สมาชิกล็อกอินที่นี่
พุธ 22 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.midnightuniv.org/
    มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
  • http://www.thaiwriter.net/
    thaiwriter.net
  • http://www.napetch.com/
    ณ เพชร สำนักพิมพ์ / เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
  • http://www.magichappen.com/
    มหัศจรรย์แห่งหินบำบัด จุฑามาศ ณ สงขลา
  • http://www.si-am.com/
    si-am.com art space
  • http://www.seawrite.com/
    รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน
  • http://www.winbookclub.com/
    วินทร์ เลียววาริณ
  • http://www.combangweb.com/
    สำนักพิมพ์คมบาง พิมพ์งานวรรณกรรม นวนิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมคลาสสิค งานเขียนของชมัยภร แสงกระจ่าง มีแกลเลอรี่ เว็บบอร์ดพูดคุยและคอลัมน์ดีๆ น่าอ่าน
  • http://www.akaraonline.com
    อักขระบันเทิง
  • http://www.kosolanusim.com/
    โกศล อนุสิม นักเขียน

  • หน้า [1] [2] [3] [4] [5] [6] 7 [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50] [51] [52] [53] [54] [55] [56] [57] [58] [59] [60] [61] [62] [63]
    กิจกรรมสมาคมนักเขียน
    คณะกรรมการบริหารสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ – ๒๕๕๘
    (27 Feb 2013 13:53:29 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1986
    รายนามกรรมการบริหาร ‘สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย’
    ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖ – ๒๕๕๘

    1. นายเจน  สงสมพันธุ์     นายกสมาคมฯ
    2. นายบูรพา  อารัมภีร      อุปนายก คนที่ ๑
    3. นายธาดา  เกิดมงคล    อุปนายก คนที่ ๒
    4. นางนรีภพ  สวัสดิรักษ์  จิระโพธิรัตน์     เลขาธิการ
    5. นางสาวปาริชาติ  คุ้มรักษา     ผู้ช่วยเลขาธิการ
    6. นางสาวศรีโสภา  วงศาโรจน์   เหรัญญิก
    7. นางสาวพิราภรณ์  ขจรพันธุ์     ผู้ช่วยเหรัญญิก    
    8. นายจิตติ  หนูสุข                   นายทะเบียน
    9. นางปนัดดา  เลิศล้ำอำไพ        วิเทศน์สัมพันธ์
    10. นายสาโรจน์  มณีรัตน์           ปฏิคม และสมาชิกสัมพันธ์
    11. นายพิเชฐ  แสงทอง              สาราณียกร และวิชาการ
    12. นายขจรฤทธิ์  รักษา              วิชาการ
    13. นายจรูญพร  ปรปักษ์ประลัย     วิชาการ
    14. นายวัชระ  ทองนาค               บรรณารักษ์
    15. นายสัมพันธ์  ก้องสมุทร          สวัสดิการ
    16. นายศักดา  วิมลจันทร์             ศิลปกรรม
    17. นางกนกวลี  พจนปกรณ์  กันไทยราษฎร์     กิจกรรมสัมมนา
    18. นายพินิจ  นิลรัตน์                ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมสัมมนา
    19. นางสาววาสนา  ชูรัตน์          ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์
    20. นายวัชระ  เพชรพรหมศร       กฎหมาย
    21. นายเฉลิมศักดิ์  แหงมงาม      กิจกรรมสัมมนา
    22. นายยุทธ  โตอดิเทพย์           กิจกรรมสัมมนา
    23. นางสาวเพชรยุพา  บูรณ์สิริจรุงรัฐ     กิจกรรมพิเศษ
    24. นายดล  ปิ่นเฉลียว                กิจกรรมพิเศษ
    25. นายภูวนาท  เผ่าจินดา           กิจกรรมพิเศษ

    ……………………

    อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    สาส์นสวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖
    (28 Dec 2012 15:08:58 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1984
    สาส์นสวัสดีปีใหม่


