สมาชิกล็อกอินที่นี่
พุธ 22 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.napetch.com/
    ณ เพชร สำนักพิมพ์ / เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
  • http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/
    จุดประกายวรรณกรรม
  • http://http://www.krusala.com/
    กองทุนศิลปินครูบ้านป่า สลา คุณวุฒิ
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.si-am.com/
    si-am.com art space
  • http://www.akaraonline.com
    อักขระบันเทิง
  • http://www.thaiwriter.net/
    thaiwriter.net
  • http://www.magichappen.com/
    มหัศจรรย์แห่งหินบำบัด จุฑามาศ ณ สงขลา
  • http://www.kwanruen.com/
    ขวัญเรือน
  • http://www.thaipoet.net/
    สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย

  • หน้า 1 [2] [3] [4] [5]
    หนังสือ
    สัมภาษณ์ บรรณาธิการ นิตยสาร "ปล่อย" E-book
    (29 May 2013 14:51:34 pm)
    โพสต์โดย : midorikwa
    อ่าน : 1987

    โลกของการอ่านสมัยใหม่ ตัวหนังสือมีพื้นที่หลากหลายขึ้น คนทำหนังสือกลุ่มเล็กๆ จึงเปิดพื้นที่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านมีทางเลือกในการอ่าน นิตยสารปล่อย อีบุ๊ก มาจากความคิดของเขาคนนี้
     "ประยูร หงษาธร"

    วันนี้มาให้เขาบอกเล่าเรื่องนิตยสารปล่อย ให้ได้ติดตามกันค่ะ
    (ประยูร หงษาธร บรรณาธิการ)

    ปล่อย เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

    เกิดจากหลายปัจจัยรวมกันครับ ผมมีเพื่อนพี่น้องที่รู้จักหลายๆ คนที่รักชอบในการอ่านเขียน แล้วเกิดความอยากจะเขียนอะไรของตนขึ้นมาบ้าง แต่ช่องทางการเผยแพร่บนหน้าสื่อกระดาษนั้นมันน้อยมาก หลายๆ คนจึงเขียนผ่านบล็อก ผ่านเฟสบุ๊ค ผ่านเว็บไซต์ หรือกระทู้แสดงความคิดเห็นต่างๆ ในโลกไซเบอร์ ผมก็ตามอ่านบ้างเป็นระยะๆ พบเห็นงานบางชิ้นมันเป็นประโยชน์สาระ และมีชั้นเชิงการเขียน การเล่าเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้งานที่ตีพิมพ์ในหน้านิตยสาร ผมเลยคิดว่าถ้าจับงานเขียนพวกนี้มาทำเป็นแมกกาซีนในรูปแบบทำมือมันคงจะดี หนึ่งได้เผยแพร่งานของพรรคพวกเพื่อนฝูงให้กระจายในวงกว้าง สอง ผมได้ฝึกทำนิตยสารที่ตัวเองอยากเห็นไปในตัว 
    แต่ครั้นคิดไปคิดมา ผมไม่มีเงินไม่มีทุนที่จะทำเป็นรูปเล่มเปเปอร์ได้ จึงลองมองช่องทางอื่น แล้วมาพบว่าอี-แมกกาซีน เหมาะกับสถานะอย่างเราที่สุด ก็เลยนัดแนะพี่น้องเพื่อนฝูงมานั่งรวมกัน พูดคุยถึงโปรเจ็กต์เล็กๆ นี้ โดยให้ชื่อว่า ปล่อย เหมือนกับตอบสนองกิเลสในเรื่องการเขียน เรื่องการอยากเล่าอยากบอกอะไรกับคนอ่าน ก็ปล่อยกันออกมาในพื้นที่ของเรา ..ประมาณนี้ครับ

