สมาชิกล็อกอินที่นี่
อาทิตย์ 19 พฤศจิกายน 2560
ฟรี !! สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน | ล็อกอิน
home หน้าแรก about เกี่ยวกับสมาคมฯ column คอลัมน์ news ข่าว webboard เว็บบอร์ด writers นักเขียน gallery แกลเลอรี่ member มุมสมาชิก links ลิงค์ contact ติดต่อ

คอลัมน์
297 คอลัมน์ ดูทั้งหมด >>

งานเสวนานักเขียน 4 ภูมิภาค

ข่าวและกิจกรรม
ข่าวสมาคมนักเขียน
‘เพชรพระอุมา – พรานไพรสุภาพบุรุษ’ ลึกจาก ‘พนมเทียน’ ในโลกนักอ่าน บ้านนักเขียน (17 Dec 2011)
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ
การประกวดเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ (ปี ๒๕๕๖) (12 Dec 2012)


combangweb
lush indie magazine
on open
e-bke
นาครมีเดีย
  • http://www.winbookclub.com/
    วินทร์ เลียววาริณ
  • http://www.sameskybooks.org/
    ฟ้าเดียวกัน
  • http://www.tuneingarden.com/
    'รงค์ วงษ์สวรรค์
  • http://www.sarakadee.com
    นิตยสารสารคดี
  • http://bookgang.net/
    ก๊วนปาร์ตี้
  • http://www.akaraonline.com
    อักขระบันเทิง
  • http://www.kwanruen.com/
    ขวัญเรือน
  • http://www.midnightuniv.org/
    มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
  • http://www.sriburapha.net/
    กองทุนศรีบูรพา ประวัติ ภาพถ่าย และผลงานของกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา
  • http://www.watcafe.com/
    วรรณวรรธน์ คาเฟ่

  • หน้า [1] [2] [3] [4] 5 [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50] [51] [52] [53] [54] [55] [56] [57] [58] [59] [60] [61] [62] [63]
    ข่าววรรณกรรม
    ผลการประกวดหนังสือดีเด่นประจำปี 2557
    (04 Mar 2014 7:35:03 am)
    โพสต์โดย : anat
    อ่าน : 1987

    สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แถลงผลการประกวดหนังสือดีเด่นประจำปี 2557 มีหนังสือสมควรได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น50 เรื่อง แบ่งเป็น รางวัลดีเด่น 11 เรื่องและรางวัลชมเชย 39 เรื่อง ดังนี้ หนังสือสารคดี รางวัลดีเด่นได้แก่  รูปแบบบ้านเรือนของกลุ่มชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์ ผู้ประพันธ์ ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ นกน่ารักน่ารู้  ผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์คติเมื่อวัยเด็ก When I Was Yong ผู้ประพันธ์ อเนก นาวิกมูล และหน้าหนึ่งในสยาม ประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์ ผู้ประพันธ์ ไกรฤกษ์ นานา

    หนังสือนวนิยาย รางวัลดีเด่น ได้แก่ เรื่องจับต้นมาชนปลายผู้ประพันธ์ ชมัยพร แสงกระจ่าง รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ ผีเสื้อที่บินข้ามบึงผู้ประพันธ์ อุรุดา โควินท์  ไม้นอกกอผู้ประพันธ์ ช่อมณี และอันเกิดแต่ดวงจิตอธิษฐาน ผู้ประพันธ์ อิสราหนังสือกวีนิพนธ์  รางวัลดีเด่น ได้แก่รวมบทกวี โคลงบ้านโคลงเมือง ผู้ประพันธ์ นายทิวา รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ ผู้กลับใจ ผู้ประพันธ์ เวทิน ศันสนียเวทย์ฝากหัวใจในแผ่นดิน  ผู้ประพันธ์ นภาลัยสุวรรณธาดา และรวมบทกวีก่อนกาลจักกลายกลืน ผู้ประพันธ์ ชมพร เพชรอนันต์กุล

    หนังสือรวมเรื่องสั้นรางวัลดีเด่น ได้แก่ ความทรงจำบางอย่างช่างรางเลือน ผู้ประพันธ์ รัชศักดิ์จิรวัฒน์ รางวัลชมเชย มี 3รางวัล ได้แก่ ชายผู้อ้างตัวเป็นเซ็ง ท่าน้ำ ผู้ประพันธ์ รัตนชัยมานะบุตร เสือกินคน ผู้ประพันธ์ สาคร พูลสุข และหญิงเสาและเรื่องราวอื่น ผู้ประพันธ์ กล้า สมุทรวณิช

    หนังสือเด็กเล็กอายุ 3-5 ปี รางวัลดีเด่น ได้แก่ ช้าง ช้างช้าง ผู้ประพันธ์ ตุลย์ สุวรรณกิจ รางวัลชมเชยมี 3 รางวัล ได้แก่ ข้าวเม่าเขาแหลมผู้ประพันธ์ นวพร แซ่แต้  ไข่ของใครผู้ประพันธ์ สองขา และหัวใจดวงอุ่น ผู้ประพันธ์ เกวลิน ชุ่มช่างทอง