    ท่านสมาชิกสมาคมนักเขียนที่นับถือ

     
    ปี ๒๕๕๕ ได้ผ่านล่วงไปโดยไม่มีเหตุอุทกภัยเหมือนดังปีก่อน ทำให้สมาชิกทั้งหลายไม่ต้องกังวลเป็นทุกข์เหมือนดังที่ผ่านมา  อย่างไรก็ตามในภาวะที่เราต่างมีความทุกข์ร่วมกัน  พวกเราต่างได้ช่วยเหลือกันและกันตามกำลังที่พอจะช่วยได้  สมาคมนักเขียนฯ ได้ดำเนินการผลักดันโครงการกองทุนเพื่อสวัสดิการนักเขียน ซึ่งเป็นความตั้งใจของกรรมการสมาคมมาทุกสมัย ให้เป็นจริงขึ้นมาในช่วงที่ผ่านมา  โดยมีเงินสวัสดิการเริ่มต้นจากอดีตนายกสมาคม(ที่ยังมีชีวิตอยู่) และบรรดานักเขียนจำนวนหนึ่ง  มีประธานกองทุนคือคุณสัมพันธ์ ก้องสมุทร เป็นผู้ดูแล  นอกจากนี้ในปีต่อไปนอกจากช่วยเหลือเรื่องเจ็บป่วย และเสียชีวิต แล้ว  ยังขยายความร่วมมือไปยังร้านหนังสือในภูมิภาค ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และอื่น ๆ เพื่อเป็นส่วนลดในกรณีแสดงบัตรสมาชิก

    ดังนั้นปี ๒๕๕๖  จึงขอให้สมาชิกทุกท่านทำบัตรสมาชิกสมาคม ที่มีภาพวาดจากท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นภาพประจำบัตร (บัตรเดบิตธนาคารกรุงไทย) โดยเริ่มระดมการทำบัตรตั้งแต่การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๖ มกราคม ๒๕๕๖ (บัตรที่ทำไว้ในรุ่นแรกจะหมดอายุลงในปีนี้ด้วย)

    พร้อมกันนี้ก็ขอเชิญทุกท่านร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๖  เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน กิจกรรม และเลือกตั้งกรรมการสมาคมชุดใหม่ ดังรายละเอียดตามแนบจากข่าวของสมาคม

     สำหรับความร่วมมือระหว่างนักเขียนในระดับนานาชาติ ในปี ๒๕๕๕ เรามีความร่วมมือกับภาคีวรรณกรรมลุ่มน้ำโขง (ลาว-กัมพูชา-เวียดนาม) นักเขียนอาเซียน นักเขียนเอเชีย-อัฟริกัน นักเขียนสวีเดน  โดยคงมีโครงการต่อเนื่องจากคณะกรรมการชุดที่แล้วคือวรรณกรรมสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม และไทย-ลาว เป็นภารกิจที่คณะกรรมการชุดใหม่จะได้สานต่อ ต่อไป

    ในโอกาสปีใหม่ ๒๕๕๖  ในนามคณะกรรมการบริหารสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  ขออำนวยพรให้สมาชิกทุกท่าน จงมีความสุข สมหวัง ในสิ่งที่ปรารถนา ให้เป็นปีที่แข็งแรงทั้งด้านสุขภาพและการสร้างสรรค์ผลงาน  ประเทศที่ยิ่งใหญ่คือประเทศที่มีการบันทึกอย่างเข้มแข็ง  ซึ่งความหวังดังนี้อยู่ที่พวกเราทุกคน
                           

    นายเจน สงสมพันธุ์
    นายกสมาคม
    ในนามคณะกรรมการบริหารสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
    ๒๘ ธันวาคม  ๒๕๕๕ อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    คำประกาศเกียรติรางวัลนราธิป ประจำปี ๒๕๕๕
    (26 Dec 2012 13:21:29 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1989
        