    เล่ม1 ที่ออกไป ผลตอบรับเป็นไง

    ผลตอบรับ ตั้งแต่ Vol.1 ถูกปล่อยออกมาก็เกือบสองเดือน มีผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการนักเขียนที่พอรู้จักพูดถึงถามถึงบ้างนิดหน่อยในแง่ว่า..ทำอะไรวะ (ฮ่าๆ) จริงๆ แล้วก็พรรคพวกเพื่อนฝูงกันนี่แหละครับตามอ่านบ้าง ยังไม่เยอะหรอกครับ น่าจะหลักร้อยได้ เพราะชื่อยังใหม่ และคนทำก็ล้วนแต่โนเนมกันทั้งสิ้น ส่วนหน้าตานิตยสารก็มีคนชมว่าสวยสดใสดีครับ .. 
    ก็ได้แต่หวังครับว่า ในวันหนึ่งๆ ของคนคนหนึ่ง ที่เข้าอินเตอร์เน็ต คงจะให้เวลากับ ปล่อย รีลิส บ้าง แค่แบ่งเวลาจากการเล่นเฟสบุ๊ควันละชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง ไม่กี่วันก็อ่านหมดเล่มแล้ว 


    เล่มที่ 2 มีอะไรที่น่าสนใจ

    เนื้อหาจะหลากหลายยิ่งขึ้นครับ ผมโชคดีที่ได้รับเกียรติจากนักเขียนใหญ่อย่าง ไพฑูรย์ ธัญญา ขจรฤทธิ์ รักษา และชามา มอบงานเขียนให้ด้วยความเมตตาสงสาร ช่วยชูโรงให้นิตยสารมีความเข้มข้นน่าเชื่อถือขึ้นเยอะ... มีเรื่องใหญ่ในเล่มคือบทสัมภาษณ์ ทิวา สาระจูฑะ บก.นิตยสารสีสัน ซึ่งก็ตอบโจทย์ของ ปล่อย รีสิส ได้ในแง่ของการนำเสนอเรื่องราว-ทัศนะของบุคคลที่มีของอยู่ในตัว แล้วอยาก(ปลด)ปล่อยมันออกมาในห้วงภาวะอารมณ์หรือบริบทสังคม ณ ช่วงเวลานั้นๆ  
    อย่างในเล่มแรก ก็เป็นเรื่องครูช่าง ชนประคัลภ์ ซึ่งมีหลายเสียงชื่นชมในเรื่องการพยายามนำเรื่องราวของคนคนนี้มานำเสนอให้ได้รับรู้กัน
    ส่วนคอลัมน์อื่นๆ นั้น ผมก็อยากให้ทุกคนลองเปิดใจเปิดดวงตาลองเข้าไปอ่านกันก่อนครับ เพราะเชื่อว่างานเขียนที่อยู่ใน ปล่อย ไม่ขี้เหร่เลยละครับ

    แล้ววิธีอ่านปล่อย ต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะได้อ่าน ฟรีใช่ไหมคะ

    ฟรีครับ
    ทำได้ง่ายมากครับ แค่คลิกไปที่ www.thai-emag.net ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่บรรจุแมกกาซีนเล่มนี้ คลิกต่อที่หน้าปก หรือสัญลักษณ์ที่ให้ดาวน์โหลด ก็สามารถเข้าถึงได้แล้วครับ เพราะเราทำ ปล่อย รีลิส เพื่อให้ทุกคนได้อ่านฟรี ไม่ต้องเสียเงินดาวน์โหลด หรือซื้อแอพโน่นนี่ให้ยุ่งยาก ถ้าโหลดเก็บ ก็สามารถอ่านแบบออฟไลน์ได้ หรือถ้าสะดวกออนไลน์ จะคลิกเข้าไปอ่านตอนไหนก็ง่ายดายครับ


    อยากรู้ว่าปล่อย เขาปล่อยอะไรไว้บ้าง คลิก  www.thai-emag.net
    และรอปล่อย 2 ออกอาละวาดได้ในเดือนมิถุนายนนี้นะค้า

    อ่านต่อ...next
    หนังสือ
    ปรากฏการณ์ทางช้างเผือกบนถนนวรรณกรรม ๔๐ เรื่องสั้น ๔๐ บทกวี ๔๐ ปี สมาคมนักเขียนฯ // นิตยสารสกุลไทย รายสัปดาห์ ฉบับที่ ๓๐๐๘ ประจำวันอังคารที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ // สุณิสา เจริญนา
    (18 Jun 2012 1:00:54 am)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1989
    ปรากฏการณ์ทางช้างเผือกบนถนนวรรณกรรม
    ๔๐ เรื่องสั้น ๔๐ บทกวี ๔๐ ปี สมาคมนักเขียนฯ

     