    หนังสือสำหรับเด็กอายุ 6-11 ปีประเภทบันเทิงคดี รางวัลดีเด่น ได้แก่ ตุ๊กตาแห่งความทรงจำ ผู้ประพันธ์ ณิชาพีชวณิชย์ รางวัลชมเชยมี 3 รางวัล ได้แก่ ของขวัญแด่พระราชาผู้ประพันธ์ นำบุญ นามเป็นบุญ ท้องนา..ฟ้าสีสวย ผู้ประพันธ์ ส.พุ่มสุวรรณและพ่อครูครับ..ผมจะเป็นเด็กดี ผู้ประพันธ์ โชติ ศรีสุวรรณ ประเภทสารคดี  รางวัลดีเด่น ไม่มีหนังสือใดสมควรได้รับรางวัล  รางวัลชมเชย มี 3 รางวัลได้แก่ ขุมทรัพย์บนผนัง ผู้ประพันธ์ อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย  เต่าต้วมเตี้ยม  ผู้ประพันธ์ ภัทรา แสงดานุช  และเห็ดฟาง ผู้ประพันธ์ ปรัชญา รัศมีธรรมวงศ์ 

    หนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น ประเภทบันเทิงคดีรางวัลดีเด่น ได้แก่ อาม่าบนคอนโด ผู้ประพันธ์ ชมัยพร แสงกระจ่าง  รางวัลชมเชยมี 2 รางวัลได้แก่  ม้อนน้อยที่รัก ผู้ประพันธ์ โชติศรีสุวรรณ  และเมื่อกางปีกแล้วก็ต้องบินผู้ประพันธ์ ปะการัง  ประเภทสารคดีรางวัลดีเด่น ได้แก่ ราชาสถาน ผู้ประพันธ์ วันฉัตร ชินสุวาเวทย์ รางวัลชมเชยมี 3รางวัล ได้แก่ รักและรักษ์บางกอกน้อย ผู้ประพันธ์ ประพีร์พรรณภาณวะวัฒน์ เรื่องสะเทือนไต ผู้ประพันธ์ ปิยา วัชระสวัสดิ์ และเลห์ ลาดักห์ Little Tibet ผู้ประพันธ์ เส้นนำสายตา  และประเภทร้อยกรอง รางวัลดีเด่นไม่มีหนังสือใดสมควรได้รับรางวัล รางวัลชมเชยมี 1 รางวัลได้แก่ แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง แผ่นดินหนองจอก ผู้ประพันธ์ สิทธิเดช กนกแก้ว  

    หนังสือการ์ตูนและหรือนิยายภาพ  ประเภททั่วไป ไม่มีหนังสือใดสมควรได้รับรางวัล รางวัลชมเชยมี 3 รางวัล ได้แก่ รามเกียรติ์ ปฐมบทผู้ประพันธ์ รัตนา  คชนาท อินดง อินเดีย INDIADIARY ผู้ประพันธ์ สเลดทอย และ YELLOW SUN BEGINS ผู้ประพันธ์ ชัยพรพานิชรุทติวงศ์  ประเภทสำหรับเด็ก รางวัลดีเด่น ได้แก่ เณรแก้วกับน้อยไชยา ผจญภัยโลกแฟนตาซี ตอน ตำนานไซอิ๋วผู้ประพันธ์ สวนโมกข์กรุงเทพ  รางวัลชมเชยมี3 รางวัล ได้แก่ เณรแก้วกับน้อยไชยา ผจญภัยโลกแฟนตาซี ตอนอสูรโลกล้านปี  ผู้ประพันธ์สวนโมกข์กรุงเทพ  ไทย THAILAND ผู้ประพันธ์ วิรัตน์ ยืนยงพัฒนากิจ   และพระราหุล ผู้ประพันธ์ โอม รัชเวทย์

    หนังสือสวยงาม  ประเภทหนังสือทั่วไป รางวัลดีเด่น ได้แก่ พัดรองงานพระราชพิธีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ประพันธ์ เบญจมาส แพทอง รางวัลชมเชยมี 3 รางวัล ได้แก่แกงไทย ผู้ประพันธ์ ญดา ศรีเงินยวง และชนิรัตน์ สำเร็จ เทวสถานมรดกวัฒนธรรมบนแผ่นดินไทยผู้ประพันธ์ กุลวดี สถิติรัต และคณะ และประยุรวงศานุสร โครงการบูรณปฏิสังขรณ์ "เขามา"วัดประยุรวงศวาส ผู้ประพันธ์ กุลวดี สถิติรัต และคณะ ประเภทสำหรับเด็ก รางวัลดีเด่น ได้แก่ รามเกียรติ์ ปฐมบท ผู้ประพันธ์ รัตนา คชนาท รางวัลชมเชยมี 3รางวัล ได้แก่ คนต่อเทียน ผู้ประพันธ์ นำบุญ นามเป็นบุญ ช้าง ช้างช้าง ผู้ประพันธ์ ตุลย์ สุวรรณกิจ และเล่นด้วยกันสนุกจัง ผู้ประพันธ์ ทิพย์วรรณ แสวงศรี

    อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    การมอบรางวัลนราธิป ประจำปี ๒๕๕๖ และการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี ๒๕๕๗
    (02 Jan 2014 15:01:58 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1985
    คำประกาศเกียรติรางวัลนราธิป ประจำปี ๒๕๕๖
       
    รางวัลนราธิปถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ อันเป็นปีที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ก่อตั้งครบ ๓๐ ปี ประจวบกับในปี ๒๕๔๔ เดียวกันนี้ เป็นปีครบรอบ ๑๑๐ พรรษาของศาสตราจารย์พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์  (๒๔๓๕ – ๒๕๑๙) และครบรอบ ๑๐ ปีที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลกที่มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม  สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดย นายประภัสสร เสวิกุล  เป็นนายกสมาคมฯ จึงดำริให้มีรางวัลนราธิปขึ้น ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของ ท่านผู้หญิง หม่อมราชวงศ์วิวรรณ เศรษฐบุตร ทายาทของพระองค์ในการเชิญพระนาม “นราธิป”  มาเป็นชื่อรางวัล

    รางวัลนราธิปมอบให้นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ กวี นักแปล และบรรณาธิการอาวุโสที่สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และผลงานเป็นที่ยกย่องอย่างกว้างขวาง
       
    ในปี ๒๕๕๖ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ขอประกาศเกียรติให้นักเขียน นักแปล นักหนังสือพิมพ์และหรือบรรณาธิการอาวุโส ดังต่อไปนี้ เป็นผู้ได้รับรางวัลนราธิป
        
        ๑. นายช่วย พูลเพิ่ม
        ๒. นายชาตรี อนุเธียร
        ๓. นายเทพ ชุมสาย ณ อยุธยา (ตรี อภิรุม, เทพเทวี)
        ๔. นายประพัฒน์ แสงวณิชย์
        ๕. นายประเสริฐ วิชิตพงษ์
        ๖. นายพร ธิติพัฒนพงษ์  (ภราดร ศักดา, ธิตินัดดา, ทัศนา ทัศนมิตร)
        ๗. พันเอกไพฑูรย์ นิมิปาล  (เล่าเซี่ยงชุน, เจียวต้าย)
        ๘. นายมนัส ปิติสานต์
        ๙. นางวันดี ณ สงขลา
        ๑๐. นางสาวสมบัติ ภูอภิรมย์
        ๑๑. ศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์
        ๑๒. นายสุรพล โทณะวณิก
        ๑๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยเอก เสนีย์ วิลาวรรณ
        ๑๔. นายอาทร จุลโลบล
        ๑๕. ศาสตราจารย์ ดร.เอกวิทย์ ณ ถลาง

    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ซาบซึ้งในความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของผู้มาก่อน และขอประกาศเกียรติให้ทราบทั่วกัน
     
    นายเจน สงสมพันธุ์
    นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
    ๒ มกราคม ๒๕๕๗ 

    ------------------------------------------------------------

    กำหนดการการมอบรางวัลนราธิป  ประจำปี ๒๕๕๖
    และการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี ๒๕๕๗
    ของ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
    วันเสาร์ที่  ๒๕  มกราคม  ๒๕๕๗
    ณ ห้องประชุมใหญ่  หอสมุดแห่งชาติ  ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ
                      
      

    ๙.๓๐        -ลงทะเบียน /น้ำชา กาแฟ
    ๑๐.๐๐      - นายเจน สงสมพันธุ์  นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับ
    ๑๐.๒๕     - พิธีประกาศเกียรติและมอบโล่แด่ ผู้ได้รับรางวัลนราธิป ประจำปี ๒๕๕๖
                ๑. นายช่วย พูลเพิ่ม
                ๒. นายชาตรี อนุเธียร
                ๓. นายเทพ ชุมสาย ณ อยุธยา (ตรี อภิรุม, เทพเทวี)
                ๔. นายประพัฒน์ แสงวณิชย์
                ๕. นายประเสริฐ วิชิตพงษ์
                ๖. นายพร ธิติพัฒนพงษ์  (ภราดร ศักดา, ธิตินัดดา, ทัศนา ทัศนมิตร)
                ๗. พันเอกไพฑูรย์ นิมิปาล  (เล่าเซี่ยงชุน, เจียวต้าย)
                ๘. นายมนัส ปิติสานต์
                ๙. นางวันดี ณ สงขลา
                ๑๐. นางสาวสมบัติ ภูอภิรมย์
                ๑๑. ศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์
                ๑๒. นายสุรพล โทณะวณิก
                ๑๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยเอก เสนีย์ วิลาวรรณ
                ๑๔. นายอาทร จุลโลบล
                ๑๕. ศาสตราจารย์ ดร.เอกวิทย์ ณ ถลาง
     
    ๑๑.๐๐      -วรรณศิลป์เสวนา: รายการเปิดใจผู้ได้รับรางวัลนราธิป  ประจำปี  ๒๕๕๖   
    ดำเนินรายการโดย บูรพา  อารัมภีร  และ  กนกวลี พจนปกรณ์
    ๑๒.๐๐      -รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน (สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เจ้าภาพ)
    ๑๓.๐๐      -นายเจน สงสมพันธุ์  นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับ
            ฉายวีดีทัศน์สมาคมฯ

    ๑๓.๓๐      -การประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี ๒๕๕๗
            วาระที่ ๑    เรื่องแจ้งเพื่อทราบ
            วาระที่ ๒    รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี ๒๕๕๖
            วาระที่  ๓   รายงานผลงานในรอบปี ๒๕๕๖/ นายทะเบียน และสมาชิกสัมพันธ์
            วาระที่  ๔    รายงานการเงินและรับรองงบดุล ประจำปี ๒๕๕๖ และการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ประจำปี ๒๕๕๗
            วาระที่  ๕    เรื่องอื่นๆ
                               