    คำประกาศเกียรติรางวัลนราธิป  ประจำปี ๒๕๕๕

        รางวัลนราธิป  ถือกำเนิดขึ้นในปี  พ.ศ.   ๒๕๔๔  อันเป็นปีที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  ก่อตั้งครบ  ๓๐  ปี  ประจวบกับในปี  ๒๕๔๔  เดียวกันนี้  เป็นปีครบรอบ  ๑๑๐  พรรษาของศาสตราจารย์พลตรี    พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์  (๒๔๓๕ - ๒๕๑๙)  และครบรอบ  ๑๐  ปีที่  องค์การศึกษา  วิทยาศาสตร์  และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  (UNESCO)  ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลกที่มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม  สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  โดย นายประภัสสร  เสวิกุล    เป็นนายกสมาคมฯ  จึงดำริให้มีรางวัลนราธิปขึ้น  ทั้งนี้  โดยความเห็นชอบของ  ท่านผู้หญิง  หม่อมราชวงศ์วิวรรณ เศรษฐบุตร  ทายาทของพระองค์ในการเชิญพระนาม “นราธิป”  มาเป็นชื่อรางวัล
        รางวัลนราธิปมอบให้นักเขียน  นักหนังสือพิมพ์  กวี  นักแปล  และบรรณาธิการอาวุโสที่สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่อง  ยาวนาน  และผลงานเป็นที่ยกย่องอย่างกว้างขวาง
        ในปี  ๒๕๕๕  สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    ขอประกาศเกียรติให้นักเขียน นักแปล  นักหนังสือพิมพ์และหรือบรรณาธิการอาวุโส  ดังต่อไปนี้  เป็นผู้ได้รับรางวัลนราธิป

    ศาสตราจารย์กีรติ        บุญเจือ    
    คุณหญิงคณิตา           เลขะกุล
    นางถ่ายเถา                สุจริตกุล
    นางทัศนารถ              องคสิงห์ (สาเรส ศิระมนัส , วนัสนันท์)
    นายนคร                    ถนอมทรัพย์
    ศาสตราจารย์ ดร.ประเวศ    วะสี
    นางสาวศรีเฉลิม        สุขประยูร (วลัย นวาระ, จามรี พรรณชมพู,
    นลิน บุษกร)
    นายสมบูรณ์สุข          นิยมศิริ (เปี๊ยก โปสเตอร์)
    นางอารีย์            (นักดนตรี) จันเกษม

    สมาคมฯ  ซาบซึ้งในความรู้  ความสามารถและประสบการณ์ของผู้มาก่อน   และขอประกาศเกียรติให้ทราบทั่วกัน    
                    
                            
                            นายเจน สงสมพันธุ์
                               นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
                            ๒๔ ธันวาคม  ๒๕๕๕

    อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    "100 หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย"
    (02 Nov 2012 11:47:17 am)
    โพสต์โดย : mataree
    อ่าน : 1988

    สสค.จับมือนักวิชาการ เปิด "100 หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย" หวังปลูกฝังค่านิยมรักการอ่าน เผยคนไทยอ่านหนังสือ เฉลี่ย 5 เล่ม/ปี ขณะที่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน “เวียดนาม-สิงคโปร์-มาเลเซีย”อ่านหนังสือมากกว่า 40 เล่ม/ปี พบช่องว่างฐานะทางเศรษฐกิจส่งผลการเข้าถึงหนังสือดีของเด็กไทย

    เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เปิดตัว “100 หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย” ในงานมหกรรมสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 17 โดย รศ.วิทยากร เชียงกูล คณะกรรมการคัดเลือก 100  หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย  กล่าวถึงสถานการณ์การอ่านของเด็กและเยาวชนไทยว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2551 พบว่า คนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ใช้เวลาอ่านหนังสือเรียนนอกเวลาเรียนและเวลาทำงาน เฉลี่ยวันละ 39 นาที โดยกลุ่มที่ใช้เวลาอ่านมากที่สุดคือ กลุ่มเยาวชน เฉลี่ย 46 นาที ซึ่งเป็นสัดส่วนเวลาอ่านหนังสือที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ ซึ่งจากการจัดลำดับด้านพฤติกรรมการอ่าน พบว่า คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 5 เล่ม ขณะที่คนเวียดนามอ่านหนังสือปีละ 60 เล่ม คนสิงคโปร์อ่านหนังสือปีละ 45 เล่ม และคนมาเลเซียอ่านหนังสือปีละ 40 เล่ม ส่งผลให้จากการทดสอบทางPISA ในปี 2552 พบว่า เด็กไทยได้คะแนนเฉลี่ยด้านการอ่านต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับนานาประเทศ ซึ่งความสามารถด้านการอ่านของเด็กไทย อยู่ในอันดับที่ 50  จากทั้งหมด 65 ประเทศ

