่วมมือจาก 3 ประเทศในเขตลุ่มน้ำโขงคือ เวียดนาม กัมพูชา และลาวซึ่งมีการเชื่อมสัมพันธ์แลกเปลี่ยนด้วยความสนิทแน่นแฟ้น เพราะเป็นประเทศที่เคยร่วมต่อสู้กับฝรั่งเศสและอเมริกา โดยก่อตั้งรางวัลนี้ขึ้นมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และมีการมอบรางวัลรวม 5 ครั้งทั้งครั้งนี้

    เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระดับประชาชนและระดับวัฒนธรรม ประเทศไทยจึงได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการมอบรางวัลครั้งที่ 4 ที่ดานัง ประเทศเวียดนาม เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก่อนตัดสินใจเข้าร่วม ทั้งนี้นายกสมาคมให้เหตุผลว่า “เป็นการตัดสินในเดินหน้าเพื่อให้งานวรรณกรรมและวัฒนธรรมอันเสาหลักในสามเสาได้เข้ามาเป็นเสาค้ำจริงๆ เพราะภาครัฐจะเน้นแต่เรื่องเศรษฐกิจ-การลงทุน การเมือง เน้นเรื่องการได้ประโยชน์เสียประโยชน์เป็นสำคัญ ซึ่งอาจจะเกิดข้อขัดแย้งต่างๆ ขึ้นมาในอนาคตได้”

    ก้าวแรกของรางวัลแม่น้ำโขงอวอร์ด

    อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่าปีนี้เป็นปีแรกที่สมาคมนักเขียนฯได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งของรางวัลแม่น้ำโขงอวอร์ด โดยนักเขียนทั้งสามล้วนเขียนเรื่องราวที่มีแก่นแกนของชีวิตและผู้คนในลุ่มน้ำโขง อย่าง “เขียนแผ่นดิน” ของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ “จำหลักไว้ในแผ่นดิน” และ “เสียงหัวเราะและน้ำตาในศิลานคร” ของกฤษณา อโศกสิน และ “ชายชรากับบ่วงกรรมและคำสาป” ของธีรภาพ โลหิตกุล ซึ่งไม่ต้องบอกก็ทราบกันดีว่าผลงานของนักเขียนทั้งสามล้วนเป็นงานแนวหน้าของวงการวรรณกรรมไทย

    ก่อนจะ...มีเสียงหัวเราะและน้ำตาในศิลานคร

    การท่องเที่ยวใช่จะพบแต่สิ่งรื่นรมย์หรือรู้สึกอิ่มเอมใจทุกครั้ง หลายต่อหลายครั้งกลับพบกับสิ่งแปลกประหลาด คาดไม่ถึง หรือบางครั้งก็พบกับสิ่งที่ชวนหดหู่ เช่นเดียวกันกับที่กฤษณา อโศกสินได้ไปพบเจอในดินแดนกัมพูชาก่อนที่จะเขียนเป็นสารคดีชวนสะเทือนใจเรื่องนี้ ท่านได้เล่าว่า “ครั้งนั้นไปเที่ยวกัมพูชาเมื่อครั้งที่เปิดประเทศใหม่ๆ คือปี 2535 ได้ไปดูพิพิธภัณฑ์ตวล สแลง ที่เก็บประวัติศาสตร์สมัยที่มีสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งดิฉันสะเทือนใจมาก โหดเหี้ยม สยดสยองมาก เพราะว่าในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีภาพของคนที่ถูกทรมานในห้องขังก็คือในตึกหลังนั้น ในลักษณะต่างๆ กัน บางคนก็ถูกไฟฟ้าช็อต บางคนก็ถูกรัดคอ คือตายด้วยสภาพต่างๆ แล้วเขาก็ยังเก็บประวัติศาสตร์อันนั้นไว้ ส่วนที่ค่ายเจืองเอ็ก ห่างจากที่นั้นไปหลายสิบกิโล ก็มีหลุมศพของประชาชนกัมพูชา บางหลุมก็มีเด็กและผู้หญิงล้วน ซึ่งสะเทือนใจมาก เขาฆ่าโดยใช้ขวานทุบ แล้วทุบลงหลุม มี 50 กว่าชีวิตดิฉันก็ประทับใจนครวัด นครธม ที่จะได้ไปชมในวันต่อไป แต่ว่ารู้สึกสะเทือนใจกับพิพิธภัณฑ์สองแห่งนี้มาก ก็เลยกลับมาเขียน เสียงหัวเราะและน้ำตาในศิลานคร เป็นสารคดีท่องเที่ยวลงในสกุลไทยรายสัปดาห์”

    ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ “จำหลักไว้ในแผ่นดิน” เป็นนวนิยายเชิงประวัติศาสตร์ แม้จะไม่ได้สร้างพล็อตเรื่องขึ้นด้วยตนเอง แต่กฤษณา อโศกสินก็สร้างนวนิยายเรื่องนี้ได้อย่างน่าสะเทือนใจและอัศจรรย์ใจไปในขณะเดียวกัน ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ระหว่างชายแดนไทยกัมพูชาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่นวนิยายเรื่องนี้เป็นเสมือนตัวเชื่อมความสัมพันธ์ที่จะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกดี เห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบเจอกับสิ่งเลวร้ายหลายต่อหลายครั้ง

    ชายชรากับบ่วงกรรมและคำสาป...จุดจบของพอล พต

    ช่วงสงครามเขมรแดง เป็นช่วงเวลาที่คนกัมพูชาทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสอันเนื่องจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของคนในชาติเดียวกัน ซึ่งผู้นำเขมารแดงคนนั้นก็คือ พอล พต แต่เรื่องราวของพอล พต ต้องเจอกับบ่วงกรรมอย่างไร และมันถือเป็นคำสาปที่ชาวเขมรได้สาปแช่งเขาหรือไม่ ซึ่งธีรภาพ โลหิตกุล ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของพอล พตในการสร้างสรรค์งานสารคดีขึ้นมา ธีรภาพได้เล่าว่า “วันที่พอล พต เสียชีวิต จะเผาเลยก็ไม่ได้ ต้องให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศมาเห็นก่อน เพราะว่าจะต้องให้คนถ่ายรูปเป็นหลักฐาน ก็ต้องเอาน้ำแข็งมาวางบนหน้าอกเป็นสัปดาห์ถึงจะเผา แล้วก็เหลือเชื่อ.. เพราะว่าวันที่มีการเผาผู้นำเขมรแดงนั้นมีแต่ลูกสาวกับภรรยาคนสุดท้ายของเขาที่เด็ดเอาดอกไม้มาวางที่ศพ เชื้อเพลิงก็คือโต๊ะ ตู้ เตียงที่ใช้ในชีวิตบั้นปลาย และยางรถยนต์ และวันนั้นเป็นวันเดียวกับที่เขาขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาในสมัยเขมรแดงที่ตั้งชื่อประเทศว่า กัมปูเจียประชาธิปไตย คือวันที่ 18 เมษายน 2518 วันเผานั้นคือ 18 เมษายน 2540 มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตคนเรามันขึ้นสูงสุดกับต่ำสุดจะเป็นวันเดียวกัน”

    นอกจากนี้ ธีรภาพกล่าวว่าในความรู้สึกของตน ดินแดนอุษาคเนย์เป็นดินแดนที่มีความน่ามหัศจรรย์ มีเรื่องราวหลากรสชาติอีกทั้งยังมีความน่ารัก เช่นกรณีประเทศลาว “ท่านอุตมะ จุลมะนี หนึ่งปัญญาชนคนหนุ่มในเวียงจันทร์ยุคที่ต่อสู้กับฝรั่งเศส ช่วงที่ได้รับเอกราชไม่กี่ปีก็ชวนเพื่อนๆ เอาเชือกมาคล้องอนุสาวรีย์มอปาวีออร์กุสปาวี ซึ่งเป็นข้าหลวงใหญ่ที่ฝรั่งเศสให้ปกครองลาว เป็นคนที่เอาเรือรบมาปิดปากอ่าวไทยกรณี ร.ศ. 112 ท่านอุตมะ จุลมะนีไปโค่นลงมาแล้วแบกไปทิ้งแม่น้ำโขง มันตรงกับที่นักร้องร้องเอาว่าเอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง คำว่าทิ้งในภาษาไทย ลาวใช้ว่าทิ่ม ทิ่มลงของ แต่ฝรั่งเศสก็อุตสาห์ไปงมมาแล้วเอาไปตั้งที่สถานทูตฝรั่งเศส ซึ่งก็ถือเป็นภาพน่ารักๆ ที่เกิดขึ้นในอาเซียน”