    ๑๖.๐๐        ปิดการประชุม

    อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    การประกวดรางวัลวรรณกรรมของมูลนิธิสุภาว์ เทวกุล ฯ
    (22 Nov 2013 14:28:55 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1984
    ด้วยคณะกรรมการมูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการพิจารณาส่งเสริมงานประพันธ์และนักประพันธ์ไทยให้เจริญก้าวหน้า ได้เห็นสมควรให้มีการประกวดวรรณกรรมเพื่อการรับรางวัลสุภาว์เทวกุล ฯ ประจำปี ๒๕๕๗ (ครั้งที่ ๑๘) โดยมีรายละเอียด ดังนี้  

    ๑. ประเภทและเนื้อหาของงาน เป็นวรรณกรรมเยาวชน ขนาดไม่เกิน ๒๐ ตอน ตอนละไม่เกิน ๖ หน้า ให้สะท้อนภาพสถาบันครอบครัวไทยในสังคมปัจจุบัน โดยรวมปัญหาการบริโภคตามกระแสวัตถุนิยม เกินความจำเป็น เกินกว่าฐานะ เอาไว้ด้วย อาทิ ปัญหาเด็กอ้วน

    ๒. คุณสมบัติของงาน
    ๒.๑ เขียนเป็นภาษาไทย 
    ๒.๒ สร้างสรรค์ขึ้นเอง ไม่แปล-แปลงจากงานเขียนของผู้อื่น กรณีที่มีการลอกเลียนผลงานของผู้อื่น มูลนิธิฯจะดำเนินการตามกฎหมายลิขสิทธิ์ทันที
    ๒.๓ เป็นงานที่เขียนขึ้นใหม่ ไม่เคยตีพิมพ์หรือรวมเล่มมาก่อน และระหว่างที่เสนอเข้าพิจารณารับรางวัลห้ามส่งให้นิตยสาร หนังสือพิมพ์หรือสำนักพิมพ์เพื่อการตีพิมพ์ ๒.๔ ผู้เขียนยังมีชีวิตอยู่ในวันส่งงานเข้าพิจารณารับรางวัล 
    ๒.๕ ผู้เขียนคนหนึ่งมีสิทธิ์ส่งได้ ๑ เรื่อง

    ๓. เกณฑ์การส่ง
    ๓.๑ พิมพ์หน้าเดียว 
    ๓.๒ ผู้เขียนต้องทำสำเนาเก็บไว้เอง มูลนิธิฯไม่ส่งต้นฉบับคืน
    ๓.๓ กรุณาใส่ชื่อจริง นามสกุลพร้อมที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ และเบอร์โทรศัพท์(ถ้ามี)ไว้ในต้นฉบับด้วย
    ๓.๔ ส่งโดยตรงที่ มูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ๓๑ ซอยกรุงเทพ-นนทบุรี ๓๓ บางซื่อ กท.๑๐๘๐๐ (ติดต่อ ๐๒-๙๑๐๙๕๖๕) ในกรณีที่ส่งทางไปรษณีย์ คณะกรรมการจะนับวันที่ประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ

    ๔. รางวัล รางวัลมี ๑ รางวัล เป็นเงินสดจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติยศ โดยได้รับความอุปถัมภ์เงินรางวัลและค่าใช้จ่ายอื่น ๆจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

    คณะกรรมการตัดสินได้รับความสนับสนุนจากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย 
    การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาด

    ๕.กำหนดเวลา
    ปิดรับเรื่องที่จะส่งเข้าพิจารณารับรางวัล วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ประกาศผลการตัดสินและรับรางวัลในเดือน มิถุนายน ๒๕๕๗

    ผลงานที่ได้รับรางวัล มูลนิธิฯ ขอลิขสิทธิ์จัดพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกภายในกำหนดเวลา ๓ ปี โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์รับเป็นผู้จัดพิมพ์ และผู้ประพันธ์จะได้รับผลตอบแทนตามหลักการค่าลิขสิทธิ์วรรณกรรมพิมพ์รวมเล่มโดยทั่วไปด้วย

    นางสุกัญญา ชลศึกษ์ ประธาน
    คณะกรรมการมูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ      

    อ่านต่อ...next
    ข่าววรรณกรรม
    การมอบรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ และการเสวนาพิเศษ “เปิดใจกรรมการและนักเขียนรางวัลสุภาว์” // นิตยสารขวัญเรือน ปักษ์หลังสิงหาคม ๕๖ ฉบับ ๑๐๐๒ // สุณิสา เจริญนา
    (18 Aug 2013 22:13:45 pm)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1986
    การมอบรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗
    และการเสวนาพิเศษ “เปิดใจกรรมการและนักเขียนรางวัลสุภาว์”