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่ชุมนุม และการดูแลกันของนักเขียน มีภารกิจในการส่งเสริม และยกย่องวรรณกรรมที่ดีให้เป็นที่รู้จักแก่สังคมทั่วไป  ในปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ นี้ เป็นวาระครบรอบการก่อตั้งสมาคมฯปีที่ ๔๐ สมาคมนักเขียนฯ จึงจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการเขียน โดยหนึ่งในกิจกรรมนั้นคือ การจัดทำวรรณมาลัยรวบรวมคัดสรรเรื่องสั้น ๔๐ เรื่อง และบทกวี ๔๐ ชิ้น ในรอบ ๔๐ ปีที่ผ่านมา พิมพ์เป็นหนังสือ “๔๐ เรื่องสั้น ๔๐ บทกวี ๔๐ ปี สมาคมนักเขียนฯ” ออกเผยแพร่ ซึ่งผลของการคัดสรรครั้งนี้ได้งานเขียนที่สะท้อนภาพสังคมไทยในรอบ ๔๐ ปี แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของวรรณกรรมที่มีการสร้างสรรค์งานอย่างต่อเนื่อง  
    การคัดสรรเรื่องสั้นและบทกวีในรอบ ๔๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๕๔) สมาคมฯได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อคัดสรร โดยแบ่งคณะกรรมการออกเป็น ๒ ชุด คือ คณะกรรมการคัดสรรเรื่องสั้น ได้แก่ คุณชมัยภร แสงกระจ่าง (ประธาน) ศ.ดร.รื่นฤทัย  สัจจพันธุ์ รศ.ดร.สรณัฐ ไตลังคะ คุณจรูญพร ปรปักษ์ประลัย คุณวชิระ ทองเข้ม คุณแสงทิวา นราพิชญ์ และคุณนพดล ปรางค์ทอง คณะกรรมการคัดสรรบทกวี ได้แก่ ดร.พิเชฐ แสงทอง (ประธาน) คุณโกศล อนุสิม คุณพินิจ นิลรัตน์  คุณจตุพล บุญพรัด คุณอวยพร พาณิช คุณสุนันท์ พันธุ์ศรี และคุณนพดล ปรางค์ทอง
    รายชื่อเรื่องสั้น ได้แก่ สังขารา (สุรชัย จันทิมาธร) คนสีเหลือง (นิเวศน์ กันไทยราษฎร์) บันทึกของคนแซ่ปึง  (กรณ์ ไกรลาศ) มนุษย์ข้อมือ(สุวัฒน์ ศรีเชื้อ) เด็กน้อยกับคนเฝ้าศาลเจ้า (เสกสรรค์ ประเสริฐกุล) บ่ายของหมอกควัน    (นิคม รายยวา) มีดประจำตัว (ชาติ กอบจิตติ) กา (วาณิช จรุงกิจอนันต์) ซิ้มใบ้ (ประภัสสร เสวิกุล) งูเกี้ยว (ศรีดาวเรือง)       สีของหมา (จำลอง ฝั่งชลจิตร) ขอทาน แมว และคนเมา (อัศศิริ ธรรมโชติ) นักมวยดัง (ขจรฤทธิ์ รักษา) โลกใบเล็กของ    ซัลมาน (กนกพงศ์ สงสมพันธุ์) ไม้เป็นดินหินเป็นทราย (อัญชัน) กะหรี่กลับบ้าน (มาลา คำจันทร์) เผ่าพันธุ์และซากสงคราม  (นิรันศักดิ์ บุญจันทร์) ผู้สืบทอด (ณัฐ ศาสตร์ส่องวิทย์) ครอบครัวกลางถนน (ศิลา โคมฉาย) โลกีย-นิพพาน (วินทร์ เลียววาริณ) ผู้บรรลุ (เดือนวาด พิมวนา) ฉันคือต้นไม้ (ไมตรี ลิมปิชาติ) ในที่สาธารณะและถูกต้องตามกฎหมาย (ไพฑูรย์ ธัญญา)  นิยายจากชายฝั่ง (ประชาคม ลุนาชัย) มดจัดตั้งในแปลงเกษตรที่ปล่อยไว้เฉย ๆ (สนั่น ชูสกุล) ร้านสมปรารถนา (สรจักร)  ไก่ ซี.พี. (ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์) สายลมบนถนนโบราณ (มาโนช พรหมสิงห์) แม่มดบนตึก (ปริทรรศ หุตางกูร) ตัวสุดท้าย-โดมิโน (ประมวล มณีโรจน์) เธอเต้นรำอย่างเดียวดาย (ทินกร หุตางกูร) รสนิยม (หลวงเมือง) มารุตมองทะเล (ปราบดา หยุ่น) เก้าอี้ดนตรี (บินหลา สันกาลาคีรี) เสียดายมือ (อุรุดา โควินท์) ลิ้นชักที่เลิกใช้ (วัน ณ จันทร์ธาร) หมู่บ้านแอโรบิก (ทัศนาวดี) กรณีศึกษาเรื่องลูกแกะฟันผุ (ชาติวุฒิ บุณยรักษ์) งานฉลองของนายเฉลิม (วัชระ สัจจะสารสิน) น้ำตากวาง (อนุสรณ์ ติปยานนท์) 