    “ข้อมูลที่น่าสนใจด้านพฤติกรรมการอ่านของเด็กและเยาวชนไทยคือ ช่องว่างด้านการอ่านของเด็กไทยที่มาจากฐานะทางเศรษฐกิจ เด็กในโรงเรียนอนุบาลที่ดี พ่อแม่อยู่ในกลุ่มชนชั้นกลาง เด็กจะมีพฤติกรรมการอ่านหนังสือมากขึ้น ต่างจากเด็กในต่างจังหวัดหรือศูนย์เด็กเล็กที่พ่อแม่ไม่มีฐานะทางการเงิน ซึ่งเป็นช่องว่างที่แตกต่างกันอย่างมาก เด็กในชนบทแทบจะไม่ได้แตะหนังสือ เพราะหนังสือดีๆมีราคาแพงมาก ดังจะเห็นได้จากข้อมูลของสภาวการณ์เด็กและเยาวชน สถาบันวิจัยรามจิตติ ในปี 2551-2552 พบว่า เด็กวัยประถม ฐานะปานกลางขึ้นไป เป็นกลุ่มที่อ่านหนังสืออ่านเล่นเป็นงานอดิเรกเป็นประจำ เช่น เรื่องสั้น สารคดี นิยาย สูงที่สุด คิดเป็น 44% และสูงกว่าเด็กประถมที่มีฐานะยากจน ซึ่งมีอยู่ 39% อย่างไรก็ตามเด็กในกลุ่มฐานะยากจน มีความใส่ใจการอ่านหนังสือเรียนเป็นประจำมากกว่าเด็กที่มีฐานะปานกลางขึ้นไป โดยเด็กประถมที่มีฐานะยากจน มีพฤติกรรมการอ่านหนังสือเรียนเป็นประจำ อยู่ที่ 57% ขณะที่เด็กที่มีฐานะปานกลางขึ้นไปอยู่ที่ 54%”รศ.วิทยากร กล่าว

    รศ.วิทยากร กล่าวว่า การปลูกฝังให้รักการอ่านจะเป็นหนทางสำคัญที่จะทำให้คนฉลาด การปฏิรูปทางการศึกษาได้ผล และนำไปสู่การพัฒนาประเทศได้ จึงมีการคัดเลือก 100 หนังสือดีที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มวัย ตามความสนใจและการรับเนื้อหาที่ต่างกันคือ 1. กลุ่มเด็กเล็ก(0-6ปี) จะเลือกหนังสือที่มีรูปภาพมาก เนื้อหาง่ายๆ อ่านแล้วประทับใจ 2. กลุ่มเด็กโต (6-12ปี) จะเป็นเนื้อหาที่ทำให้เด็กสามารถเอาตัวตนไปเทียบได้ถึงจะสนุก มีเนื้อหาที่สะท้อนชีวิตจริงมากขึ้น ทั้งความหวัง ความผิดหวัง โศกเศร้า ความตาย แต่ไม่หดหู่โหดร้ายจนเกินไป เพราะประสบการณ์ชีวิตเด็กยังน้อย และ 3.กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน (12-18ปี) จะมีเนื้อหาที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยพบว่า หนังสือเด็กที่มีเนื้อหาเรียบง่ายจะไม่สามารถดึงดูดความสนใจเด็กตั้งแต่วัย 10 ขวบได้ เพราะเด็กจะเริ่มสนใจเนื้อหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเลือกหนังสือที่มีเนื้อหาที่หลากหลาย ซับซ้อน และสนุก เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้รัฐบาลควรส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านหนังสือให้มากขึ้น โดยการพัฒนาวิชาภาษาไทยด้วยการส่งเสริมการอ่านหนังสือนอกเวลา อ่านเพื่อความสนุกและสอบแบบวรรณกรรม เด็กจะรักและถูกพัฒนาทักษะทางภาษามากขึ้น