    สุณิสา เจริญนา

    "ระลึกสุภาว์ เทวกุลฯ" 
    ชื่อ “สุภาว์ เทวกุลฯ” ยังอุ่นจิต         ชื่อสุภาว์ดังเนรมิตอักษรผสาน
    ชื่อสุภาว์ดลฝันรักบันดาล ชื่อสุภาว์ยังตระการกระจ่างใจ
    เธอเป็นหญิงกล้าหาญกล่าวขานว่า สามีลาลับโลกโศกไฉน
    ทิ้งลูกน้อยห้าคนโอ้กระไร คนเล็กเพียงสิบเดือนไซร้ต้องเลี้ยงดู
    มือนักเขียนเพียรเขียนดั่งเทียนส่อง มือนักเขียนชี้ทางทองให้ลูกสู้
    มือนักเขียนเพื่อนักเขียนได้เรียนรู้ ทุกอักษรล้วนเพื่ออยู่เพื่อชีวิต
    จึงเป็นนามสุภาว์ เทวกุลฯ   จึงเป็นนามอันอบอุ่นตรึงดวงจิต
    จึงเป็นนามรางวัลปานนิมิต จึงเป็นทิศเป็นธารผ่านวงวรรณ
    อดีตนายกสมาคมฯสมศักดิ์ศรี อดีตกาลวันนี้ยังสู่ฝัน
    สิบเจ็ดครั้งแล้วหนอต่อมือกัน         ยังยืนยันยังยืนยงยังคงนาม
    ชื่อ “สุภาว์ เทวกุลฯ” ยังอุ่นจิต         ชื่อสุภาว์ยังสถิตยังอร่าม
    ชื่อสุภาว์ยังฟุ้งเฟื่องยังเรืองราม ชื่อสุภาว์ยังงาม นานนิรันดร์

         ชมัยภร แสงกระจ่าง
        ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖
         งานมอบรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯครั้งที่ ๑๗