    “ถ้าดวงดาวเป็นความใฝ่ฝันของนักเขียน ทางช้างเผือกก็เป็นศูนย์รวมของดวงดาวเหล่านั้น การที่นักเขียนแต่ละคนสร้างงานขึ้นแต่ละชิ้นก็คือการเดินไปถึงดวงดาว การที่คณะกรรมการคัดสรรเอาดวงดาวของนักเขียนมารวมกัน จึงเป็นเหมือนปรากฏการณ์ทางช้างเผือกบนถนนวรรณกรรมที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง”  ความตอนหนึ่งของบทนำเรื่องสั้น โดยคุณชมัยภร ประธานคณะกรรมการคัดสรรเรื่องสั้นเขียนไว้ นอกจากนี้คุณชมัยภรยังจำแนกให้ชัดลงไปอีกว่า เรื่องสั้นทั้ง ๔๐ เรื่อง หากเป็นดวงดาวบนถนนสายวรรณกรรมที่มุ่งหน้าสู่ทางสายหลัก คือ ทางช้างเผือกแล้ว เรื่องสั้นแต่ละเรื่อง หรือดวงดาวแต่ละดวง มีลีลา มีชั้นเชิงที่ถ่ายสะท้อนภาพความเป็นสังคม วัฒนธรรม หรือเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุดใด สมัยใด ซึ่งได้เริ่มต้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ที่เป็นปีก่อตั้งสมาคมฯ อาทิเช่น สังขารา ของ สุรชัย จันทิมาธร (๒๕๑๕) ที่สะท้อนความสับสนทางความคิดของนักเขียน รวมทั้งแสวงหาคำตอบที่มีอยู่ในใจ เนื่องจากช่วงเวลานี้อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร
    บันทึกคนแซ่ปึง (๒๕๑๗) ของ กรณ์ ไกรลาศ เป็นการสะท้อนชีวิตยากลำบากของคนจีนได้อย่างชัดเจนมีรายละเอียด เด็กน้อยกับคนเฝ้าศาลเจ้า (๒๕๒๓) ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เรื่องนี้สะท้อนการตื่นขึ้นของคนชั้นล่าง ในขณะที่ บ่ายของหมอกควัน (๒๕๒๕) ของ นิคม รายยวา คือการสะท้อนภาพชีวิตอันหม่นมัวของคนงานเหมือง  หมู่บ้านแอโรบิก (๒๕๕๐) ของ ทัศนาวดี สะท้อนให้เห็นชีวิตชาวนาที่ถูกกำกับด้วยสังคมตื่นวัตถุนิยม บริโภคนิยม โดยไม่เหลือจิตวิญญาณของมนุษย์สัมผัสมนุษย์ 
    บทกวี ๔๐ ชิ้นที่คณะกรรมการคัดสรรได้แก่ กวีหนุ่ม (วรฤทธิ์ ฤทธาคนี) ตุลาคม ๒๕๑๔ ปี ๙ (วิสา คัญทัพ) นักเขียน : นักสร้างศิลปะ (คมทวน คันธนู) แด่… อหังการของคนหนุ่ม (“มายา”) ถนนกวี (กานติ ณ ศรัทธา) ถนนแห่งนี้ฤๅร้าง ห่อนร้างวรรณกรรม (ประพนธ์ เรืองณรงค์) บทกวี (วีระศักดิ์ ยอดระบำ) ปรัชญาเฒ่า เด็กน้อย และหนังสือ (ธัช ธาดา) เพียงนึกเท่านั้นก็เป็นกวี (แรคำ ประโดยคำ) กวี (ถนอม ไชยวงศ์แก้ว) เปิดหนังสือ (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) กรองผกา (ไพวรินทร์ ขาวงาม) ไร้สาระ (วัฒน์ วรรลยางกูร) ปณิธานกวี (อังคาร กัลยาณพงศ์) ขอดวงใจวรรณศิลป์ไม่สิ้นธรรม (ชมจันทร์) ถ้อยกวีว่ายฟุ้งทั่ววุ้งฟ้า (โชคชัย บัณฑิต) ข้าคือหนังสือพิมพ์ (ทวีปวร) กวีจะบินวาดแก้ม (ยังดี วจีจันทร์) ฝันร้ายของกวี (ศิวกานท์ ปทุมสูติ) ค่ำคืนที่ฉันเขียนบทกวี (พจนาถ พจนาพิทักษ์) คนขายฝัน (เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์) ระหว่างบรรทัด (ประกาย ปรัชญา) กวีรีแลกซ์ (มนตรี ศรียงค์) กวี-ดั่งสายน้ำ (โกศล กลมกล่อม) จดจารผ่านสายฝน (ประเสริฐ จันดำ) เป็นกวี (พนม นันทพฤกษ์) นกเขาไฟในผับ (บัญชา อ่อนดี) ที่เรายิน (ไม้หนึ่ง ก.กุนที) เสียงกวี (มะเนาะ ยูเด็น) ฝุ่นบนชั้นหนังสือ (อังคาร จันทาทิพย์) แมวลาย-กวี-ผีเสื้อ (วันรวี รุ่งแสง) ลงเรือมาเมื่อวาน (ศิริวร แก้วกาญจน์) กับข้าวของคนหนุ่ม (โกสินทร์ ขาวงาม) ภาพลักษณ์นักกวีไม่มีชื่อ (สมพงศ์ กรวด) ไม่มีหญิงสาวในบทกวี (ซะการีย์ยา อมตยา) กวี (ศักดิ์สิริ มีสมสืบ) เก้าอี้ไม้ (กฤตย์ดิศร กรเกศกมล) กวีเขียนกวีด้วยสีใด (เจริญขวัญ แพรกทอง) ยามกวีเขียนกวี (พิเชษฐ์ศักดิ์ โพธิ์พยัคฆ์) และ สัมพันธารมณ์ (จิตฯ คัมภีรภาพ) 