    นายปรีดา ปัญญาจันทร์ คณะกรรมการคัดเลือก 100 หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย กล่าวว่า หนังสือเด็กและเยาวชนของไทยเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน พบว่า ในด้านของผู้ผลิต หนังสือเด็กและเยาวชนของไทยไปได้ดีกว่าประเทศในกลุ่มอาเซียน เพราะมีจำนวนเนื้อหาที่มากกว่า เนื่องจากหนังสือเด็กของพม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ส่วนใหญ่เน้นเรื่องนิทานพื้นบ้านแล้วกลับมาทำใหม่ ขณะที่หนังสือเด็กในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดด้านภาษา ส่วนใหญ่จึงเป็นหนังสือที่มาจากต่างประเทศ ที่น่าสนใจคือ ประเทศเวียดนาม มีการนำหนังสือจากต่างประเทศมาแปลทั้งหมด รวมถึงหนังสือนิทานพื้นบ้าน ที่มีการปรับรูปภาพให้มีความเป็นสากลมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการอ่านและความสนใจของเยาวชน ในส่วนของหนังสือเด็กในประเทศไทย แม้จะมีจำนวนหนังสือแปลลดลง โดยผลิตเนื้อหาเองมากขึ้น แต่ผู้อ่านยังเป็นกลุ่มเดิมที่มีฐานการศึกษาและฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี ขณะที่เด็กที่มีฐานะยากจน ลึกๆแล้วต้องการอ่านหนังสือเหล่านี้ จึงควรมีมาตรการเพื่อให้กลุ่มคนดังกล่าวเข้าถึงหนังสือที่ดีมากขึ้น

    นางพรพิไล เลิศวิชา ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการทำงานของสมอง คณะกรรมการคัดเลือก 100 หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย กล่าวว่า การปลูกฝังการอ่านหรือการอ่านหนังสือให้เด็กฟังตั้งแต่เล็ก จะก่อให้เกิดผลดี 3 ด้าน คือ 1.ช่วยให้เกิดการพัฒนาศักยภาพการทำงานของสมอง 2. เป็นการปลูกฝังความคิดและค่านิยม ซึ่งจะแข็งแรงและอยู่ตัวมากพอที่จะกำหนดเป็นทิศทางชีวิตของเด็กได้ และ 3 จะพัฒนาให้เด็กมีทัศนคติที่เปิดกว้าง โดยเฉพาะการปลูกฝังการอ่านตั้งแต่ยังเล็กในเนื้อหาเรียนรู้โลกกว้าง เช่น รู้จักนิทานจีน หนังสือแนวผญจภัย เด็กจะมีทัศนคติที่เปิดกว้าง ไม่มองมุมเดียว ซึ่งทั้ง 3 สิ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเป็นเพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

    สำหรับ 100 หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยจากการคัดเลือกของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำแนกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.หนังสือสำหรับเด็กเล็กวัย 0-6 ปีได้แก่ กุ๋งกิ๊ง ชุดนิทานส่งเสริมสุขนิสัย โดย มนฤดี ทองกลอย , ขอหนูหลับหน่อย โดย รินนา คลานุวัฒน์ , คุณช้างโต...ช่วยหน่อยได้ไหม โดยวีระยุทธ เลิศสุดวิสัย เป็นต้น 2. หนังสือสำหรับเด็กโต 6-12 ปี ประเภทการ์ตูน ได้แก่ การ์ตูนพุทธประวัติ โดย โอม รัชเวย์ , มอม โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ,วิกฤตดาว โดยอภิชาต รอดวัฒนกุล และหลวงพี่เอี้ยงแห่งวัดมะนาวหวาน โดย อิศรา สุคงคารัตนกุล เป็นต้น ประเภทนิทานและนิทานประกอบภาพ ได้แก่ เรื่องเอก นิทานอีสป โดย บรรณาธิการสำนักพิมพ์ห้องเรียน , ของเล่นเดินทาง โดย เทพศิริ สุขโสภา, โรงเรียนริมทะเล โดย สาคร พูลสุข เป็นต้น และ 3. หนังสือสำหรับเยาวชนและวัยรุ่น 12-18 ปี ประกอบด้วย การ์ตูน เรื้องสั้น นิทาน นวนิยาย ร้อยกรอง บทกวี ความเรียง-สารคดี ได้แก่ เรื่องเล่าจากร่างกาย โดย ชัชพล เกียรติขจรธาดา ,ตรวจภายใน โดยนิ้วกลม ,ลิ้นชักแห่งความทรงจำ โดย อิทธิวัฎภ์ สุริยมาตย์ , เส้นสมมุติ โดย วินทร์ เลียววาริณ , ความสุขของกะทิ โดย งามพรรณ เวชชาชีวะ เจ้าชายไม่วิเศษ โดย ปรีดา อัครธรรมโชติ และชาล้นถ้วย โดย ว.วชิรเมธี เป็นต้น ดูรายชื่อ 100 หนังสือดีทั้งหมด ได้ที่นี่พร้อมดาวน์โหลดรายชื่อ http://qlf.or.th/Home/Details?contentId=522