    บทกวีไพเราะ ความหมายลึกซึ้งกินใจจาก ชมัยภร แสงกระจ่าง ประพันธ์ขึ้นเพื่อรำลึกถึงสุภาว์ เทวกุลฯ ในวาระของการประกาศผลและมอบรางวัลเรื่องสั้นสุภาว์ เทวกุลฯ ครั้งที่ ๑๗ ประจำปี ๒๕๕๖ เมื่อวันเสาร์ที่  ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ ห้องประชุม บริษัทนานบุ๊คส์ จำกัด  ซอยสวัสดี ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร 
    การประกวดรางวัลวรรณกรรมเรื่องสั้นคัดสรรครั้งนี้นับเป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งของแวดวงวรรณกรรมที่มีผู้สนใจส่งเรื่องสั้นร่วมประกวดทั้งหมด ๓๘๗ เรื่อง ทั้งนักเขียนหน้าใหม่และนักเขียนหน้าเก่าให้ความสนใจมากกว่าการประกวดครั้งก่อน ๆ ในการจัดการประกวดครั้งนี้มีคณะกรรมการตัดสินที่มาจาก ๒ องค์กร คือ มูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย ชมัยภร แสงกระจ่าง (เลขาธิการมูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ และประธานกรรมการตัดสิน) ขจรฤทธิ์ รักษา และ เรวัฒน์ พันธุ์พิพัฒน์ และหลังจากการพิจารณาเรื่องสั้นทั้ง ๓๘๗ เรื่อง คณะกรรมการจึงประกาศเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้าย ๒๐ เรื่อง ได้แก่ 
    ๑. ๒๕ ปีต่อมา ของ นทธี ศศิวิมล ๒. การอุบัติของสิ่งมีชีวิตบนโลกสองใบ ของ สุนันท-วงศ์ เทพชู ๓. กลับบ้าน ของ รมณ กมลนาวิน ๔. เกาะพยายาม ของ ปรีดี หงษ์สต้น ๕. ความทรงจำที่เหลือของแม่ ของ สีตลา สัตสุวรรณ ๖. งานศพ ของ กล้า สมุทวณิช ๗. เงือก ของ เกริกศิษฏ์ พละมาตร์ ๘. จดหมายในตู้ ป.ณ.หมายเลข ๔ ของ จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท ๙. ซีซีโนซอรัส ของ กร ศิริวัฒโน ๑๐. เด็กแว้น ของ ปองวุฒิ รุจิระชาคร ๑๑. มกราคม ของ นฤพนธ์ สุดสวาท ๑๒. แม่ของผมคนเดียว ของ จารี จันทราภา ๑๓. ยาอายุวัฒนะ ของ อธิวัฒน์ พงษ์สุระ ๑๔. รังนอน ของ ปราจิณ คงคะจันทร์ ๑๕. ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ของ ชุติเดช ยารังสี ๑๖. ริมคลองนั้นมีเป็ดกับผม ของ วุฒิชัย เครื่องถมยา ๑๗. สถานการณ์บ้านเกิด ของ ถนอม ขุนเพ็ชร์ ๑๘. หญิงหม้ายในทุ่งข้าวสีเหลือง ของ อุเทน วงศ์จันดา ๑๙. หมาของเธอกับหมาของเขาของ องค์ บรรจุน และ ๒๐. อาทิตย์กลับบ้าน ของ อภิรักษ์ ชัยปัญหา
    ใน ๒๐ เรื่องนี้ มีเรื่องได้รับรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ ทั้งหมด ๑๐ เรื่อง และใน ๑๐ เรื่องสุดท้าย มีเรื่องได้รับรางวัลชนะเลิศ ๑ เรื่อง และรางวัลรองชนะเลิศ ๒ เรื่อง ได้แก่  ๑. ๒๕ ปีต่อมา ของ นทธี ศศิวิมล (รางวัลชนะเลิศ) ๒. หมาของเธอกับหมาของเขา ของ องค์ บรรจุน (รองชนะเลิศ) ๓. อาทิตย์กลับบ้าน ของ อภิรักษ์ ชัยปัญหา (รองชนะเลิศ) ๔. การอุบัติของสิ่งมีชีวิตบนโลกสองใบ ของ สุนันทวงศ์ เทพชู ๕. เกาะพยายาม ของ ปรีดี หงษ์สต้น ๖. งานศพ ของ กล้า สมุทวณิช          ๗. เงือก ของ เกริกศิษฏ์ พละมาตร์ ๘. ซีซีโนซอรัส ของ กร ศิริวัฒโณ ๙. สถานการณ์บ้านเกิด ของ ถนอม ขุนเพ็ชร์          ๑๐. หญิงหม้ายในทุ่งข้าวสีเหลือง ของ อุเทน วงศ์จันดา โดยเรื่องสั้นทั้ง ๒๐ เรื่อง สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ จำกัด จะจัดพิมพ์รวมเล่มและวางแผงในเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ นี้
    ในงานมอบรางวัลดังกล่าว มูลนิธิสุภาว์ เทวกลุฯ ได้รับเกียรติจาก สุกัญญา ชลศึกษ์ (กฤษณา อโศกสิน) ประธานมูลนิธิสุภาว์  เทวกุลฯ เป็นประธานมอบรางวัลร่วมกับ ม.ล.สุภรัตน์ เทวกุลฯ ทายาท โดยมี สุทธิเดช  ไผ่ตระกูลพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทนานมีบุ๊คส์ จำกัด (ผู้จัดพิมพ์เรื่องที่ได้รับรางวัล) นาถนิศา สุขจิตต์  ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (ผู้สนับสนุนเงินรางวัล) และ เจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ผู้จัดงานร่วมแสดงความยินดีแด่ผู้ได้รับรางวัล 
    ภายหลังพิธีมอบรางวัลเสร็จสิ้น ชมัยภร แสงกระจ่าง ดำเนินรายการเสวนาเปิดใจคณะกรรมการตัดสิน แต่เนื่องจาก คุณขจรฤทธิ์ รักษา ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมงานเสวนาได้ จึงมีเพียง เรวัตร์และชมัยภร พร้อมทั้งผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ นทธี ศศิวิมล และรองชนะเลิศอีก ๒ คน คือ องค์ บรรจุน และ อภิรักษ์ ชัยปัญหา เปิดใจและเสวนาร่วมกัน 
    “ผมพยายามอ่านทุกเรื่อง ทุกวัน ไม่ข้าม เพราะคิดอยู่เสมอว่า อาจมีทีเด็ดอยู่ท้าย ๆ และจากการอ่านเรื่องสั้นทั้งหมดก็พบว่าผู้เขียนมีแนวการเขียนที่หลากหลาย บางคนเล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ หรือเล่าแบบทันสมัย บ้างก็เล่าถึงสถานการณ์ความเป็นจริงในปัจจุบัน สถานการณ์ทางภาคใต้ หรือแนวสัจจะนิยม แนวเพื่อชีวิต มีหลายแนวมาก และถ้ามีหลายเรื่องที่อยู่ในใจ มีความดี ความงาม ความโดดเด่นที่ใกล้เคียงกันมาก  ผมจะใช้วิธีหาข้อบกพร่องของแต่ละเรื่องและดูที่ความสมจริงของการสนทนาของตัวละครมาประกอบกัน ก็จะได้เรื่องที่เด่นขึ้นมาทันที” เรวัตร์ เปิดใจถึงวิธการทำงาน การอ่านเรื่องสั้นหลายร้อยเรื่องให้ผู้เขียนและผู้มาร่วมงานทราบ 
    ชมัยภรกล่าวเสริมว่า “เราใช้วิธีโหวดเรื่องที่มีอยู่ในใจของทุก ๆ คน แล้วเอามารวมกัน ทำให้ในรอบแรกนั้นมีเรื่องสั้นเข้ารอบมากถึง ๘๓ เรื่องแต่เราก็ต้องคัดให้เหลือ ๒๐ เรื่อง ๑๐ เรื่อง และ ๓ เรื่องตามลำดับ โดยใน ๓ เรื่องที่ชนะเลิศนั้น กรรมการทั้ง ๓ คน คิดและเห็นตรงกันว่าในใจของแต่ละคนต่างก็มีสามเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าเรามาพิจารณาอีกครั้งเพื่อให้มีเรื่องชนะเลิศ และรองชนะเลิศ และจากการอ่านเรื่องสั้นทั้งหมด แล้วได้มาเจอตัวจริงของผู้เขียนที่มางานประกาศผลในวันนี้ก็ทำให้รู้ว่าส่วนใหญ่นั้นเราเดาอายุของผู้เขียนผิดมาตลอด เพราะจากสำนวนการเขียนของแต่ละคนเราคิดกันว่าผู้เขียนต้องมีอายุมากแล้ว ต้องมีประสบการณ์ในชีวิตเยอะแล้ว แต่เอาเข้าจริง ๆ ไม่ใช่อย่างที่เราคิด”