    ทางด้านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งเป็นหนึ่งนักเขียนที่ร่วมรับรางวัลครั้งนี้ก็ได้เขียนบทกวีในประเทศแถบอินโดจีน เริ่มจากเขียนบทกวีของประเทศไทย ก่อนจะเริ่มเขียนบทกวี “เขียนแผ่นดิน” ลาวและเวียดนาม โดยเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ เพื่อให้เห็นความเป็นไปของผู้คน วัฒนธรรม ชีวิต ก่อนจะเขียนบทกวีสด ๆ รวมเป็นบทกวีเขียนแผ่นดิน

    หน้าที่ของนักเขียนในฐานะทูตสันถวไมตรี

    ต้องยอมรับในความสามารถของนักเขียนทั้งสามที่ได้ลงแรงกายแรงใจสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ยอมรับเช่นนี้ ทั้งนี้ กฤษณา อโศกสินได้กล่าวถึงดินแดนอุษาคเนย์ รวมถึงการเขียนของท่านว่า “คนอื่นๆ ในดินแดนเหล่านี้เขาก็เป็นคนเช่นเดียวกับเรา มีคนดีคนไม่ดี ไปครั้งนี้ได้พบเห็นคนดีๆ เยอะ ก็เลยคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนี้เราจะต้องต้องรักษา เวลาที่เขียนหนังสือดิฉันรู้สึกว่าตัวเองจะมีหน้าที่อยู่

    อย่างหนึ่งว่าจะต้องเขียนในฐานะทูตสันถวไมตรี ดิฉันจะไม่เขียนอะไรที่ทำร้ายความเป็นมิตรระหว่างประเทศ ไม่ว่าเขาจะมีเรื่องส่วนตัวเลวร้ายที่สะเทือนใจเพียงใด เช่น ไปเห็นเรื่องความสยดสยองอย่างที่เล่ามาก็คิดว่ามันเป็นเรื่องของเขา เราไม่เกี่ยว ไม่ต้องไปเกลียดหรือไปรักมาก เราคิดถึงส่วนรวมของประเทศต่อประเทศว่าควรจะเป็นมิตรกัน เพราะเราก็เห็นแล้วว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศมันนำความทุกข์ยากมาให้กับประชาคมโลกอย่างที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน”

    ก่อนจะปิดท้ายการเสวนาในครั้งนี้ ธีรภาพ โลหิตกุลก็ได้กล่าวถึงการสานความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนว่าที่ผ่านมานั้นเคยเกิดความขัดแย้ง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยรัฐบาลเป็นไปในเชิงแข่งขันทางเศรษฐกิจมากกว่าความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรมหรือระหว่างประชาชนด้วยกัน “ที่สมาคมนักเขียนฯ ดำเนินการมา ทำให้คนเกิดความเข้าใจกันในเรื่องวัฒนธรรม วรรณกรรมทำให้คนเข้าใจกันอย่างลึกๆ เพราะฉะนั้นอนาคตของแม่โขงอวอร์ดจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะสร้างความเข้าใจในหมู่ชาวลุ่มน้ำโขงก่อนจะมีการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน เพราะฉะนั้นขอชื่นชมยินดีกับงานของสมาคมที่พยายามทำให้เกิดความสัมพันธ์กันระหว่างเพื่อนบ้าน การที่ผมได้รับรางวัลศรีบูรพาและรางวัลแม่น้ำโขงทำให้ผมคิดที่จะสร้างงานขึ้นมาเพื่อที่จะลบความเข้าใจผิดและอคติที่มีทั้งมวลให้ค่อยหมดๆ ไป”