    อ่านต่อ...next
    กิจกรรมสมาคมนักเขียน
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ตกลงร่วมภาคีรางวัลนานาชาติ ‘Mekong Award’/ นรีภพ สวัสดิรักษ์
    (04 Oct 2012 21:18:34 pm)
    โพสต์โดย : mataree
    อ่าน : 1988

    เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำนายกสมาคมฯ คุณเจน สงสมพันธ์ ได้นำคณะผู้แทนสมาคมฯ เดินทางไปเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์ ‘การประชุมและมอบรางวัลวรรณกรรมลำน้ำโขง ครั้งที่ ๔’ (The Fourth Mekong Award Conference) ตามคำเชิญของ สมาคมนักเขียนแห่งเวียดนาม (Vietnam Writers’ Association) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ 

    การเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์การประชุมรางวัลวรรณกรรมลำน้ำโขงครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากความคิดริเริ่มของอดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ผู้ได้เป็น ‘ศิลปินแห่งชาติ’ สาขาวรรณศิลป์ เมื่อปี ๒๕๕๔ คุณประภัสสร เสวิกุล ซึ่งได้ทำบันทึกความเข้าใจระหว่าง สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กับ ๓ สมาคมนักเขียนในลุ่มน้ำโขง คือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อต้นปี ๒๕๔๘ จากผลการทำบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กับ สมาคมนักเขียนแห่งกัมพูชา ภายใต้ความอุปถัมภ์ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จนได้หนังสือ ‘ร้อยมาลัย ร้อยใจ ไร้พรมแดน’ รวมเล่มผลงานวรรณกรรม ๓ ภาษา ไทย-เขมร-อังกฤษ จัดพิมพ์ขึ้นในปีเดียวกันนั้น โดยฝ่ายไทยมีผลงานเรื่องสั้น ๕ เรื่อง กวีนิพนธ์ ๕ ผลงาน และฝ่ายเขมร มีผลงานเรื่องสั้น ๕ เรื่อง กวีนิพนธ์ ๖ ผลงาน 

    สำหรับความสัมพันธ์กับ สมาคมนักเขียนแห่งเวียดนาม นั้น ได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้แทนสมาคมฯ ทั้งสองฝ่ายในปีนั้น โดย คุณประภัสสรได้นำคณะนักเขียนไทย ประกอบด้วย คุณคำสิงห์ ศรีนอก คุณไพวรินทร์ ขาวงาม คุณขจรฤทธิ์ รักษา ฯลฯ ไปเยือนสมาคมนักเขียนแห่งเวียดนาม ที่ฮานอย และ คุณฮิวถิ่ง นายกสมาคมนักเขียนแห่งเวียดนามได้นำคณะมาเยือนไทย โดยได้ไปเยือนบ้านปากช่องของคุณคำสิงห์ และได้พบกับนักเขียนไทยหลายคน เป็นต้นว่า คุณชาติ กอบจิตติ และคุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ฯลฯ 