    นอกจากนี้ นักเขียนรางวัลชนะเลิศ นทธี ศศิวิมล ยังกล่าวถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องสั้น ๒๕ ปีต่อมา ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากความฝันของตนเอง ที่ฝันถึงคุณพ่อที่เสียชีวิตไปเมื่อ ๒๕ ปีก่อนในขณะที่พ่อของเธอมีอายุเพียง ๓๘ ปี ในความฝันนั้นพ่อของเธอมาหาและนั่งลงที่เก้าอี้กลางบ้าน พ่อของเธอไต่ถามด้วยความสงสัยว่าระยะเวลาที่หายไปจากชีวิตของลูกนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง  เธอจึงเล่าให้พ่อฟังว่าระหว่าง ๒๕ ปีที่พ่อไม่อยู่กับเธอนั้นการบ้านการเมือง และสังคมต่าง ๆ รอบตัวเปลี่ยนไปอย่างไร และเมื่อตื่นจากฝันในตอนเช้าเธอยังจำความฝันที่แสนสุขนั้นได้อย่างแม่นยำ จึงอยากแบ่งปันความสุขนั้นให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วย ดังนั้น เธอจึงเขียนมันออกมา
    ทางด้านรองชนะเลิศ  อาทิตย์กลับบ้าน ของ อภิรักษ์ ชัยปัญหา ได้แรงบันดาลใจมาจากการอยากลองเขียนบทละเวทีแต่ยังมีความกล้าไม่มากพอ จึงลองเขียนเป็นเรื่องสั้น ซึ่งเรื่องราวที่เขียนนั้นมีตัวละครเป็นคนใกล้ตัวคือคุณแม่ของตัวเองที่เป็นคนทรงเจ้า เขียนในมุมที่ตนเองมองแม่ที่เป็นคนทรงเจ้า ว่าตลอด ๕ ปีที่ตนเองทำงานอยู่ต่างแดนนั้น เมื่อกลับมาบ้านอีกครั้ง เรื่องราวและความรู้สึกต่าง ๆ ความแปลกแยก ความขัดแย้งที่มีต่อแม่ที่เป็นคนทรงนั้นเป็นอย่างไร  
    สำหรับเรื่องสั้น หมาของเธอกับหมาของเขา ของ องค์ บรรจุน นั้น ผู้เขียนเล่าว่าได้แรงบันดาลใจมาจากแรงงานชาวพม่าที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่แรงงานเหล่านี้มักถูกตีค่าให้ราคาไม่ต่างจากหมาตัวหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้เขียนกล่าวว่าไม่ได้มีเจตนาจะเหยียดหยามดูถูกเรื่องเพศ เพียงแต่อยากสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ และความหลากหลายของคนในสังคมเท่านั้น   ภายหลังการเปิดใจถึงแรงบันดาลใจของนักเขียนรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศทั้งสองแล้ว ก่อนการปิดเวทีเสวนายังมีแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องสั้นจากนักเขียนคนอื่น ๆ อีก เช่น หญิงหม้ายในทุ่งข้าวสีเหลือง ของ อุเทน วงศ์จันดา ผู้เขียนกล่าวว่าเรื่องนี้เขียนในเชิงสัญลักษณ์ และมุ่งหวังให้เรื่องสั้นที่เขียนนั้นมีความแปลกใหม่ จึงสร้างเรื่องราว ตัวละคร ให้ผสมผสานกันโดยมีเรื่องของสามัญสำนึก ความเชื่อ ความเป็นหญิงชาย ปรากฏออกมาในรูปของสี   
    กลับบ้าน ของ รมณ กมลนาวิณ ได้แรงบันดาลใจมาจากการหายตัวไปของป้าคนหนึ่งที่ป่วยด้วยอาการอัลไซเมอร์ แต่สังคมรอบด้านก็กล่าวโทษว่าเป็นความบกพร่อง ความไม่เอาใจใส่ดูแลของลูก ป้าคนนั้นจึงหายตัวไป เธอรู้สึกสะเทือนใจกับเรื่องราวเหล่านั้น แต่ก็คิดว่าสังคมของลูกอาจไม่เลวร้ายขนาดนั้น ลูกอาจมีเหตุผล มีวิธีการปฏิบัติในมุมมองของลูกที่สังคมภายนอกอาจเข้าไม่ถึงก็ได้ เธอจึงเขียนถึงมุมมองแบบนั้น แต่สิ่งที่เขียนก็มีความซับซ้อน ลุ่มลึก ไมได้เรียบง่าย หากแต่แฝงไว้ด้วยมุมมองบางอย่างที่น่าติดตาม
    เงือก ของ เกริกศิษฏ์ พละมาตร์ แรงบันดาลใจของผู้เขียนมาจากชายชราคนหนึ่งที่ว่ายน้ำเก่งและสรีระทางร่างกายคล้ายเงือก มีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ เติบและโตมาจนถึงยุคหนึ่งของสังคมที่ทำให้ถึงจุดแตกหักของชายชราและสายน้ำ แต่การแตกหักของทั้งสองสิ่งที่เชื่อมโยงกันนั้นจะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม
    งานศพ ของ กล้า สมุทวณิช เรื่องสั้นเรื่องนี้ผู้เขียนกล่าวว่าโดยปรกติตนเองจะเขียนเรื่องสั้นที่มีลูกเล่นค่อนข้างเยอะ แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่ได้ใส่ลูกเล่นอะไรมาก เพราะต้องการนำเสนอในรูปแบบที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยปรัชญาและพลังบางอย่างในเรื่องที่สะท้อนออกมาจากงานศพ งานศพที่คนมางานศพไม่รู้จักกับผู้ตาย แต่มาร่วมงานเพราะทราบข่าวจากอินเทอร์เน็ต 
    เรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่งที่ติดอยู่ในใจของกรรมการ คือ ริมคลองนั้นมีเป็ดกับผม ของ วุฒิชัย เครื่องถมยา ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนกล่าวว่าที่เขียนเรื่องนี้เพื่อเป็นการระลึกถึงเป็ดที่ตนเองเลี้ยงในวัยเด็ก และมีความสนิทสนม ใกล้ชิดกันมาก แม้จะขาโก่งแต่ก็รักใคร่กลมเกลียวกันดีกับตน แต่ชะตากรรมของเป็ดและของผู้เขียนจะเป็นอย่างไร จะบาดใจคนอ่านได้เท่ากับบาดใจกรรมการหรือไม่ ต้องตามอ่านกันเร็ว ๆ นี้ 
    ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจจากการเขียนเรื่องสั้นเท่านั้น ซึ่ง ชมัยภร ประธานกรรมการตัดสินกล่าวว่า ด้วยเหตุที่ผู้เขียนแต่ละคนมีแรงบันดาลใจ มีแรงขับที่มาจากเรื่องจริง จากตัวจริง จึงทำให้เรื่องราวที่แต่ละคนเขียนนั้นมีความหลากหลาย มีพลัง มีมิติ สามารถเข้าถึง สะท้อนความรู้สึก และบาดลึกเข้าไปในใจคนอ่านได้ไม่ยาก 
    เรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯรางวัลเล็ก ๆ ไม่ยิ่งใหญ่ เงินรางวัลไม่มาก แต่ก็เป็นอีกเวทีหนึ่งที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ สร้างกำลังใจให้กับนักเขียนจำนวนไม่น้อยให้ได้มีแรงและมีพลังที่จะเดินอยู่บนถนนสายวรรณกรรมได้อย่างอัศจรรย์ใจ สมดังเจตนารมณ์ของคุณสุภาว์ เทวกุลฯ ผู้อุทิศตนเพื่อกิจกรรมหลากหลายที่นำความเจริญก้าวหน้ามาสู่วงการประพันธ์สืบไป      