    อีกไม่กี่วันประเทศไทยก็จะรวมเป็นอาเซียน หลายต่อหลายคนคาดเดาแต่เพียงว่าการแข่งขันจะเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น แต่น้อยคนที่จะคำนึงว่าวรรณกรรมเป็นตัวหนึ่งที่จะช่วยสร้างความแน่นแฟ้น และเมื่อประชาชนที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างยาวนาน ได้ฟื้นฟูความเข้าใจร่วมกัน การเกิดความขัดแย้งหรือภาวะของการแข่งขันจะคลี่คลายด้วยความเข้าใจกันและกัน ซึ่งล้วนเป็นเรื่องของอนาคตที่ทุกฝ่ายจะต้องเรียนรู้ร่วมกัน

    รางวัลวรณกรรมลุ่มน้ำโขง ‘Mekong River Literature Award’

    รางวัลวรรณกรรมลุ่มน้ำโขง เป็นรางวัลนานาชาติเพื่อมอบให้แก่นักเขียนในประเทศลุ่มน้ำโขง โดยตระหนักว่าแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำแห่งอารยธรรมอันสำคัญ 1 ใน 10 ของโลก ก่อตั้งขึ้นมาจากประเทศที่มีความสัมพันธ์ในการร่วมสู้รบกับตะวันตกในอินโดจีน 3

    ประเทศคือ เวียดนาม ลาว และกัมพูชา เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยการมอบรางวัลได้จัดขึ้น 2 ปีต่อครั้ง หมุนเวียนเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ โดยระยะแรกมีกองทุนสนับสนุนเรื่องเงินรางวัลจากประเทศเวียดนาม ต่อมาจึงให้ประเทศเจ้าภาพเป็นผู้ดำเนินการ

    ประเทศไทย ได้รับเชิญให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ ‘การประชุมและมอบรางวัลวรรณกรรมลำน้ำโขง ครั้งที่ 4’ (The Fourth Mekong River Literature Award Conference) เมื่อปี 55 ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยได้ลงนามเข้าร่วมเป็นภาคีรางวัลนานาชาตินี้เป็นประเทศที่ 4 และในการประชุมและมอบรางวัลครั้งที่ 5 ที่เสียมราช กัมพูชา มีประเทศพม่าและจีน เข้าร่วมสังเกตการณ์จะมีการรับรองเข้าเป็นภาคีอย่างเป็นทางการในการประชุมสมาคมภาคีในเดือนสิงหาคม 2557 ที่ประเทศเวียดนาม

    ที่ผ่านมาแต่ละประเทศจะมีงานฉลองและมอบรางวัลภายในให้กับนักเขียนจากรัฐบาล และมีสาส์นจากรัฐบาลของทุกประเทศแสดงความยินดีเป็นเรื่องสำคัญในพิธีการ

    -------------

    อุมมีสาลาม อุมาร : รายงาน
    จาก : กรุงเทพธุรกิจ เซ็กชั่นจุดประกาย
    วันอาทิตย์ 25 พฤษภาคม 2557

    อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    แถลงการณ์
    (24 Apr 2014 16:52:30 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1983
    แถลงการณ์

    จากที่ปรากฏเหตุคนร้ายบุกสังหารนายอิ๊ด อิสรนาวี หรือนาย
    กมล ดวงผาสุก หรือกวีเจ้าของนามปากกา “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” เมื่อบ่ายวันที่ 23 เมษายน 2557 ณ ร้านอาหารครกไม้ไทยลาว ลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ นับเป็นการกระทำอันอุกอาจ รุนแรง

    องค์กรเครือข่ายนักเขียน อันประกอบด้วย สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย และเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจ และขอประณามต่อการกระทำไม่ว่ากรณีใดๆด้วยความรุนแรง

    ไม้หนึ่ง ก.กุนที มีทั้งบทบาทส่วนตน บทบาทการเมือง และทัศนะที่แสดงผ่านงานเขียนซึ่งได้ปรากฏต่อสาธารณชนในสถานการณ์ปัจจุบัน องค์กรทางวรรณกรรมจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินคดีให้ปรากฏข้อเท็จจริงและความเป็นธรรมอย่างเร็วที่สุด