    ดร. พิเชฐ แสงทอง ได้เขียนบทวิเคราะห์ “กวีศาสตร์สำนึก” กับการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์สำคัญของกวีนิพนธ์ไทย (พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๕๕๔) ที่ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของกวีนิพนธ์ตั้งแต่ปี ๒๔๘๐ จนถึงปัจจุบันว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เช่น กวีนิพนธ์ไทยยุคราชสำนัก ถึงยุคสุนทรภู่ และสู่ “กลอนเปล่า” ที่มีพัฒนาการมาจากบทสวดจนเป็นกวีนิพนธ์ที่มีฉันทลักษณ์หลากหลาย ใช้ภาษาสูง เข้มขลัง และยังถือว่าสะท้อนถึงรากเหง้าความศักดิ์สิทธิ์ของกวีนิพนธ์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน
    กวีนิพนธ์มีวิวัฒนาการ และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประพันธ์ต่อมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับยุคสมัย วัฒนธรรม สังคม ประเพณี รวมทั้งความคิด ความเชื่อของกวีที่มีต่อระบบการเมืองการปกครอง หรือวิถีชีวิตของตน ก็ล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลต่อการประพันธ์ทั้งสิ้น โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนกับบทกวีของกวีรุ่นใหม่ในทศวรรษ ๒๕๐๐ เป็นต้นไป ที่บรรยากาศทางการเมืองทำให้กลอนรักหวานแหววและกลอนเปล่าแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง มีลีลา อลังการ และซ่อนวิธีคิดเชิงปรัชญา เช่น บทกวีของ อังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นต้น
    ในทศวรรษ ๒๕๓๐ เป็นต้นมา จนถึงยุคปัจจุบัน เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายขึ้นในสังคมของกวี ทั้งนี้ผู้วิเคราะห์ได้แบ่งออกเป็น ๒ ประเด็น คือ กวีรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นมาในบรรยากาศของขัดแย้งทางการเมืองที่คลี่คลายลงไปตั้งแต่กลางจนถึงปลายทศวรรษ ๒๕๒๐ และเกิดความเปลี่ยนแปลงทางมโนทัศน์เกี่ยวกับเนื้อหาวรรณกรรม ที่มีผู้ตั้งคำถามถึงขนบนิยมเชิงฉันทลักษณ์ และการสื่อสารเนื้อหาทางสังคมและการเมือง อีกประเด็นหนึ่งก็คือ การเปลี่ยนแปลงด้านสถานะ และความสำคัญของกวีนิพนธ์ต่อคนและสังคม กลุ่มกวีที่มีแนวความคิดนี้ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงทศวรรษ ๒๕๔๐ เป็นต้นมา เช่น กวีกลุ่มหน้ารามฯ อาทิ ศิริวร แก้วกาญจน์ นพดล ปรางค์ทอง อโนชา ปัทมดิลก ตลอดจนกวีที่ไม่สังกัดกลุ่ม เช่น ไม้หนึ่ง ก.กุนที 
    อย่างไรก็ดี กวีรุ่นใหม่ที่เติบโตในช่วงปลายทศวรรษ ๒๕๔๐ ถึงกลางทศวรรษ ๒๕๕๐ เป็นกลุ่มกวีผู้หลงใหลวัฒนธรรมวรรณกรรมใหม่อย่างการอ่านบทกวีในพื้นที่สาธารณะก็จัดกิจกรรมอย่างนี้กันบ่อยมากในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของกวีนิพนธ์ไทยอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
    หนังสือ “๔๐ เรื่องสั้น ๔๐ บทกวี ๔๐ ปี สมาคมนักเขียนฯ” ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ  ครั้งที่ ๔๐ และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ ๑๐ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หนังสือวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ ๐-๒๙๑๐-๙๕๖๕ อีเมล writerassocentre@gmail.com    