    ส่วนความคืบหน้าของการทำงานวรรณกรรมร่วมกันนั้น สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เพิ่งเดินทางไปประสานกับ สมาคมนักเขียนแห่งเวียดนามในเดือนพฤษภาคม ปีนี้ และได้ตกลงทำหนังสือวรรณมาลัย (anthology) ร่วมกันเป็น ๓ ภาษา คือ ไทย-เวียดนาม-อังกฤษ โดยแต่ละฝ่ายเลือกเรื่องสั้น ๕ เรื่อง และกวีนิพนธ์ ๑๐ ผลงาน มารวมกัน ขณะนี้ วรรณมาลัยเล่มนี้อยู่ในระหว่างการจัดพิมพ์และพร้อมเปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ในเดือนเมษายน ๒๕๕๖
    จากการเยือนฮานอยเมื่อเดือนพฤษภาคม นายกสมาคมนักเขียนแห่งเวียดนามก็ได้แจ้งแก่คณะนักเขียนไทยถึง ‘รางวัลวรรณกรรมลำน้ำโขง’ (Mekong Award) ที่จะมีการประชุมและมอบรางวัลครั้งที่ ๔ ในเดือนกันยายน ศกนี้ ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม และขอเชิญให้ไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมและมอบรางวัลครั้งนี้ด้วย ซึ่งคุณเจน นายกสมาคมฯ คนปัจจุบัน ก็ได้ตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี

    การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๐-๑๔ กันยายน ๒๕๕๕ สามประเทศภาคี คือ เวียดนาม กัมพูชา และลาว ต่างคัดเลือกนักเขียนของตนเข้ารับรางวัลประเทศละ ๕ คน คณะนักเขียนจากลาว และกัมพูชา แต่ละประเทศที่เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้มีมากกว่า ๑๐ คน คณะผู้แทนจาก สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ๗ คน ได้แก่ นายกสมาคมฯ คุณเจน สงสมพันธุ์ เลขาธิการสมาคมฯ คุณนรีภพ จิระโพธิรัตน์ กรรมการบริหารสมาคม คุณกนกวลี กันไทยราษฎร์ ผู้เขียน บรรณาธิการหนังสือวรรณมาลัย ไทย-เวียดนาม คุณขจรฤทธิ์ รักษา และอดีตนายกสมาคมฯ ผู้ริเริ่มความสัมพันธ์กับสมาคมนักเขียนแห่งเวียดนาม คุณประภัสสร และคุณชุติมา เสวิกุล ทั้งหมดเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงเมืองโฮจิมินห์ โดยได้รับการอุปถัมภ์จากสายการบิน ‘แอร์เอเชีย’ และต่อเครื่องบินภายในประเทศไปยังเมืองดานัง ซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศ นอกจากคณะไทยที่เข้าเป็นผู้สังเกตการณ์การประชุมมอบรางวัลแล้ว ยังมีผู้แทนจาก สมาคมนักเขียนอินเดียแห่งกรุงกัลกัตตา เข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์การประชุมครั้งนี้ด้วยอีก ๒ คน 
    ก่อนเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ ๑๑ กันยายน คุณเลอกวางตรัง อุปนายกสมาคมนักเขียนแห่งเวียดนาม และนายกสมาคมนักเขียนแห่งเมืองโฮจิมินห์ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมครั้งนี้แทนคุณฮิวถิ่ง ซึ่งติดภารกิจสำคัญที่กรุงฮานอยจนไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ ได้เชิญหัวหน้าคณะทั้ง ๕ ชาติ เข้าร่วมประชุมหารือ และได้ถามคณะไทยในการประชุมหารือครั้งนั้นว่า สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยมีความพร้อมและยินดีจะเข้าร่วมเป็นภาคีประเทศที่ ๔ ใน ‘รางวัลวรรณกรรมลำน้ำโขง’ ด้วยหรือไม่ คุณเจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้ตอบรับอย่างหนักแน่นว่า “ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” 

    การตอบรับอย่างไม่ลังเลของนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้กลายเป็นไฮท์ไลท์หนึ่งของการประชุมในครั้งนี้ เมื่อคุณเลอกวางตรังประกาศให้ที่ประชุมรับทราบ ก็ได้รับเสียงปรบมือต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยไทยจะเริ่มส่งนักเขียนเข้าร่วมรับรางวัลในการมอบรางวัลครั้งต่อไป ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงพนมเป็ญในปี ๒๕๕๗ และเวียงจันทน์จะเป็นเจ้าภาพรายต่อไปในปี ๒๕๕๙

    อ่านต่อ...next
    หน้า [1] [2] [3] [4] [5] [6] 7 [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50] [51] [52] [53] [54] [55] [56] [57] [58] [59] [60] [61] [62] [63]
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design