    นิตยสารขวัญเรือน ปักษ์หลังสิงหาคม ๕๖ ฉบับ ๑๐๐๒
    โดย สุณิสา เจริญนา


    อ่านต่อ...next
    ปกิณกะ
    ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่นและผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๖
    (26 Jul 2013 11:04:02 am)
    โพสต์โดย : suisia
    อ่าน : 1985
    กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินการคัดเลือกปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น และผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นแบบอย่างให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร ทั้งการพูด การเขียนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยในปีพุทธศักราช ๒๕๕๖  มีบุคคลที่ได้รับเข็มและโล่เชิดชูเกียรติ แบ่งเป็น ๔ ประเภทประกอบด้วย

    ๑. ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ๒ ราย ได้แก่
    ศ.ประภาศรี สีหอำไพ
    ผศ.ดร.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์
     
    ๒. ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ๑๐ ราย ชาวไทยที่มีผลงานการสร้างสรรค์ภาษาไทยและสามารถใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะ สมและชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
    รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา  
    รศ.จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ  
    รศ.ดร.ชำนาญ รอดเหตุภัย  
    นายบุญเสริม แก้วพรหม
    นางวันเพ็ญ เซ็นตระกูล  
    นายวินิจ รังผึ้ง  
    นายสมเจตนา มุณีโมไนย  
    รศ.ดร.สุปาณี พัดทอง  
    รศ.สุพรรณ ทองคล้อย
    นายสุรินทร์ แปลงประสพโชค

    ๓. ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ๖ ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีผลงานการสร้างสรรค์ภาษาไทยถิ่นและสามารถใช้ได้อย่างเหมาะสม ได้แก่
    รศ.ทรงศักดิ์ ปรางค์วัฒนากุล  
    นายบุญศรี รัตนัง  
    นายประมวล พิมพ์เสน  
    ผศ.ฤดีมน ปรีดีสนิท  
    รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ
    นายอนันต์ สิกขาจารย์
     
    ๔. ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย ๕ ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่มีคุณูปการต่อวงการภาษาไทยหรือภาษาไทยถิ่น ได้แก่
    รศ.กรรณิการ์ วิมลเกษม
    นายบำเรอ ผ่องอินทรกุล (โน้ต เชิญยิ้ม)
    นายพะนอม แก้วกำเนิด
    รศ.ดร.วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์  
    รศ.ดร.สุภาพรรณ ณ บางช้าง (แม่ชีวิมุตติยา)

    โดยผู้ที่จะได้รับรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นทั้ง ๒๓ ราย จะเข้ารับเข็มและโล่เชิดชูเกียรติ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ที่โรงละครแห่งชาติ

    อ่านต่อ...next
    หน้า [1] [2] [3] [4] 5 [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50] [51] [52] [53] [54] [55] [56] [57] [58] [59] [60] [61] [62] [63]
    สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย | ศูนย์ช่วยเหลือ | ติดต่อสมาคมฯ | ข้อตกลงในการใช้งาน
    สงวนลิขสิทธิ์ © 2550 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย    |   version 1.0 designed and powered by wekluay graphic design