    ------------------------------------

    ที่มา : นิตยสารสกุลไทย ฉบับที่ ๓๐๐๘ ประจำวันอังคารที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕
    โดย : สุณิสา เจริญนา

    อ่านต่อ...next
    หนังสือ
    ทำไมกลอนเปล่า ทำไมไม่มีหญิงสาวในบทกวี // โกศล อนุสิม
    (06 Oct 2010 19:47:55 pm)
    โพสต์โดย : mataree
    อ่าน : 1989

    คงเป็นที่แปลกใจและตกอกตกใจกันไม่น้อยที่ปีนี้กลอนเปล่าได้รับรางวัลบทกวีซีไรต์ อันเป็นรางวัลวรรณกรรมที่ได้รับความสำคัญอันดับหนึ่งของเมืองไทย ข้อนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ เพราะรางวัลซีไรต์มีมายาวนาน 30 ปี แต่ละปีมีแค่รางวัลเดียว ดอกผลของรางวัลมีทั้งมูลค่าที่นับได้และนับไม่ได้ ทุกคนที่มีส่วนในรางวัลอันได้แก่ ผู้เขียนหนังสือ ผู้พิมพ์หนังสือ ผู้แข่งขัน ผู้เข้ารอบ ผู้ตกรอบ ผู้ได้รางวัล คงรู้กันในอก อย่าทำเป็นเหนียม เรื่องลาภยศสรรเสริญเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คนทั้งหลายแสวงหา ไม่งั้นก็ไม่ต้องส่งชิงรางวัล แต่อย่าให้ความสำคัญมากกว่าคุณค่าของหนังสือก็เป็นพอ

    อ่านต่อ...next
    หนังสือ
    เวียดนามตามลำพังและขจรฤทธิ์ รักษา :โดย : ภูเพยีย /กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
    (04 Jul 2010 21:49:19 pm)
    โพสต์โดย : mataree
    อ่าน : 1988

    อ่านต่อ...next
    หนังสือ
    มนุษย์ต่างดาว โดย ไมตรี ลิมปิชาติ รายงานโดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
    (06 Feb 2010 12:45:24 pm)
    โพสต์โดย : mataree
    อ่าน : 1988

    อ่านต่อ...next
    หน้า 1 [2] [3] [4] [5]
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design