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
    สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
    สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
    เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย
    24 เมษายน 2557 อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    ผลการประกวดหนังสือดีเด่นประจำปี 2557
    (04 Mar 2014 7:35:03 am)
    โพสต์โดย : anat
    อ่าน : 1985

    สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แถลงผลการประกวดหนังสือดีเด่นประจำปี 2557 มีหนังสือสมควรได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น50 เรื่อง แบ่งเป็น รางวัลดีเด่น 11 เรื่องและรางวัลชมเชย 39 เรื่อง ดังนี้ หนังสือสารคดี รางวัลดีเด่นได้แก่  รูปแบบบ้านเรือนของกลุ่มชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์ ผู้ประพันธ์ ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ นกน่ารักน่ารู้  ผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์คติเมื่อวัยเด็ก When I Was Yong ผู้ประพันธ์ อเนก นาวิกมูล และหน้าหนึ่งในสยาม ประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์ ผู้ประพันธ์ ไกรฤกษ์ นานา

    หนังสือนวนิยาย รางวัลดีเด่น ได้แก่ เรื่องจับต้นมาชนปลายผู้ประพันธ์ ชมัยพร แสงกระจ่าง รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ ผีเสื้อที่บินข้ามบึงผู้ประพันธ์ อุรุดา โควินท์  ไม้นอกกอผู้ประพันธ์ ช่อมณี และอันเกิดแต่ดวงจิตอธิษฐาน ผู้ประพันธ์ อิสราหนังสือกวีนิพนธ์  รางวัลดีเด่น ได้แก่รวมบทกวี โคลงบ้านโคลงเมือง ผู้ประพันธ์ นายทิวา รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ ผู้กลับใจ ผู้ประพันธ์ เวทิน ศันสนียเวทย์ฝากหัวใจในแผ่นดิน  ผู้ประพันธ์ นภาลัยสุวรรณธาดา และรวมบทกวีก่อนกาลจักกลายกลืน ผู้ประพันธ์ ชมพร เพชรอนันต์กุล

    หนังสือรวมเรื่องสั้นรางวัลดีเด่น ได้แก่ ความทรงจำบางอย่างช่างรางเลือน ผู้ประพันธ์ รัชศักดิ์จิรวัฒน์ รางวัลชมเชย มี 3รางวัล ได้แก่ ชายผู้อ้างตัวเป็นเซ็ง ท่าน้ำ ผู้ประพันธ์ รัตนชัยมานะบุตร เสือกินคน ผู้ประพันธ์ สาคร พูลสุข และหญิงเสาและเรื่องราวอื่น ผู้ประพันธ์ กล้า สมุทรวณิช

    หนังสือเด็กเล็กอายุ 3-5 ปี รางวัลดีเด่น ได้แก่ ช้าง ช้างช้าง ผู้ประพันธ์ ตุลย์ สุวรรณกิจ รางวัลชมเชยมี 3 รางวัล ได้แก่ ข้าวเม่าเขาแหลมผู้ประพันธ์ นวพร แซ่แต้  ไข่ของใครผู้ประพันธ์ สองขา และหัวใจดวงอุ่น ผู้ประพันธ์ เกวลิน ชุ่มช่างทอง

    หนังสือสำหรับเด็กอายุ 6-11 ปีประเภทบันเทิงคดี รางวัลดีเด่น ได้แก่ ตุ๊กตาแห่งความทรงจำ ผู้ประพันธ์ ณิชาพีชวณิชย์ รางวัลชมเชยมี 3 รางวัล ได้แก่ ของขวัญแด่พระราชาผู้ประพันธ์ นำบุญ นามเป็นบุญ ท้องนา..ฟ้าสีสวย ผู้ประพันธ์ ส.พุ่มสุวรรณและพ่อครูครับ..ผมจะเป็นเด็กดี ผู้ประพันธ์ โชติ ศรีสุวรรณ ประเภทสารคดี  รางวัลดีเด่น ไม่มีหนังสือใดสมควรได้รับรางวัล  รางวัลชมเชย มี 3 รางวัลได้แก่ ขุมทรัพย์บนผนัง ผู้ประพันธ์ อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย  เต่าต้วมเตี้ยม  ผู้ประพันธ์ ภัทรา แสงดานุช  และเห็ดฟาง ผู้ประพันธ์ ปรัชญา รัศมีธรรมวงศ์ 

    หนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น ประเภทบันเทิงคดีรางวัลดีเด่น ได้แก่ อาม่าบนคอนโด ผู้ประพันธ์ ชมัยพร แสงกระจ่าง  รางวัลชมเชยมี 2 รางวัลได้แก่  ม้อนน้อยที่รัก ผู้ประพันธ์ โชติศรีสุวรรณ  และเมื่อกางปีกแล้วก็ต้องบินผู้ประพันธ์ ปะการัง  ประเภทสารคดีรางวัลดีเด่น ได้แก่ ราชาสถาน ผู้ประพันธ์ วันฉัตร ชินสุวาเวทย์ รางวัลชมเชยมี 3รางวัล ได้แก่ รักและรักษ์บางกอกน้อย ผู้ประพันธ์ ประพีร์พรรณภาณวะวัฒน์ เรื่องสะเทือนไต ผู้ประพันธ์ ปิยา วัชระสวัสดิ์ และเลห์ ลาดักห์ Little Tibet ผู้ประพันธ์ เส้นนำสายตา  และประเภทร้อยกรอง รางวัลดีเด่นไม่มีหนังสือใดสมควรได้รับรางวัล รางวัลชมเชยมี 1 รางวัลได้แก่ แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง แผ่นดินหนองจอก ผู้ประพันธ์ สิทธิเดช กนกแก้ว  

    หนังสือการ์ตูนและหรือนิยายภาพ  ประเภททั่วไป ไม่มีหนังสือใดสมควรได้รับรางวัล รางวัลชมเชยมี 3 รางวัล ได้แก่ รามเกียรติ์ ปฐมบทผู้ประพันธ์ รัตนา  คชนาท อินดง อินเดีย INDIADIARY ผู้ประพันธ์ สเลดทอย และ YELLOW SUN BEGINS ผู้ประพันธ์ ชัยพรพานิชรุทติวงศ์  ประเภทสำหรับเด็ก รางวัลดีเด่น ได้แก่ เณรแก้วกับน้อยไชยา ผจญภัยโลกแฟนตาซี ตอน ตำนานไซอิ๋วผู้ประพันธ์ สวนโมกข์กรุงเทพ  รางวัลชมเชยมี3 รางวัล ได้แก่ เณรแก้วกับน้อยไชยา ผจญภัยโลกแฟนตาซี ตอนอสูรโลกล้านปี  ผู้ประพันธ์สวนโมกข์กรุงเทพ  ไทย THAILAND ผู้ประพันธ์ วิรัตน์ ยืนยงพัฒนากิจ   และพระราหุล ผู้ประพันธ์ โอม รัชเวทย์

    หนังสือสวยงาม  ประเภทหนังสือทั่วไป รางวัลดีเด่น ได้แก่ พัดรองงานพระราชพิธีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ประพันธ์ เบญจมาส แพทอง รางวัลชมเชยมี 3 รางวัล ได้แก่แกงไทย ผู้ประพันธ์ ญดา ศรีเงินยวง และชนิรัตน์ สำเร็จ เทวสถานมรดกวัฒนธรรมบนแผ่นดินไทยผู้ประพันธ์ กุลวดี สถิติรัต และคณะ และประยุรวงศานุสร โครงการบูรณปฏิสังขรณ์ "เขามา"วัดประยุรวงศวาส ผู้ประพันธ์ กุลวดี สถิติรัต และคณะ ประเภทสำหรับเด็ก รางวัลดีเด่น ได้แก่ รามเกียรติ์ ปฐมบท ผู้ประพันธ์ รัตนา คชนาท รางวัลชมเชยมี 3รางวัล ได้แก่ คนต่อเทียน ผู้ประพันธ์ นำบุญ นามเป็นบุญ ช้าง ช้างช้าง ผู้ประพันธ์ ตุลย์ สุวรรณกิจ และเล่นด้วยกันสนุกจัง ผู้ประพันธ์ ทิพย์วรรณ แสวงศรี

    อ่านต่อ...next
    หน้า [1] 2 [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21]
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design